ตอนที่ 773 ที่แท้การไร้พ่ายก็โดดเดี่ยวเพียงนี้
พวกเขาพบว่าเย่ฉางชิงยืนอยู่กลางอากาศ ผมดำยาวนั้นค่อย ๆ ขยับ ราวกับผมแต่ละเส้นมีชีวิตอย่างไรอย่างนั้น
รอบกายของเขาอบอวลไปด้วยแสงสีเขียว หมอกแสงและพลังโกลาหลพลุ่งพล่าน
โดยเฉพาะปทุมสูติที่ลอยอยู่เหนือศีรษะของเขาดอกนั้น มีสัญลักษณ์ต่าง ๆ ที่เกิดจากมหามรรคาโปรยปรายลงมา ราวกับฝนดาวตก
วินาทีนี้
เย่ฉางชิงดูราวกับเทพผู้สร้างโลก เพียงแค่ยืนอยู่ตรงนั้นก็ทำให้คนอดมิได้ที่จะรู้สึกเลื่อมใสจนอยากกราบไหว้
มิว่าจะเป็นเพียงมดปลวกที่อ่อนแอ หรือจักรพรรดิอมตะที่สามารถเอาชนะผู้แข็งแกร่งไร้เทียมทานในโลกนี้ได้ ต่างก็เกิดความรู้สึกเดียวกัน
“เขา……เขาเป็นใครกันแน่ ? ”
จักรพรรดิอมตะใจสั่นระรัว ขาทั้งสองข้างสั่นเทา พลางถามออกมาเสียงสั่น
“แค่นิมิตที่ปกคลุมรอบกายก็ทำให้คนอดมิได้ที่จะรู้สึกเลื่อมใสจนอยากจะกราบไหว้แล้ว โดยเฉพาะไอพลังศักดิ์สิทธิ์ที่แผ่ออกมาจากกาย แม้แต่เทพจารชนผู้นั้นก็ยังทำมิได้”
ราชันอวี่กลืนน้ำลายลงคอ ก่อนจะเอ่ยด้วยความตื่นตระหนก
จักรพรรดิอมตะขมวดคิ้วเล็กน้อย “เขากำลังจะบรรลุตบะบารมีขึ้นไปอีกระดับอย่างนั้นหรือ ? ”
“ใช่แล้ว เหมือนกำลังจะบรรลุตบะบารมี”
ราชันอวี่พยักหน้าน้อย ๆ ทว่าจากนั้นก็ดวงตาเบิกโพลง พร้อมกับเอ่ยอย่างตื่นตระหนกว่า “หรือว่า……เขากำลังก้าวเข้าสู่ระดับเทพโบราณอย่างนั้นหรือ ? ”
จักรพรรดิอมตะและราชันอวี่สบตากัน ทั้งสองราวกับเข้าใจบางอย่างได้ในทันที
การจะเข้าสู่ระดับเทพโบราณต้องผ่านขั้นตอนที่ยาวนาน
และระหว่างนั้น จะมีสุดยอดผลมรรคาปรากฎขึ้น
หากทั้งสองคนสามารถชิงผลมรรคานี้มาได้ เช่นนั้นหนึ่งในพวกเขาสองคนก็จะมีโอกาสก้าวเข้าสู่ระดับเทพโบราณด้วย
เช่นนั้นแล้วก็จะได้รับการสักการะจากคนบนโลก ได้รับการบูชาจากสรรพสิ่ง มิตาย มิสูญสลาย และเป็นนิรันดร์
ทั้งสองสบตากันเล็กน้อย จากนั้นก็แวบกายหายไป ก่อนจะปรากฎกายขึ้นอีกครั้งห่างจากเย่ฉางชิงไปร้อยลี้
“มิไหวแล้ว ! ”
ทว่าวินาทีที่ราชันอวี่ปรากฎตัว พลันมีสีหน้าเปลี่ยนไป จากนั้นก็ต้องคุกเข่าลงกับพื้น
“ไอพลังบนกายของคนผู้นี้พิสดารยิ่งนัก แม้จะมิมีพลานุภาพใด ๆ แต่แค่ไอพลังศักดิ์สิทธิ์นั่นก็ทำให้มิสามารถต้านทานได้แล้ว”
ราชันอวี่คุกเข่าลงกับพื้น พลางส่งกระแสจิตไปหาจักรพรรดิอมตะ
ทว่าเวลานี้รอบกายของจักรพรรดิอมตะมีหมอกสีเลือดปกคลุม พลังแห่งกฎวนรอบกาย
แม้การเผชิญหน้ากับไอพลังศักดิ์สิทธิ์นี้ เขาเองก็อดมิได้ที่อยากจะกราบกราน แต่ด้วยพลังแห่งกฏของเขาก็ยังพอฝืนยืนอยู่ตรงนั้นได้
“สุดยอดผลมรรคายังมิปรากฏ พวกเราถอยก่อนจะดีกว่า”
จักรพรรดิอมตะดวงตาวาวโรจน์ มองไปทางเย่ฉางชิงที่อยู่ไกลออกไป ก่อนจะเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “รอผลมรรคาปรากฏแล้ว ข้าจะใช้ดาบทำลายไอพลังศักดิ์สิทธิ์ จากนั้นก็ชิงผลมรรคาซะ”
ราชันอวี่พยักหน้ารับด้วยความยากลำบาก ก่อนจะหายตัวไปจากตรงนั้น
จักรพรรดิอมตะมุมปากโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นเยียบ ก่อนจะหายตัวไปเช่นกัน
ขณะเดียวกันเมื่อดอกบัวสีทองดอกนั้น กลายเป็นปทุมสูติดอกหนึ่ง
เย่ฉางชิงก็เกิดความรู้แจ้งขึ้นมาอย่างมิรู้ตัว
รู้แจ้งข้อหนึ่งเสมือนรู้แจ้งหมื่นข้อ
วิถีกระบี่นั้นเป็นหนึ่งในสามพันวิถีมหามรรคา
เมื่อรู้แจ้งในวิถีกระบี่ถึงขั้นสูงสุด ก็สามารถใช้วิถีกระบี่ขั้นสูงสุดถอดสามพันมหามรรคาได้
เพียงแต่สามพันมหามรรคานี้มาจากที่ใดกัน ขณะที่เย่ฉางชิงกำลังตั้งคำถามอันลึกซึ้งนี้โดยมิตั้งใจ หว่างคิ้วของเขาก็ปรากฎรอยประทับสีทองวิเศษขึ้นรอยหนึ่ง
“เต๋าที่เรียกขานได้ มิใช่เต๋าอันแท้จริง นามที่เรียกขานได้ มิใช่นามอันแท้จริง……”
จู่ ๆ เย่ฉางชิงก็นึกถึงคำกล่าวที่มีเหตุและผลที่อยู่ใน ‘คัมภีร์ลัทธิเต๋า’ โดยมิได้ตั้งใจ
ทว่าคำพูดประโยคนี้กลับสามารถอธิบายข้อข้องใจของเขาได้พอดี

VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน