ตอนที่ 770 เจ้ากำลังข่มขู่ข้าเยี่ยงนั้นหรือ ?
ต้องบอกว่าการเผชิญหน้ากับไอกระบี่สีทองมากมายเช่นนี้
ทำให้ราชันโบราณกลืนกินที่เคยทำให้ผู้แข็งแกร่งวิถีเซียนทั้งหมดมิอาจโงหัวได้ในยุคหนึ่ง และสรรพสิ่งทั้งหลายยอมศิโรราบให้ผู้นี้ กลับรู้สึกตื่นตระหนกขึ้นมา
วิชากลืนกินของเขาแม้จะเป็นสุดยอดเคล็ดวิชา สามารถกลืนกินและหลอมทุกสิ่งบนโลกได้
แต่วิชากลืนกินก็ยังมีขีดจำกัด เมื่อถึงขีดจำกัดแล้วก็หมายความว่าเคล็ดวิชาก็จะถูกทำลายลง
อีกอย่าง เขายังจำได้ดี
ในยุคสมัยหนึ่งเขาเคยประมือกับคนผู้หนึ่ง ที่มีหน้าตาเหมือนกับบุรุษตรงหน้าทุกกระเบียดนิ้ว
หรือก็คือราชันเย่ผู้นั้น
ราชันเย่ผู้นั้นแม้ว่าจะแข็งแกร่งมาก และเขาเองเคยพ่ายแพ้ให้กับราชันเย่มาแล้ว ทว่าผลสุดท้ายทั้งสองฝ่ายต่างก็บาดเจ็บมิต่างกัน
แต่บุรุษตรงหน้าผู้นี้กลับชั่วช้ายิ่งนัก ปล่อยไอกระบี่ออกมามิหยุด และมิมีทีท่าว่าจะพ่ายแพ้แต่อย่างใด
หากเป็นเช่นนี้ต่อไป มิเพียงวิชาของเขาจะถูกทำลาย แต่จะถูกวิชากลืนกินครอบงำอีกด้วย
“เจ้าเป็นใครกันแน่ ? ”
เมื่อสัมผัสได้ว่าวิชากลืนกินเริ่มจะครอบงำ
ชายวัยกลางคนก็มิกล้ากลืนกินไอกระบี่สีทองอีก เขารีบใช้ดินแดนของตัวเอง หลบเลี่ยงไอกระบี่สีทองที่พุ่งเข้ามามิหยุด
อีกทั้งไอกระบี่สีทองเหล่านี้ล้วนพิสดารยิ่งนัก มิว่าเขาหลบอย่างไรก็มิสามารถหลบเลี่ยงได้เลย
และด้วยเหตุนี้ชายวัยกลางคนจึงรู้สึกหงุดหงิดเป็นอย่างมาก
เดิมทีเขามั่นใจในฝีมือของตนมาก จึงมิได้โจมตีอีกฝ่ายอย่างเต็มที่ ทว่าเมื่ออีกฝ่ายลงมือกลับมิให้โอกาสเขาได้หายใจแม้แต่น้อย
เย่ฉางชิงมิได้แยแสแต่อย่างใด เบื้องหน้ายังคงมีไอกระบี่สีทองสายแล้วสายเล่าปรากฎขึ้นมามิหยุด
และในตอนนั้นเอง จู่ ๆ เขาก็เกิดความรู้แจ้งในภาพกระบี่ไร้สิ้นสุดกระบวนท่าใหม่
ภาพกระบี่ไร้สิ้นสุด หมายถึงมิมีที่สิ้นสุด
ใช้เจตจำนงสร้างไอกระบี่ เจตจำนงมั่นคง ไอกระบี่ก็แข็งแกร่ง นี่ก็คือไอกระบี่ไร้สิ้นสุด
อีกทั้งไอกระบี่ทุกสายต่างก็เหมือนกัน
ไอกระบี่ที่มิมีสิ้นสุดเช่นนี้ ย่อมสามารถเอาชนะราชันทุกคนได้อย่างแน่นอน
“เจ้าเป็นใครกันแน่ ? ”
“ข้าจะปล่อยท่านไป ได้โปรดสลายไอกระบี่เถอะ”
“ต้องทำเช่นไรท่านถึงจะยอมไปจากที่นี่ ? ”
“เจ้าอยากให้ข้าขอโทษงั้นหรือ ได้ ขอเพียงเจ้ายอมสลายไอกระบี่เหล่านี้ ข้าจะยอมก้มหัวขอโทษเจ้า”
“บัดซบ เจ้าคงมิคิดให้ข้าเป็นคนรับใช้ของเจ้าหรอกกระมัง ข้าเป็นราชันโบราณกลืนกินจะเป็นคนรับใช้ของเจ้าได้อย่างไร ! ”
“ได้โปรดสลายไอกระบี่ด้วยเถอะ ข้าขอโทษที่ล่วงเกินเจ้าไปก่อนหน้านี้ ! ”
“ข้าสำนึกผิดแล้ว ขอท่านได้โปรดสลายไอกระบี่ด้วย ท่านอยากให้ข้าเป็นคนรับใช้ของท่าน เช่นนั้นได้โปรดสลายไอกระบี่ก่อนเถิด จากนั้นพวกเราค่อยมาคุยกันดี ๆ ดีกว่า”
“ย๊าก เช่นนั้นข้าขอสู้ตายกับเจ้า ! ”
“……”
เย่ฉางชิงมิได้ตอบอะไร เพียงแต่กลั่นไอกระบี่สีทองไร้ที่สิ้นสุดขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากนั้นก็ปล่อยออกไปตามล่าราชันโบราณกลืนกินผู้นั้น
