เมื่อมาถึงยามนี้ ฉินเย่ว์เจียวไม่สามารถพูดต่อไปได้อีก นางถอดด้ามธนูออกจากคันธนู กำไว้ในมือแน่น ขณะที่จ้องเฉินฝานถมึงทึง
เฉินฝานยังรู้สึกโกรธเมื่อได้ยินคำพูดนี้ ไม่ต้องพูดถึงฉินเย่ว์เจียวเลย เขาฟังแล้วยังอยากบีบคอนายท่านคนเดิมให้ตายไปเสีย
ฉินเย่ว์โหรวลดแขนที่กางออกลงอย่างช้า ๆ แสงในดวงตาหรี่ลงทีละน้อย ฉินเย่ว์เจียวพูดถูก ตั้งแต่เข้ามาในบ้านหลังนี้พวกนางไม่เคยได้ใช้ชีวิตอย่างสบาย ๆ เลยสักวัน
หลายครั้งที่นางเองก็สงสัย ความตายนั้นดีกว่าการมีชีวิตอยู่หรือไม่
“น้องสี่ เจ้ามายืนข้างข้า” ฉินเย่ว์เจียวดันฉินเย่ว์โหรวไปด้านข้าง พลางชี้ด้ามธนูและคันธนูไปยังเฉินฝานอีกครั้ง
“อา!” ฉินเย่ว์โหรวหลับตาไม่กล้ามอง
ผ่านไปชั่วพริบตา
“ท่าน......”
ฉินเย่ว์เจียวจ้องมองเฉินฝานตรงหน้านางอย่างว่างเปล่า ในขณะนี้เฉินฝานกำลังจับมือของนางที่ถือคันธนูอยู่
“เหตุใดท่านถึง ถึงได้...” ฉินเย่ว์เจียวเอ่ยขึ้นตะกุกตะกัก
เขาเข้ามาตรงหน้านางและจับมือนางได้รวดเร็วขนาดนี้ได้อย่างไร เขาจะมีทักษะเช่นนี้ได้อย่างไร
หากเขามีทักษะเช่นนี้ ฉินเย่ว์โหรวคงถูกขายไปนานแล้ว จะรอให้นางออกไปแล้วค่อยแอบขายฉินเย่ว์โหรวทำไมกัน
“เย่ว์... เจียว” เฉินฝานไม่คุ้นเคยอยู่บ้างกับการเรียกฉินเย่ว์เจียวเป็นครั้งแรก
หญิงสาวคนนี้มีนิสัยเช่นชื่อของนาง เมื่อปรากฏตัวออกก็เหมือนกับมังกร พร้อมจะกัดยามได้อ้าปาก
“เจ้าอย่าตื่นตระหนกเช่นนั้นเลย ทำความเข้าใจให้ชัดเจนก่อนได้หรือไม่”
“ปล่อย!” ขณะดิ้นรน ฉินเย่ว์เจียวแอบประหลาดใจที่นางไม่สามารถหลุดพ้นจากมือของเฉินฝานได้
“ไม่มีทาง!”
เหลวไหล ปล่อยมือเพื่อให้นางยิงธนูใส่ตนน่ะหรือ
โชคดีที่ก่อนหน้านี้เขาเคยเป็นทหารผ่านศึกมาก่อน ทักษะของเขาค่อนข้างดี
“ท่าน...” ฉินเย่ว์เจียวพยายามดิ้นอย่างหนัก
เฉินฝานต้องการหยิบด้ามธนูจากมือของฉินเย่ว์เจียว แต่เจ้าของร่างเดิมนั้นเกียจคร้าน ร่างกายขาดการออกกำลังกายอย่างจริงจัง
กลางวันทุบตีจูต้าอัน เมื่อครู่เพื่อหลบด้ามธนูของฉินเย่ว์เจียวอีกจึงรีบไปจับมือนางไว้ ยามนี้จึงอ่อนแรงอยู่บ้าง
ในขณะที่กำลังแย่งชิง...
“ผ่าง!”
หลังจากเวียนหัวอยู่พักหนึ่ง เฉินฝานรู้สึกได้ถึงสัมผัสที่อยู่ข้างใต้...นุ่มอุ่น พร้อมด้วยกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของร่างกายหญิงสาว
ริมฝีปากชนเข้ากับสิ่งหนึ่ง สิ่งนั้นอบอุ่นคล้ายขี้ผึ้ง ดึงดูดเฉินฝาน
เฉินฝานขยับริมฝีปากตามสัญชาตญาณ
“อื้อ! อื้อ”
เฉินฝานตามเสียงไป...
