“ฝ่าบาท ในรัชสมัยนี้ขาดแคลนชายหนุ่มอย่างหนักพ่ะย่ะค่ะ!”
“ร้ายแรงถึงขั้นไหน”
“ในหนึ่งร้อยคน มีชายหนุ่มไม่ถึงยี่สิบคน หลายปีมานี้ มีหญิงสาววัยเหมาะสมจำนวนมากจบชีวิตตนเองเพราะไม่มีใครแต่งงานด้วย หากเป็นเช่นนี้ต่อไป เกรงว่ารากฐานของแผ่นดินอาจสั่นคลอนได้พ่ะย่ะค่ะ”
“จงประกาศราชโองการลงไป ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ทุกเขตการปกครอง เมืองที่อยู่ภายใต้การปกครองให้ดำเนินการจัดสรรการแต่งงาน ผู้ใดยินดีรับมากกว่าสามคน มอบรางวัล!”
“ผู้ใดให้กำเนิดบุตรชาย มอบรางวัลใหญ่!”
“ภายในสามปี ต้องพลิกปรากฏการณ์หญิงมากชายน้อยของแผ่นดินให้จงได้!”
-
เฉินฝานตื่นขึ้นด้วยเสียงร้องไห้รบกวน
เมื่อลืมตาขึ้นก็พบว่าตนเองอยู่ในห้องที่ตนไม่รู้จัก
มีหญิงสาวนั่งปิดหน้าร้องไห้เสียงเบานั่งอยู่ข้างกาย
“หยุดร้องได้แล้ว ข้ารำคาญ!”
เมื่อได้ยินเสียงของเฉินฝาน หญิงสาวปาดน้ำตาและมองเขาทันที “นายท่าน ตื่นแล้วหรือเจ้าคะ!”
เฉินฝากเงยหน้ามองหญิงสาว……
ผมเผ้าดำเงาวับ ผิวขาวนวลผุดผ่องดังหยก ดวงตาคู่งามแลมองหมุนรอบเป็นพันครั้ง ทุกการขมวดคิ้วคือการตีความคำว่าสง่างามน่าประทับใจ
ผ้าดิบหยาบกระด้าง ก็ไม่อาจปกปิดรูปร่างน่าเอ็นดูของนาง
เฮ้ย!
เฉินฝานอดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลาย
โตป่านนี้ เขายังไม่เคยเห็นผู้หญิงที่มีหน้าตาอ่อนโยนสวยงามเท่านี้มาก่อน
“พี่สาว คือ……”
เมื่อเห็นว่าเฉินฝานจ้องหน้านางไม่ขยับ ใบหน้าขาวผ่องของนางพลันแดงก่ำในทันใด
ใบหน้าที่แดงก่ำยังแฝงไว้ด้วยความหวาดกลัว
“ข้าน้อยไปตักน้ำมาให้เจ้าค่ะ!”
พูดจบ หญิงสาวลุกขึ้นเปิดม่านกั้นและเดินออกไปทันที
เฉินฝานมองม่านกั้นประตูที่แกว่งไปมาแล้วถึงได้สติ
เฉินฝานกวาดตามองรอบ ๆ ก็พบว่าภายในห้องนี้ ไม่เพียงแค่ม่านกั้นประตูที่ผุพังดูไม่ได้ แต่ทั้งห้องนี้ยังทรุดโทรมทั้งห้องด้วย
นี่เขาอยู่ที่ไหน!
ความทรงจำวุ่นวายที่ไม่คุ้นเคยผุดขึ้นมาประหนึ่งกระแสน้ำทะลัก
เขาทะลุมิติข้ามเวลา!
ข้ามเวลามายังร่างกายของผู้ชายที่มีชื่อและนามสกุลเดียวกับเขา
ที่แห่งนี้เรียกว่ารัชสมัยต้าชิ่ง เป็นรัชสมัยที่ไม่สามารถพบได้ในหนังสือประวัติศาสตร์
“นายท่าน!”
คือผู้หญิงเมื่อครู่นี้
การเดินเข้ามาครั้งนี้ มีอ่างใส่น้ำอยู่ในมือนางเพิ่มขึ้นหนึ่งใบ อ่างใบนั้นเต็มไปด้วยรอยบิ่น เก่าผุหลุดลุ่ย
“นายท่านเจ้าคะ!”