ส่วนชายวัยกลางคนอาศัยดินแดนมรรคาของตน หลบไอกระบี่สีทองสายแล้วสายเล่า
ทว่าเมื่อไอกระบี่สีทองเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ เขาจึงจำต้องใช้วิชากลืนกินอีกครั้งในช่วงเวลาสำคัญ
อีกทั้งไอกระบี่สีทองนี้กลับพิสดารยิ่งนัก มิเพียงผนึกความว่างเปล่าและเวลาได้ แต่ยังมิได้รับผลกระทบและถูกสะกดจากแดนมรรคาของเขาอีกด้วย
ดังนั้นเวลามิถึงหนึ่งชั่วยาม
ชายวัยกลางคนจึงได้สำแดงวิชากลืนกินอีกครั้ง ทว่าเมื่อพลังของเขาลดลง ไอกระบี่สีทองจึงสามารถทะลวงผ่านกายเนื้อได้อย่างต่อเนื่อง จนทำให้จิตวิญญาณของเขาเสียหาย
ผ่านไปนาน จิตใจของเขาก็แตกสลาย
เมื่อเห็นชายวัยกลางคนที่หยิ่งทะนงคุกเข่าอยู่กลางอากาศ ปล่อยให้ไอกระบี่สีทองทะลวงผ่านกายเนื้อสายแล้วสายเล่า และส่งเสียงสะอึกสะอื้นมิหยุด
ในที่สุดเย่ฉางชิงก็หยุดลง
เสียงที่ราวกับอสนีบาตดังขึ้นอีกครั้ง ก่อนที่ไอสังหารที่ทรงพลังจะพุ่งขึ้นฟ้า
จากนั้นหอกยาวสีทองเล่มหนึ่งที่แฝงด้วยพลังทำลายล้าง ฉีกความว่างเปล่าร้อยจั้ง ห่อหุ้มด้วยพลังทำลายล้างอันน่าสะพรึงกลัวก็พุ่งเข้ามา
ตู้ม !
เมื่อตำหนักทองสัมฤทธิ์และหอกยาวสีทองเข้าปะทะกัน ก็ราวกับดาวเคราะห์สองดวงพุ่งชนกันก็มิปาน
จนเสียงดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่ว
คลื่นพลังอันน่าสะพรึงกลัวแผ่ปกคลุมไปทั่วฟ้าดิน
ความว่างเปล่าในรัศมีร้อยลี้พังทลายลง อาณาจักรทะเลอันกว้างใหญ่แทบจะถูกทำลายลงในพริบตา สิ่งมีชีวิตทั้งหมดแทบจะกลายเป็นผุยผงในทันใด
แค่คิดดูก็รู้แล้วว่าภาพเช่นนี้น่าสะพรึงกลัวเพียงใด !
เย่ฉางชิงเห็นดังนั้นก็ขมวดคิ้วมุ่น อดมิได้ที่จะเอ่ยว่า “เจ้าจะทำอะไร ? ”
มุมปากของเว่ยอู๋เซี๋ยโค้งขึ้น ก่อนจะเอ่ยราวกับสนุกเสียเต็มประดาว่า “เดิมทีราชันชางผู้นี้เป็นคนขับไล่ข้าไปจากที่แห่งนี้ ในเมื่อข้ากลับมาแล้ว จะปล่อยเขาไปง่าย ๆ ได้อย่างไร ? ”
“แน่นอนว่าดินแดนที่พวกเรากำลังจะไปเต็มไปด้วยอันตรายมากมาย แม้แต่ข้าเองก็มีโอกาสที่จะดับสูญ ดังนั้นก่อนที่จะไปจากที่นี่ ข้าต้องแก้แค้นราชันชางให้ได้เสียก่อน”
เย่ฉางชิงจึงถามไปตรง ๆ ว่า “เจ้าอยากให้ข้าช่วยเจ้าอย่างนั้นหรือ ? ”
เว่ยอู๋เซี๋ยเอ่ยเสียงเรียบว่า “หากเจ้ามิยื่นมือเข้ามาช่วย ข้าก็จะขอสู้ตายกับราชันชางผู้นี้ที่นี่”
เย่ฉางชิงเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “เจ้ากำลังขู่ข้าอย่างนั้นหรือ ? ”
เว่ยอู๋เซี๋ยจึงเอ่ยว่า “ราชันชางเป็นคนที่หยิ่งทะนง ต่อให้เจ้ามิลงมือ วันนี้เกรงว่าคงยากที่จะไปจากที่นี่ได้”
ยังมิทันสิ้นเสียง รถศึกโบราณคันหนึ่งก็ปรากฎขึ้นมิไกลนัก
สัตว์โบราณคำรามเสียงดังลั่น พลังชั่วร้ายนั้นน่าสะพรึงกลัวยิ่ง สายฟ้าแลบ หมอกแสงแผ่ปกคลุม
และบนรถศึกโบราณ ก็มีร่างสีทองสูงใหญ่ร่างหนึ่งยืนอยู่
“มิน่าเล่าถึงกล้าบุกเข้ามาที่นี่ ที่แท้ก็มีผู้ช่วยนี่เอง”
“อ๊ะ……ราชันเย่ ? ”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน