“วืด”
“ตุบ!” ธนูดอกหนึ่งเสียบตรงบานประตู
เฉินฝานมองลูกธนูที่อยู่ห่างเขาไม่ถึงหนึ่งเซนติเมตรอย่างตาโต เขามีความรู้สึกเหมือนรอดพ้นเคราะห์กรรม หากธนูลูกนี้เฉียงอีกเพียงเล็กน้อย……
ใคร!
ใครสามหาวถึงเพียงนี้!
คนสูงโปร่งรูปสวยคนหนึ่งพลันแสดงตัวขึ้นตรงหน้าเฉินฝาน
“พี่สาม!”
เฉินฝานยังไม่ทันได้ตอบโต้ ฉินเย่ว์โหรวก็วิ่งไป
พี่สาม!
ฉินเย่ว์เจียว?
ในความทรงจำ ฉินเย่ว์เจียวเป็นพี่สาวแท้ ๆ ของฉินเย่ว์โหรว ภรรยาอีกคนของเขา
เฉินฝานมองฉินเย่ว์โหรวอย่างละเอียด
มองจากสายตาน่าจะสูงราว 170 เซนติเมตร ความสูงนี้ ในสมัยโบราณถือว่าสูงมาก
รูปหน้าคล้ายคลึงกับฉินเย่ว์โหรวแต่ก็มีความแตกต่าง
นางมีโครงหน้าชัดกว่า ร่างกายอวบอิ่มกว่าฉินเย่ว์โหรว สีผิวค่อนไปทางเหลืองข้าวสาลี ประกอบกับความสูงของนางแล้ว ช่างชวนให้รู้สึกมีความองอาจ เย้ายวนแทบทุกอิริยาบถ
อาจเป็นเพราะวิ่งเร็ว สีหน้าของฉินเย่ว์เจียวจึงแดงก่ำ มีเม็ดเหงื่อหยดลงจากหน้าผาก หน้าอกกระเพื่อมขึ้นลง เสื้อผ้าก็เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ……
เห้อ!
เฉินฝานหันหน้าหนีอย่างเร็ว
หากพูดว่าฉินเย่ว์โหรวที่อ่อนแอแต่อ่อนโยนทำให้รู้สึกอยากปกป้อง ถ้าเช่นนั้นฉินเย่ว์เจียวที่แสบร้ายเย้ายวนคงทำให้รู้สึกอยากพิชิต
“น้องสี่ ดี ๆ เจ้ายังอยู่ ยังอยู่!” ฉินเย่ว์เจียวกอดฉินเย่ว์โหรวแน่นแทบไม่กล้าคลายมือ
ข้าวสารในเรือนใกล้จะหมดแล้ว ถ้าเฉินฝานไม่ได้กินข้าวจะต้องทุบตีพวกนางแน่ นางตัวสูงทนได้และไม่กลัว แต่เย่ว์โหรวสุขภาพไม่ดีแต่ไหนแต่ไร แต่งงานกับเฉินฝานหนึ่งปีกว่าที่ผ่านมา ถูกเขาทุบตีเป็นประจำ สุขภาพอ่อนแอลงกว่าก่อนแต่งงานมาก ถ้ายังทุบตีต่อไปคงไม่รอดแน่
ฉินเย่ว์เจียวกลัวเฉินฝานจะทุบตีเย่ว์โหรวอีก เมื่อวานฟ้ายังไม่ทันสว่างนางก็ออกไปล่าสัตว์ทันที นางอยากหาวัตถุดิบป่าไปแลกเงินเพื่อซื้อข้าวสารในเมืองสักหน่อย
สถานการณ์ตอนนี้ไม่สู้ดีนัก ผลผลิตไม่ดี คนออกล่าสัตว์ก็มีมาก สองวันที่ออกไปข้างนอกฉินเย่ว์เจียวไม่ได้อะไรกลับมาเลย
ฉินเย่ว์เจียวไม่ได้กินอะไรมาแล้วสองวัน นางแบกร่างที่ทั้งเหนื่อยและหิวกลับมา แต่คิดไม่ถึงเลยว่าเพิ่งเดินถึงประตูหมู่บ้านก็ได้ยินชาวบ้านคุยกันว่า เฉินฝานขายฉินเย่ว์โหรวให้กับหอนางโลมอี๋ชุนย่วนด้วยเงินเพียงหนึ่งร้อยอีแปะ
