เพียงความรู้สึก นิยาย บท 16

ตอนที่ 16 งานเลี้ยงวันเกิด

เธอจ้องเขม็งไปที่นภัสสรก่อนจะเดินออกมาโดยไม่พูดอะไร ในระหว่างนั้น ดนัยก็พานภัสสรและแทนไทไปยังเลานจ์ส่วนตัวของเขา “คุณดนัย ของขวัญจากเมอร์เซด เธอฝากมาอวยพรให้คุณค่ะ” นภัสสรมอบของขวัญให้กับชายแก่ อันที่จริงมันก็ไม่ใช่งานเลี้ยงธรรมดาหรอก แต่มันเป็นงานเลี้ยงวันเกิดของดนัยด้วย เธอเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่รู้ว่าวันนี้เป็นวันเกิดเขา “บอกเธอด้วยว่าฉันขอบคุณมาก ฉันชอบมันมาก” ดนัยแกะของขวัญทันที มันคือกาน้ำชาบราวน์เบ็ตตี้ที่เมอร์เซดทำเองกับมือ แม้ว่ามูลค่าจะไม่ได้มากมายอะไร แต่เขาก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มกว้าง โดยเฉพาะเมื่อดวงตาปะทะกับลายเซ็นของเมอร์เซดที่สลักไว้ตรงก้นของกาน้ำ เขาวางของขวัญลงข้าง ๆ แล้วหันไปหาแทนไทเพื่อต่อการสนทนาเมื่อครู่ที่ถูกขัดด้วยความวุ่นวายก่อนหน้า “ธาม อย่างที่นายรู้ ช่วงเวลาทองของฉันมันผ่านไปแล้ว ฉันคิดว่าฉันช่วยนายได้ไม่มากนักหรอกกับสิ่งที่นายพูดถึง” แทนไทเป็นผู้บริจาครายใหญ่ที่สุดในค่ำคืนนี้ แทนที่จะเข้ามาเป็นหุ้นส่วนในโครงการของตระกูลหิรัญกิจ แต่เขากลับมาที่นี่เพื่อเชิญดนัยให้เป็นหัวหน้าทีมดีไซน์เนอร์ในโปรเจกต์ล่าสุดอย่าง ‘โปรเจกต์รีเบิร์ธ’ ของวณิชกุลกรุ๊ปเสียอย่างนั้น เมื่อพูดถึงเรื่องงานแล้ว เขายึดติดกับความสมบูรณ์แบบเป็นอย่างมาก มีดีไซน์เนอร์ด้านแฟชั่นที่เขาชื่นชอบเพียงสองคนเท่านั้น คือ ดนัยและเมอร์เซด เนื่องจากเมอร์เซดอาศัยอยู่ต่างประเทศ ดนัยจึงเป็นคนเดียวที่เขาสามารถขอความช่วยเหลือได้ ดังนั้นเมื่อดนัยปฏิเสธ เขาก็แทบไปไม่เป็น “จริง ๆ ฉันมีคนที่น่าอยากแนะนำนะ” ดนัยหันไปมองนภัสสร “นายคิดยังไงถ้าเป็นแนทล่ะ เธอมีไอเดียดี ๆ เยอะเลยนะ” นภัสสรยืนนิ่งด้วยความงุนงง แทนไทเสตามองตามไปที่นภัสสร ผู้หญิงที่เขาพบเพียงสองครั้ง เขาเกิดความลังเลขึ้นเพราะไม่อาจวางใจมอบหมายงานให้กับคนที่เพิ่งได้พบเพียงสองครั้งเท่านั้น “ทำไมไม่ลองให้เธอทำงานที่นั่นสักหนึ่งเดือนล่ะ นายก็ประเมินความสามารถของเธอในช่วงทดลองงานไง ถ้านายคิดว่าเธอไม่มีความสามารถพอ นายยังสามารถขอให้ที่ปรึกษาของเธอทำงานให้ได้นะ” ดนัยแนะนำด้วยรอยยิ้ม ดวงตาของเขาเผยให้เห็นถึงความไว้ใจในตัวของนภัสสร การถูกพาดพิงอย่างไม่บอกไม่กล่าวเล่นเอานภัสสรรู้สึกงงงวย อย่าบอกนะว่าดนัยกำลังขายเธอและเมอร์เซดให้ชายหนุ่มตรงหน้าเพื่อที่เขาจะได้ไม่ต้องทำงานน่ะ แต่ในขณะที่นภัสสรพร่ำบ่นในใจ ความคิดของแทนไทก็เริ่มเปลี่ยนไปเมื่อเขาเห็นถึงความมั่นในของดนัยที่มีต่อความสามารถของนภัสสร เขาพยักหน้ารับแล้วเอ่ย “ก็ได้ครับ” จบคำ นภัสสรถึงกับพูดอะไรไม่ออก เฮ้... ฉันไม่ใช่คนที่ต้องถามความเห็นหรอกเหรอ? “พรุ่งนี้คุณเริ่มงานได้เลย” แทนไทลุกขึ้นยืนก่อนจะมอบนามบัตรที่ถูกประดับด้วยตัวหนังสือสีทองให้เธอ ก่อนที่เธอจะได้เอื้อนเอ่ย ร่างสูงก็หันหลังออกจากห้องไปเสียแล้ว “คุณดนัย?” หัวสมองเธอขาวโพลนขณะที่จ้องมองดนัยด้วยสายตาเต็มไปด้วยคำถาม ดนัยไขข้อข้องใจด้วยรอยยิ้มจาง ๆ “ฉันกับเมนทอร์ของเธอมีความเห็นตรงกันว่า ถึงเวลาที่เธอต้องออกไปเผชิญโลกความจริงแล้ว” นภัสสรเก็บนามบัตรลงไปก่อนจะพยักหน้าให้เขา เธอเข้าใจดีว่าดนัยทำลงไปเพื่อตัวเธอเอง “ฉันเข้าใจแล้วค่ะคุณดนัย ขอบคุณนะคะสำหรับทุกอย่างที่คอยช่วย” ตอนอยู่ต่างประเทศ เธอสามารถสร้างชื่อเสียงได้ด้วยการสนับสนุนจากที่ที่ปรึกษาของเธอ แต่ตอนนี้เธอกลับมาแล้ว เธอเป็นน้องใหม่ในวงการแฟชั่นเพราะไม่มีใครทราบว่าเธอคือ ริกะ ดีไซน์เนอร์ชื่อดังและยังเป็นลูกศิษย์ของเมอร์เซด เธอต้องการโอกาสที่จะเฉิดฉายและสร้างชื่อเสียง ดังนั้นเธอจึงตั้งมั่นว่าจะไม่ปล่อยให้เมอร์เซดและดนัยต้องผิดหวัง ดนัยพยักหน้าอย่างยินดี “เยี่ยมมาก ตอนนี้เธอต้องกลับไปเตรียมตัวได้แล้วล่ะ จากนี้ต้องพึ่งความสามารถของตัวเธอเองแล้วนะ” ต่อจากนั้นนภัสสรก็ค้อมหัวให้ด้วยความเคารพก่อนจะหมุนเท้าเดินจากไป กว่าจะกลับมาถึงห้องก็ปาไปเที่ยงคืนแล้ว เธอค่อย ๆ ประตูห้องนอนเข้ามาแผ่วเบา ภาพตรงหน้าก็ทำให้เธออดยิ้มไม่ได้เมื่อลูกสาวและลูกชายของเธอกำลังหลับใหลอยู่บนเตียง จอมใจมองเด็ก ๆ อย่างเอ็นดูอยู่ข้าง ๆ นภัสสร “หือ หลับลึกเชียว” “วันนี้ขอบคุณมากนะจอมที่ช่วยดูเด็ก ๆ ให้” นภัสสรเอ่ยขึ้นขณะปิดประตู “เฮ้ ฉันเป็นป้าจอมเชียวนะ ฉันเต็มใจมาก แล้วทำไมวันนี้กลับดึกจัง” จอมใจถามอย่างใคร่รู้ นภัสสรหาวขณะเดินไปทิ้งตัวลงยังโซฟาในห้องนั่งเล่น “เฮ้อ วันนี้เกิดเรื่องนิดหน่อยน่ะ เลยต้องเสียเวลาไปจัดการ กว่าจะได้เจอดนัย” “เรื่อง?” จอมใจเริ่มกังวล จึงถามด้วยน้ำเสียงร้อนรน “เรื่องอะไร? แล้วตอนนี้เป็นไงบ้าง? เรียบร้อยดีไหม?” “ทุกอย่างเรียบร้อย ...คิดว่านะ แต่ฉันมีข่าวดี!” นภัสสรดีดตัวนั่งบนโซฟาแล้วหยิบนามบัตรของแทนไทออกมาจากกระเป๋าก่อนจะยื่นให้เพื่อนสาว “ถามจริง!” จอมใจร้องเสียงหลง “แนท เธอได้นามบัตรของคุณธามมาได้ยังไง?”

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เพียงความรู้สึก