เฮ้...เฮ้เฮ้
เมื่อครู่กำลังต่อสู้กับฉินเย่ว์เจียวและทั้งสองก็ล้มลงกับพื้น ฉินเย่ว์เจียวล้มลงกับพื้นก่อนและเขาก็ล้มทับฉินเย่ว์เจียว
สิ่งที่นุ่มอุ่นคือร่างกายของฉินเย่ว์เจียวสิ่งที่อบอุ่น และสิ่งที่นุ่มเนียนคือริมฝีปากของนาง
ในเวลานี้ทั้งสองต่างปากประกบปาก
“อื้อ...” ปากของฉินเย่ว์เจียวถูกปิด ใบหน้าเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ จ้องเฉินฝานด้วยสายตาหงุดหงิดระคนอับอาย
ยังคงทำอะไรไม่ถูกอยู่เล็กน้อย ทำอะไรไม่ถูกยามได้ใกล้ชิดกับผู้ชายแบบนี้เป็นครั้งแรก
เฉินฝานตกใจเล็กน้อย
นางไม่ได้แต่งงานแล้วหรือ เหตุใดถึงมีปฏิกิริยาเช่นนี้ได้
หรือว่า...
“ถ้าไม่เรียกข้าว่านายท่านก็ไม่ต้องลุก” อย่างไรก็ตามหากฉินเย่ว์เจียวเรียกแล้ว เขาจะไม่ให้นางเรียกอย่างเสียเปล่า
ฉินเย่ว์เจียวต่อต้าน ทว่านางรับรู้ทันทีว่ามันไร้ประโยชน์
“นายท่าน” ฉินเย่ว์เจียวผินหน้าหนี้พลางเอ่ยเรียกออกมาอย่างรวดเร็วและคลุมเครือ
“มองหน้าข้าแล้วพูด”
“...นาย ท่าน!” ฉินเย่ว์เจียวขบฟันแน่น กอปรกับใบหน้าสีแดงเข้มนั้น ช่างเป็นเสน่ห์ที่ล้นเหลือไม่อาจพรรณนาได้
อนาคต... เฉินฝานจินตนาการถึงภาพอนาคตในใจของเขา
ทันทีที่เฉินฝานลุกขึ้นยืน ฉินเย่ว์เจียวซ่อนใบหน้าแล้ววิ่งออกจากบ้านไป ทั้งอับอายทั้งหงุดหงิด ตบตีรั้วในลานบ้านไม่หยุด เฉินฝานนั่งบนเตียง มองนางพลางหัวเราะเบา ๆ
เมื่อมองฉินเย่ว์เจียวนอกบ้าน จากนั้นมองเฉินฝานที่กำลังนั่งหัวเราะอยู่บนเตียง ฉินเย่ว์โหรวที่ยืนพิงประตูจึงถอนใจด้วยความโล่งอก
โชคดีที่พี่สามไม่ได้ทำร้ายนายท่าน
หากฉินเย่ว์เจียวฆ่านายท่านจริง ๆ ผลตามมาคงยากจะจินตนาการ
นางไม่กลัวตาย เพียงแต่กลัวเหล่าพี่น้องจะลำบาก
อีกอย่าง!
ฉินเย่ว์โหรวแอบมองเฉินฝาน
เมื่อครู่เขาปกป้องนางเพียงนี้จนเกือบจะทุบตีจู้ต้าอันจนตายเพื่อนาง
หลังจากที่นายท่านตกลงไปในหุบเขาและฟื้นขึ้นมา ดูเขาจะแตกต่างออกไปมากจริงๆ
ฉินเย่ว์โหรวเริ่มมีความคาดหวังสำหรับวันข้างหน้า
เฉินฝานปฏิบัติต่อเหล่าพี่น้องด้วยความเมตตา ใช้ชีวิตอย่างรักใคร่กลมเกลียว มีลูกเต็มบ้านหลานเต็มเมืองให้เขา
วันเช่นนี้จะมาถึงได้หรือไม่นะ

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เขยอันดับหนึ่งของจักรพรรดิ