ฉินเย่ว์เจียวได้ยินก็วิ่งกลับมาโดยไม่หยุดพักเพียงเพราะกลัวว่าฉินเย่ว์โหรวจะถูกคนจับไป
“พี่สาม!” ฉินเย่ว์โหรวกอดฉินเย่ว์เจียว น้ำตาที่เอ่อคลอในดวงตาเก็บไม่อยู่ร่วงลงมาในที่สุด นางกอดฉินเย่ว์เจียวร้องไห้เสียใจ
เฉินฝานที่เปลี่ยนไป และเกือบถูกพวกจูต้าอันจับตัวไป เรื่องราวแต่ละอย่างนี้ทำให้นางตกใจและหวาดกลัวมาก
นางไม่รู้ว่าจู่ ๆ ทำไมเฉินฝานถึงไม่ดุด่าไม่ทุบตีนางแล้วและไม่รู้ว่าพวกจูต้าอันจะกลับมาอีกหรือไม่
เมื่อได้ยินเสียงร้องไห้ของฉินเย่ว์โหรว ฉินเย่ว์เจียวที่โกรธตั้งแต่ทีแรกเกิดทนไม่ไหวอีกครั้ง นางผลักฉินเย่ว์โหรวออกแล้วจ้องเขม่นเฉินฝาน
“……” เฉินฝานคนนี้ไม่ใช่เฉินฝานคนนั้น วินาทีนี้เฉินฝานไม่รู้จะอธิบายอย่างไร เขามั่นใจมากหากเขาพูดว่าเขาทะลุมิติ ฉินเย่ว์เจียวคงยิงธนูใส่เขาทันทีแน่
และในความเป็นจริง ต่อให้เขาไม่อธิบายอะไร ฉินเย่ว์เจียวก็อยากฆ่าเขาให้ตายเหมือนกัน
“เฉินฝาน เจ้าไปตายซะ!”
ฉินเย่ว์เจียวดึงคานธนูจนตึง ลูกธนูบนนั้นพุ่งได้ทันทีเพียงแค่สัมผัส
“พี่สาม อย่านะเจ้าคะ!”
ฉินเย่ว์โหรวพุ่งตัวออกไปกางแขนและบังเฉินฝานเอาไว้
“เจ้าหลบไปนะน้องสี่!”
“พี่สาม!” ฉินเย่ว์โหรวยืนบังเฉินฝานอย่างมิดชิด “นายท่านเป็นรากฐานของพวกเรา ท่านฆ่าเขาไม่ได้ ถ้าเขาตายพวกเราก็จะตายเหมือนกัน”
หากเฉินฝานตาย ภรรยาของเขาก็จะกลายเป็นผู้หญิงที่ไม่มีเจ้านาย ใครๆ ก็ครอบครองและทำร้ายได้ตามใจชอบ
แล้วอีกอย่าง ที่ต้าชิ่ง ภรรยาฆ่าสามีเป็นความผิดสูงสุด จะถูกลงโทษด้วยการตัดหัวที่ตลาด พี่น้องที่แต่งพร้อมกัน แม้ไม่ถึงโทษประหารแต่ก็ไม่อาจละเว้นการลงโทษได้ จะต้องถูกเนรเทศไปอยู่ชานเมืองและทำงานแรงงาน
เขตชายแดนสถานที่เช่นนั้น ล้วนไปแล้วไม่ได้กลับทั้งนั้น
“ถ้าเช่นนั้นก็ตายพร้อมกันเถอะ!”
ฉินเย่ว์เจียวไม่อยากมีชีวิตอีกต่อไปตั้งแต่ได้ยินที่หน้าหมู่บ้านว่าเฉินฝานขายฉินเย่ว์โหรว “ครึ่งปีที่ผ่านมา พวกเราไม่ได้ใช้ชีวิตเหมือนตายทั้งเป็นอยู่แล้วหรอกรึ! เขานอกจากออกไปดื่มเหล้าเล่นพนัน วันที่อยู่เรือนก็คือทุบตีพวกเรา”
“ข้าเคยนับแล้ว แส้เถาวัลย์สิบอันเต็ม ๆ เขาทุบตีพวกเราจนแส้เถาวัลย์หักไปแล้วสิบอันเต็ม ๆ ยังไม่พอ เมื่อสามเดือนก่อน เขาออกไปเล่นพนันจนแพ้ พอกลับมาถึงก็ใช้เจ้าเป็นที่ระบายจนขาเจ้าหัก แล้วยังมีน้องห้า……”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เขยอันดับหนึ่งของจักรพรรดิ