ตอนที่ 771 ข้าจะเอาคนผู้นี้
ชายรูปร่างสูงใหญ่ที่ยืนอยู่บนรถศึก เหมือนจำเย่ฉางชิงที่ยืนอยู่ด้านหลังของเว่ยอู๋เซี๋ยได้
ทันใดนั้น ไอสังหารที่ปกคลุมบนกายของเขาก็พลันมลายหายไป
ตอนนั้นราชันเย่บุกเข้ามายังส่วนลึกของอาณาจักรทะเลเพียงลำพัง และเกิดการต่อสู้อันน่าตื่นตระหนกกับราชันผู้หลับใหลในที่แห่งนี้
ยิ่งกว่านั้นอาศัยแค่พลังของเขาแต่เพียงผู้เดียว ทว่ากลับทำให้ราชันที่หลับใหลอยู่ที่นี่มาหลายยุคสมัยเกิดความหวาดกลัวได้แล้ว
ดังนั้นเมื่อเห็นเย่ฉางชิง ราชันชางก็ไร้ซึ่งความรู้สึกฮึกเหิมที่จะต่อสู้ทันที
เพียงแต่สิ่งที่ทำให้เขาสงสัยก็คือ ตอนนั้นราชันเย่เข้าไปในส่วนลึกของอาณาจักรทะเล ทว่ากลับมิได้ออกมาอีก
อีกทั้งส่วนลึกของอาณาจักรทะเล แท้จริงแล้วมีสัตว์ประหลาดใดหลับใหลอยู่กันแน่ ทุกคนต่างรู้แก่ใจดี
ก็หมายความว่าตอนนั้นราชันเย่ต้องตายอยู่ในส่วนลึกของอาณาจักรทะเลไปแล้วอย่างแน่นอน
ทว่าเหตุใดเวลานี้ ราชันเย่ถึงมาปรากฏตัวที่นี่ได้ ?
“เป็นไปมิได้ ! ”
ราชันชางที่มีหมอกแสงอันเจิดจ้าปกคลุมไปทั่วร่างส่ายหน้าไปมา “ตอนนั้นแม้ข้าจะมิได้เข้าไปดูการต่อสู้ของราชันเย่และเทพจารชนด้วยตาตนเอง แต่เทพจารชนท่านนั้นแท้จริงแล้วน่าสะพรึงกลัวเพียงใด ทุกคนต่างก็รู้ดีอยู่แก่ใจ”
เว่ยอู๋เซี๋ยหัวเราะออกมาอย่างมิเกรงกลัวว่า “ราชันชาง ข้าจะบอกเจ้าให้ คนผู้นี้มิใช่ราชันเย่”
“ถูกต้อง ข้ามิใช่ราชันผู้นั้น”
เย่ฉางชิงนิ่งเงียบอยู่สักพัก ก่อนจะเอ่ยออกมาว่า “แต่การที่พวกเจ้าสองคนสู้กัน ข้ามีเงื่อนไขข้อหนึ่ง ราชันโบราณกลืนกินผู้นี้มิว่าแพ้หรือชนะก็มิอาจตายอยู่ที่นี่ได้”
เว่ยอู๋เซี๋ยต้องการยืมมือเขา ยึดดินแดนของตัวเองคืนจากราชันชาง เขาพอจะฝืนใจช่วยได้
เพราะการให้อีกฝ่ายนำทางไปตามหาบรรพบุรุษของเผ่าสวรรค์ผู้นั้น เป็นเขาเองที่เป็นฝ่ายร้องขอ
ทว่าเจ้าคนมากแผนการผู้นี้กลับใช้เรื่องนี้มาข่มขู่เขา จึงทำให้เรื่องนี้บานปลายกลายเป็นเยี่ยงนี้ไปได้
ได้ยินดังนั้น เว่ยอู๋เซี๋ยก็หันมามองเย่ฉางชิง ก่อนจะส่งกระแสจิตให้เขาว่า “ข้าช่วยนำทางเจ้าต้องเจอกับอันตรายมากมาย เจ้าแค่ช่วยข้าสังหารราชันชาง การแลกเปลี่ยนครั้งนี้เจ้ามิได้ขาดทุนอะไรเลยมิใช่หรือ ? ”