หญิงสาวถืออ่างใส่น้ำมาถึงหน้าเฉินฝาน เมื่อเห็นเขาเงียบเลยเรียกเขาอย่างแผ่วเบา ซึ่งเสียงเบาและอ่อนโยนกว่าประโยคเมื่อครู่นี้
เฉินฝานไม่ตอบสนอง เพราะเขารู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้ไม่เพียงแค่รูปงาม แต่น้ำเสียงยังน่าฟังอย่างยิ่ง
เหมือนน้ำพุบนภูเขาที่ใสสะอาดกระทบหิน กระแทกหัวใจคนและอ่อนโยนเหนือสิ่งใด
หญิงสาวใกล้เข้ามาอีก
เวลานี้ เฉินฝานเพิ่งพบว่าขาข้างขวาของหญิงสาวไม่ค่อยคล่องแคล่ว
นางวางอ่าง จากนั้นนั่งลงแล้วดึงแขนเสื้อ มือเล็ก ๆ เรียวยาวคู่หนึ่งพลันเผยต่อหน้าเฉินฝาน
ความเรียวยาวนี้ไม่ใช่การชื่นชม มือของผู้หญิงคนนี้ซูบผอมเกินไปจริง ๆ เฉินฝานมองแล้วยังรู้สึกสงสาร
เพียงเหม่อลอยครู่เดียว ก็มีการสัมผัสนุ่มนวลเกิดขึ้นตรงสองแก้ม ทันใดนั้นสิ่งที่อยู่ตรงหน้าพลันมืดลงทันใด
เขาสะดุ้งและลุกขึ้นยืน
หญิงสาวตกใจกับท่าทีของเฉินฝาน พลางกำผ้าขนหนูในมือแน่นและถอยไปหลายก้าว
“นายท่าน เพราะข้าน้อยมือหนักไปหรือเจ้าคะ!”
เวลาพูดจา ดวงตาสดใสแวววับ กะพริบตาปริบ ๆ คู่นั้น
นางเหมือนจะกลัวเฉินฝานเป็นอย่างมาก
“......”
เฉินฝานเพิ่งจะเข้าใจว่าเมื่อครู่นี้หญิงสาวเข้ามาใกล้เพียงเพราะจะเช็ดหน้าให้
“เปล่า ไม่ใช่” เฉินฝานรีบกล่าว
ไม่ใช่เพราะนางมือหนัก แต่เพราะนางสวยเกินไปต่างหาก ที่ทำให้เขายั้งสติไม่อยู่
“ถ้าเช่นนั้นนายท่านนั่งลงก่อน ข้าน้อยจะดูแลชำระล้างให้ท่านเจ้าค่ะ”
นางพูดพร้อมกับเดินเข้ามาใกล้อีกครั้ง นางยกผ้าขนหนูอุ่น ๆ ขึ้นเช็ดหน้าของเฉินฝานอย่างเบามือ
ร่างกายของหญิงสาวเอนตัวเข้าไปใกล้เฉินฝาน นางยืนอยู่ ส่วนเขานั่งอยู่ ทั้งสองคนอยู่ใกล้กันมาก
สายตาของเฉินฝาน บังเอิญอยู่ตรง……
“นายท่าน ข้าเช็ดหน้าเสร็จแล้ว เดี๋ยวข้าล้างเท้าให้นะเจ้าคะ”
โชคดีที่เช็ดเสร็จแล้ว ไม่เช่นนั้น ในฐานะผู้ชายปกติคนหนึ่ง เฉินฝานไม่สามารถนั่งนิ่งและสงบอารมณ์ได้จริง ๆ
หญิงสาวยกอ่างไว้ใกล้เท้าเฉินฝานพร้อมนั่งลง นางยกเท้าของเฉินฝานขึ้นแล้ววางในกะละมังช้า ๆ
ฝ่าเท้าของเฉินฝานเพิ่งแตะถึงผิวน้ำ หญิงสาวพลันหยุดลงและเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“น้ำร้อนกำลังดีหรือไม่เจ้าคะ นายท่าน!”
“กำลังดี!”
“ทำไมล่ะ” เฉินฝานตั้งสติไม่ทันจึงถามออกไปทันทีตามสัญชาตญาณ
ฉินเย่ว์โหรวหลบสายตาทันทีที่ปะทะดวงตาของเฉินฝาน นางไม่กล้าสบตากับเขา “น้ำร้อนไม่พอ ข้าน้อยจะไปเปลี่ยนน้ำให้ใหม่เจ้าค่ะ”
พูดจบ ฉินเย่ว์โหรวลุกขึ้นทันที ความรู้สึกนั้นราวกับว่าหากนางยังชักช้า เฉินฝานจะต้องทุบตีนางอย่างแน่นอน
เวลานี้ ในสมองของเฉินฝานมีความทรงจำสั้น ๆ ผุดขึ้นกะทันหันอีกครั้ง
เมื่อก่อนเวลาที่เจ้าของร่างเดิมล้างเท้า เขาจะใช้น้ำหลายกะละมัง หากฉินเย่ว์โหรวทำช้าก็จะถูกเขาทุบตี
ซี๊ด……
เจ้าของร่างเดิมมันไม่ใช่คน
“ไม่ต้อง ไม่ต้องเปลี่ยนแล้ว!” เฉินฝานกวักมือเรียกทันที
ขาข้างขวาของผู้หญิงคนนี้มีปัญหา เดินทีไรลำบากทุกที ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเวลานั่งล้างเท้าให้เขา
เสียงเรียกของเฉินฝานทำให้ฉินเย่ว์โหรวรู้สึกประหลาดใจอย่างยิ่ง นัยน์ตาแวววับคู่นั้นเต็มไปด้วยความหวาดกลัว ริมฝีปากอมชมพูสั่นระริก
“นายท่านเห็นว่าฝีมือข้าน้อยไม่ดีหรือเจ้าคะ!”
“เปล่าเลย ฝีมือเจ้าดีมาก”
เฉินฝานปฏิเสธอีกครั้ง แต่คิดไม่ถึงว่าจะทำท่าทางใหญ่ไปเล็กน้อยจนมือของเขาไปสัมผัสเข้ากับฉินเย่ว์โหรว
คงเป็นเพราะขาที่ไม่สันทัด และคงเป็นเพราะนั่งยองนานเกินไป ฉินเย่ว์โหรวขานตอบแล้วล้มไปข้างหลังทันที
“แย่ล่ะ!”
เฉินฝานไม่มีเวลาคิดมาก เขาโน้มตัวเข้ากอดเอวนางไว้ทันใด
“อื้อ~”
ฉินเย่ว์โหรวกล่าวเสียงพึมพำเบา ๆ และตกสู่อ้อมกอดของเฉินฝานตามแรงโน้มถ่วง
กลิ่นหอมจาง ๆ ลอยมาจากหญิงงามในอ้อมอกแตะเข้าที่จมูก
เฉินฝานอดไม่ได้ที่จะสูดหายใจอย่างสบายใจ
แนบชิดในอ้อมกอดเช่นนี้ เขารู้สึกชอบ
ในเมื่อเป็นภรรยาของเขา ถ้าเช่นนั้นเขาควรประคบประหงมนางสักหน่อย
“นายท่าน” ฉินเย่ว์โหรวที่อยู่ในอ้อมกอดของเฉินฝานแสดงสีหน้าตื่นตกใจและหน้าแดงก่ำทันที สองแก้มแดงระเรื่อราวกับดอกกุหลาบ
เฉินฝานมองจนเกือบไม่มีสติ
เขาไม่เคยรู้เลยว่าเวลาผู้หญิงหน้าแดงจะสวยเช่นนี้
กลิ่นหอมจากตัวฉินเย่ว์โหรวลอยอบอวลไปทั่วห้อง
เฉินฝานยกมือขึ้นแล้วขยับไปที่ขาอันขาวนวลผ่องของฉินเย่ว์โหรวโดยไม่รู้ตัว……
ฉินเย่ว์โหรวเห็นมือของเฉินฝานที่ยื่นมายังขาของตนเอง ใบหน้าที่แดงก่ำในตอนแรกซีดเผือดในทันใด
เสียงดังปัง……
นางพลันคุกเข่าลงตรงหน้าเฉินฝานพร้อมเนื้อที่สั่นระริก

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เขยอันดับหนึ่งของจักรพรรดิ