เพลิงแค้นเทพสงคราม นิยาย บท 16

ตอนที่ 16 ส่งทั้งกองทัพมา ณ ที่นี้

“สั่งสอนพวกมันซะ!” ลีวายออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา มังกรฟ้าก้าวมาข้างหน้าและตบเข้าที่ใบหน้าของควีน่าเต็มแรงจนเธอเสียหลัก ร่างของเธอกระเด็นข้ามห้องไปเกือบแปดเมตร แผลยาวบาดลึกลงบนผิวหนังปรากฏบนใบหน้าของเธอ พร้อมกับฟันสองสามซี่ที่เปื้อนเลือดที่กระเด็นออกจากปาก และเสียงกรีดร้องอย่างบ้าคลั่งดังอยู่ในอากาศ บาดลึกทุกอารมณ์และความรู้สึก แมทธิวตกตะลึงกับภาพตรงหน้า “ยะ...อย่าแม้แต่คิดแตะตัวฉันนะ” เขาพูดพร้อมกับตัวสั่นสะท้าน “ไม่เช่นนั้นฉันจะเรียกยาม...” ผลัวะ! มังกรฟ้าตรงเข้าอัดเขาอย่างรุนแรงและรวดเร็วจนเขามองเห็นดาว เลือดพวยพุ่งออกจากปากของแมทธิวราวกับน้ำพุ เขาแทบล้มทั้งยืน “ดะ...ได้โปรดไว้ชีวิตฉันเถอะ... ขอร้องล่ะ อย่าฆ่าฉันเลย” แมทธิวส่งเสียงอ้อนวอนด้วยความกลัวจนหัวหด ความฉลาดหลักแหลมและท่าทางช่างบงการในตอนที่เขาเป็นผู้ยิ่งใหญ่ในโลกธุรกิจหายไปสิ้น แมทธิวในตอนนี้ดูอ่อนแอและสิ้นหวังราวกับสัตว์ที่ติดบ่วงแร้วของนายพราน “แกต้องออกไปจากวิลล่าภายในแปดโมงเช้าของวันพรุ่งนี้” ลีวายสั่ง “ไม่งั้นแกจะต้องเสียใจ” “นี่คือวิลล่าของฉัน และฉันจะไม่ยอมให้ใครมาทำให้มันแปดเปื้อนโสโครก” ลีวายพูด ดวงตาเปล่งประกายเย็นยะเยือก วิลล่านี้เป็นที่พำนักของแมทธิวกับพวกมาตลอดหกปี ลีวายหวั่นใจเหลือเกินว่าพวกนั้นจะนำความโสมมอะไรเข้ามาบ้าง ซึ่งเป็นสิ่งที่เหลือจะทานทนสำหรับเขาผู้หลงใหลในความสะอาดอย่างยิ่งยวด “อะไรนะ” แมทธิวไม่อยากจะเชื่อหูของตัวเอง แกคิดว่าฉันจะคืนวิลล่าให้แกหรือ ไอ้กุ๊ยสารเลว แกมันก็แค่ไอ้ขี้คุกที่เพิ่งถูกปล่อยตัวออกมาเท่านั้นแหละ! ลีวายจากไปในทันทีที่เขาเตือนแมทธิวเป็นครั้งสุดท้าย ในขณะเดียวกัน แทนที่จะตรงกลับบ้าน แมทธิวกลับเดินทางไปหาแอชตัน โดยพาเลขาของเขาไปด้วย แอชตันกำลังสนุกสุดเหวี่ยงอยู่ที่คลับ เขากำลังนัวเนียอยู่กับสาวผมบลอนด์ทางด้านซ้ายและสาวผมสีน้ำตาลทางด้านขวาโดยไม่รู้เรื่องใดๆ ที่เกิดขึ้นที่วิลล่า “ซวยแล้ว