เย่ฉางชิงหัวเราะออกมา ก่อนจะตอบกลับไปว่า “แต่ก่อนหน้านี้เจ้ามิได้กล่าวเช่นนี้”
เว่ยอู๋เซี๋ยจึงเปลี่ยนเรื่อง และใช้น้ำเสียงที่เย็นชาลง “เช่นนั้นเจ้ามิกลัวข้าจะร่วมมือกับราชันชาง หันมาจัดการเจ้าหรอกหรือ ? ”
เย่ฉางชิงขมวดคิ้วเล็กน้อย รอบกายพลันมีไอกระบี่สีทองมากมายปรากฎขึ้น
ในตอนนั้นเองร่างของเว่ยอู๋เซี๋ยก็ค่อย ๆ เลือนรางหายไป ก่อนที่หอกยาวสีทองเล่มหนึ่งห่อหุ้มด้วยพลังทำลายล้าง ได้แหวกอากาศและพุ่งเข้าใส่เย่ฉางชิง
เย่ฉางชิงเพ่งสมาธิ ไอกระบี่สีทองสายหนึ่งพลันพุ่งออกไป
ตู้ม !
ไอกระบี่สีทองและหอกยาวสีทองเล่มนั้นปะทะกันกลางอากาศ ก่อนจะเกิดระเบิดขึ้นในทันที
เสียงระเบิดอันน่าสะรึงกลัวดังสนั่นหวั่นไหว
คลื่นพลังอันรุนแรงจากการปะทะสั่นสะเทือนออกไปนับพันลี้ ทำให้ความว่างเปล่าพังทลายเป็นบริเวณกว้าง
“ราชันชาง ตอนนี้เจ้าเชื่อหรือยังว่าเจ้าหนุ่มคนนี้แข็งแกร่งเพียงใด ? ”
เว่ยอู๋เซี๋ยที่สวมชุดสีดำปรากฏตัวขึ้นข้างกายราชันชางอย่างเงียบเชียบ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง “เจ้าเด็กคนนี้แม้จะมิใช่ราชันเย่ผู้นั้น แต่พลังของเขากลับเหนือกว่าราชันเย่เสียอีก”
“ก่อนหน้านี้ข้าคิดว่าจะให้เจ้าหนุ่มคนนี้สู้กับเจ้า จากนั้นก็หาจังหวะเล่นงานเขาจากทางด้านหลัง แต่เขากลับมิคิดจะลงมืออะไรเลย”
“มิเป็นไร”
ราชันชางหัวเราะเสียงเย็น พลางเอ่ยอย่างมิแยแสว่า “ครั้งก่อนตอนสู้กับราชันเย่ พวกเราวางแผนมิรอบคอบเอง ทำให้คนผู้นั้นหนีไปได้”
“แต่ครั้งนี้มิเหมือนกัน เพราะมิได้มีแค่เราสองคนเท่านั้น ที่ต้องการเลือดราชันมาหล่อเลี้ยงกายเนื้อและจิตวิญญาณ เกรงว่าเจ้าเฒ่าในส่วนลึกของอาณาจักรทะเลเหล่านั้นก็คงนั่งมิติดเช่นกัน”
“ขอเพียงเด็กคนนี้มิได้มีตบะบารมีระดับเทพโบราณ วันนี้เขาต้องตายอยู่ที่นี่ กลายเป็นอาหารของเราอย่างแน่นอน”
เว่ยอู๋เซี๋ยแสยะยิ้มออกมา พลางมองไปรอบ ๆ “ทุกท่าน ในเมื่อมาถึงแล้ว เหตุใดจึงมิปรากฎกายเล่า ? ”
มินาน เสียงชราที่แหบแห้งเสียงหนึ่งก็ดังขึ้น ท่ามกลางความว่างเปล่า
“หากมิใช่เพราะว่ากายเนื้อและจิตวิญญาณของข้าใกล้จะสลาย ข้าคงมิร่วมมือกับพวกเจ้าสังหารเด็กคนหนึ่งหรอก”


VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน