ช่วงกลางคืน
ตระกูลเฟิงแห่งเมืองหลวง
ในห้องหนังสือที่มีความโบราณ ควันลอยวนเวียน นาฬิกาปลุกบนผนังดัง “ติ๊ดติ๊ด”เป็นสิบรอบ
ข้างๆโต๊ะหนังสือนั้นมีผู้ชายวัยกลางคนคนหนึ่งนั่งอยู่ ในมือคีบซิการ์มีระดับเอาไว้หนึ่งมวน หรี่ตาลงมองพิจารณาแบบฟอร์มหนึ่งแผ่นในมือ
บุคคลนี้คือเฟิงหยวนเจี๋ยผู้นำตระกูลเฟิง
เขาอายุราวๆห้าสิบกว่าๆ สวมชุดจงซาน จอนสีขาว ใส่แว่นตาครึ่งกรอบสีดำ สุภาพเรียบร้อย มีออร่าเหมือนกับศาสตราจารย์ในมหาวิทยาลัยแบบนั้น
“เซียวชุ่น”ด้านบนแบบฟอร์มนั้นเป็นประวัติอย่างละเอียดของเซียวชุ่น
เอียงลงเล็กน้อย เขาหัวเราะออกมาเบาๆ แล้วพึมพำกับตัวเอง : “น่าสนใจนี่”
หลังจากที่แท่นบู๊เงามืดสิ้นสุดลงแล้ว ซ่งชิงโจก็รายงานสถานการณ์ในตอนนั้นกลับมาตามความจริง
เฟิงหยวนเจี๋ยก็ออกคำสั่งไปว่าให้เริ่มตรวจสอบเซียวชุ่นบุคคลนี้
อาศัยพลังมหาศาลของตระกูลเฟิงไม่คิดว่าจะสามารถสืบได้แค่สถานการณ์ในช่วงสี่ปีนี้ของเขาได้ ยี่สิบกว่าปีก่อนหน้านี้ดูเหมือนกับว่าไม่มีบุคคลนี้อยู่เลย โผล่มาเหมือนกับไม่มีข้อมูลมาแบบนี้
และที่ยิ่งทำให้เฟิงหยวนเจี๋ยรู้สึกแปลกใหม่ก็คือ ผู้แข็งแกร่งที่สามารถเอาชนะนักบู๊ขั้นแปดของสมาคมบู๊โบราณได้ ไม่คิดว่าจะลดเกียรติมาเป็นลูกเขยที่ได้รับการกลั่นแกล้งดูถูกในตระกูลสายสองในสถานที่เล็กๆแบบนี้
เดิมทีเขาวางแผนว่าจะเอาชนะอีกฝ่ายด้วยวิธีการทุกรูปแบบเพื่อประสิทธิผลของตระกูลเฟิง เวลานี้ก็ยิ่งรู้สึกสงสัยบุคคลนี้ขึ้นมา
เขาหยิบโทรศัพท์ตั้งโต๊ะที่อยู่บนโต๊ะหนังสือขึ้นมา แล้วกดเบอร์ซ่งชิงโจ
ไม่นานก็มีเสียงที่ดูประหลาดใจอย่างไม่คาดฝันของอีกฝ่ายหนึ่งก็ดังขึ้นมา ระดับอย่างเขาห่างไกลไม่ถึงขั้นที่ตระกูลเฟิงจะโทรมาหาเขาเองแบบนี้ สิบกว่าปีเขาเคยเจอกับเฟิงหยวนเจี๋ยทั้งหมดสองครั้ง และเป็นการมองผ่านกันแค่แวบเดียวเท่านั้น แม้แต่โอกาสที่จะพูดคุยกันนั้นยังไม่มีเลยอีกด้วย แต่หมายเลขสั้นๆนั้นเขากลับคุ้นเคยเป็นอย่างมาก
“เถ้าแก่ ทำไมถึงได้โทรมาหาผมเองล่ะครับ”
“นี่ชิงโจ นายควรจะกลับมาที่เจียงไห่ได้แล้ว มีภารกิจจะส่งต่อให้นาย”
“เถ้าแก่ว่ามาได้เลยครับ ชิงโจจะทำภารกิจให้สำเร็จราบรื่นแน่นอน”ซ่งชิงโจเอ่ยขึ้นอย่างระมัดระวังเสียจนดูรู้สึกกลัว
“ไปคอยดูเซียวชุ่นคนนี้ที แล้วส่งข่าวคราวที่เกี่ยวข้องกับเขากลับมา ถ้าหากเป็นไปได้ก็สืบประวัติของเขามาด้วย”
“ได้ครับ ขอให้เถ้าแก่วางใจได้ ชิงโจจะต้องทำภารกิจให้สำเร็จแน่นอนครับ”
“กลับไปอย่าลืมทักทายพ่อของนายแทนฉันด้วยนะ ไม่ได้เจอกันนานแล้ว ถ้ามีโอกาสต้องเจอกันเสียหน่อยแล้ว ไม่อย่างนั้นฉันเกือบจะลืมแล้วว่าคุณอาซ่งหน้าตาเป็นยังไง” เฟิงหยวนเจี๋ยยิ้มพลางเอ่ยขึ้น
“เถ้าแก่....เมื่อกี้คุณบอกว่า....อยากจะเจอพ่อผมเหรอครับ?”ซ่งชิงโจเอ่ยขึ้นอย่างไม่อยากจะเชื่อ
เถ้าแก่รู้จักพ่อได้อย่างไร?อีกทั้งดูเหมือนกับเมื่อครู่นี้จะเรียกพ่อว่า “อา”อีกด้วย?
“ทำไมหรือ? สงสัยว่าทำไมฉันถึงรู้จักพ่อของนายใช่ไหม? แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาพูดเรื่องนี้ ต่อไปเดี๋ยวนายก็รู้เอง” เฟิงหยวนเจี๋ยเอ่ยพูดขึ้นมา
“อ่อ ครับ ผมจะฝากคำทักทายไปแน่นอนครับ ผมเองก็ไม่ได้เจอท่านนานแล้วเหมือนกันครับ”ซ่งชิงโจตอบกลับ
“โอเค ถ้าอย่างนั้นก็แค่นี้แล้วกันนะ แล้วติดต่อกันเรื่อยๆ”
“ครับ”
วางสายไปแล้ว ในใจของซ่งชิงโจนั้นมีความรู้สึกที่หลากหลาย
ความหมายในคำพูดของเถ้าแก้นี้ ในที่สุดเขาก็สามารถกลับไปยังเจียงไห่ได้แล้ว กลับไปที่ตระกูลซ่งได้แล้ว
สิบกว่าปีก่อน เป็นแค่เพียงเพราะเขาทำผิดพลาดเล็กๆน้อยๆ ซ่งเจิ้นไห่พ่อของเขาก็โมโหเสียจนไล่เขาออกจากตระกูลซ่ง และปิดกั้นเขาไปหมดทั้งเจียงไห่ เขาจึงถูกบีบออกไปจากเจียงไห่ และไปใช้ชีวิตอยู่ที่ต่างเมือง
แต่ทว่ายังคงพบกับอุปสรรคไปทั่วทุกหนทุกแห่ง ตกมาอยู่กับความผิดหวัง ลำบากยากแค้น และหลังจากนั้นก็ถูกรับเข้ามาในตระกูลเฟิง หลังจากนั้นสิบกว่าปีก็ทำงานรับใช้ตระกูลเฟิงมาโดยตลอด
ภายใต้การสนับสนุนของตระกูลเฟิง เขาโผล่ขึ้นมาเป็นคนหนุ่มที่โดดเด่นที่สมควรแห่งเมืองเหว้ยฮุยอย่างรวดเร็ว กลายมาเป็นลูกพี่ที่คอยออกคำสั่งบัญชาการ รับผิดชอบเรื่องของมณฑลหนิงโจวไปกว่าครึ่ง
ดังนั้นเขาจึงไม่ได้กลับไปที่เจียงไห่มาโดยตลอด แม้แต่ลูกสาวแท้ๆของตัวเองก็ยังไม่เจอหน้าไม่ได้เลยเสียด้วยซ้ำ สาเหตุเดียวคือ ตระกูลเฟิงขอให้เขาตัดขาดการติดต่อกับตระกูลซ่ง แม้แต่เจียงไห่ก็กลับไปไม่ได้
ตอนนี้พบว่า เถ้าแก่ของตัวเองนั้นจะรู้จักกับพ่อ ฟังดูแล้วน้ำเสียงนั้นไม่น่าว่าจะยังสนิทสนมกันอยู่บ้างอีกด้วย
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เขยเลือดร้อน ตะลุยอาณาจักรบู๊
ไม่อัพต่อแล้วเหรอครับ...