คุณแกร์ริสัน” แมทธิวตะโกนในขณะที่เขาพุ่งตัวเข้ามาในคลับ “ซวยจริงๆ” “ไม่มีใครช่วยผมได้แล้วนอกจากคุณ คุณแกร์ริสัน” แมทธิวกล่าวอย่างน่าสงสาร “ดูสิว่าลีวายมันซัดพวกเราซะน่วมขนาดไหน” เป็นเรื่องจริงสินะ ใบหน้าบวมปูดและดวงตาบวมเป่งของแมทธิวและควีน่าดูเหมือนใบหน้าของหมูมากกว่ามนุษย์ แอชตันรู้สึกโมโหขึ้นมาในทันที “ลีวาย ไอ้ชาติชั่ว” แอชตันกัดฟัน “มันคิดว่ามันเป็นใคร มันกล้าดียังไงมาซ้อมลูกน้องฉัน” เขาปาขวดเบียร์ลงบนพื้นจนแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ “พวกแกนี่ไร้ประโยชน์สิ้นดี!” เขาจ้องเขม็งไปยังแมทธิวอย่างเหยียดหยาม “ปล่อยให้มันกระทืบจนเละขนาดนี้ได้ยังไง” “คุณแกร์ริสันครับ เจ้านั่นมันมากับอีกคนหนึ่งที่ล่ำบึ้กเลย” แมทธิวคราง “มันบอกด้วยว่าถ้าพวกผมไม่คืนวิลล่าให้มันในวันพรุ่งนี้ มันจะฆ่าพวกเรา” “แล้วยังไง ก็แค่ไอ้ลีวาย” แอชตันตวาด “มันก็แค่ไอ้กระจอก ดูซิว่ามันจะกล้าหือกับฉันไหมถ้าฉันยกพวกไปที่วิลล่าในวันพรุ่งนี้” “พาคนไปด้วยเยอะๆ จะดีกว่านะครับ คุณแกร์ริสัน” แมทธิวแนะนำ “ผมกลัวว่ามันจะมีพวกเยอะกว่าคุณ” “งั้นรึ ฉันเอาเทรย์ไปด้วยก็ได้” ดวงตาของแอชตันเปล่งประกายความกระหายเลือดในขณะที่พูด “สุดยอดไปเลยครับ” แมทธิวพูดด้วยความรู้สึกมั่นใจที่กลับคืนมา “ใครๆก็รู้ว่าเทรย์น่ะโหดขนาดไหน ของแค่นี้ง่ายยิ่งกว่าปอกกล้วยสำหรับเขา” เทรย์เป็นหัวหน้าแก๊งผู้ฉาวโฉ่ในนอร์ธ แฮมป์ตัน มีลูกน้องหลายร้อยคน ที่ล้วนแต่ขึ้นชื่อในเรื่องความโหดร้ายและป่าเถื่อน มือของเขาเปื้อนเลือดของศัตรูมากมายนับไม่ถ้วนจนเขาเองก็แทบจะบอกจำนวนเป๊ะๆ ไม่ได้ด้วยซ้ำ เทรย์มีความสัมพันธ์ที่ดีกับแอชตันมาหลายปี คอยบริการแอชตันทุกเมื่อที่เขาต้องการความช่วยเหลือในห้างใดห้างหนึ่งที่เขาเป็นเจ้าของ เทรย์เพียงแค่ส่งลูกน้องที่ใช้ขวานและมีดเป็นอาวุธมา เท่านั้นก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้ใครๆ หัวหดจนฉี่ราด ในขณะเดียวกัน โซอี้เพิ่งกลับมาถึงบ้านหลังจากวันที่เหน็ดเหนื่อย และพบว่าลีวายไม่ได้อยู่ที่นั่น “แม่คะ พ่อคะ ลีวายไปไหนคะ” “ไม่รู้สิ” แอรอนยักไหล่โดยแทบไม่ได้หันมามอง “คงจะออกไปหางานการทำล่ะมั้ง” “หนูลองโทรหาเขาดูดีกว่า” โซอี้กำลังจะโทรศัพท์ตอนที่แอรอนหยุดเธอไว้ “ลูกน่าจะสนใจเรื่องงานของลูกมากกว่าจะไปเสียเวลากับคนอย่างลีวายนะโซอี้” เขาแนะนำ “เขามีแต่จะทำให้ลูกไขว้เขวเวลาที่เขามาป้วนเปี้ยนที่บ้านอยู่ตลอดแบบนี้” “พ่อหมายความว่ายังไงคะ” โซอี้จ้องพ่อของเธอด้วยความรู้สึกเหลือเชื่อ “ก็มันจริงนี่ โซอี้” เคทลินสอด “ลูกไม่เห็นหรอว่าตัวเองน่ะพร้อมจะทำอะไรที่ยิ่งใหญ่ ลูกน่ะมันคนละชั้นกับเขา และลูกก็ไม่ควรปล่อยให้เขามาทำให้ชื่อเสียงของลูกแปดเปื้อนนะ” “พ่อ แม่ พูดอย่างนี้ได้ยังไงกันคะ” โซอี้บ่นพ่อแม่ที่ไม่รู้สำนึกบุญคุณ “พ่อกับแม่ก็รู้ว่าหนูคงไม่มีโอกาสถ้าไม่ใช่เพราะลีวายที่ให้บัตรเชิญสำหรับงานเลี้ยงนั่น ลีวายเป็นคนที่ทำให้หนูได้โครงการนี้มาอยู่ในมือนะคะ” “พ่อรู้ว่าหมอนั่นก็มีส่วนช่วยให้ลูกได้ทำโครงการนี้” แอรอนเห็นด้วย “แต่มันเป็นเพราะความสามารถและความรู้ของลูกเองต่างหากที่ทำให้ลูกได้สัญญานั่นมา มันไม่เกี่ยวอะไรกับเขาเลยสักนิด” “ลีวายให้คำแนะนำหนูได้ หนูไม่สงสัยในความสามารถของเขาเลย” “งั้นลูกจะปล่อยให้เขาเกาะเป็นปรสิตที่คอยให้คำแนะนำไปเรื่อยๆ น่ะเหรอ” แอรอนพ่นลมออกทางจมูก “เราไม่ยอมให้เขามาพัวพันกับลูกแน่ เว้นแต่เขาจะสามารถยกสถานะตัวเองขึ้นมาเทียบเท่ากับลูก” “คุณพูดถูกเผงเลยค่ะ” เคทลินหัวเราะ “เราไม่ยอมหรอกถ้าเขายังเป็นแบบนี้อยู่น่ะ” “โอ๊ย! คุณพ่อคุณแม่นี่ไม่มีเหตุผลเอาซะเลย” โซอี้ส่ายหัวด้วยความหงุดหงิด “ช่างมันเถอะค่ะ หนูจะออกตามหาเขาเอง” โซอี้รู้ว่าพ่อแม่ของเธอคงจะเป็นคนไล่ลีวายออกจากบ้าน เธอโทรหาเขาและเรียกให้เขากลับมา ไม่นานนัก ลีวายก็กลับมาที่บ้าน เขาเดินตามโซอี้เข้าไปที่ห้องของเธอ “อย่าโกรธพ่อกับแม่ฉันเลยนะลีวาย ท่านแค่ต้องการเวลานิดหน่อยที่จะสะสางเรื่องต่างๆ ที่ฉันเชื่อว่าจะช่วยให้เธอจะกลับมาได้อย่างรวดเร็ว” โซอี้ให้กำลังใจ “แล้วทางเธอเป็นอย่างไรบ้าง” ลีวายถาม “มีโชคเรื่องดึงเงินลงทุนที่เธอต้องการบ้างไหม?” “น่าผิดหวังเลยล่ะ” โซอี้ถอนหายใจ “ทุกคนมีสิ่งที่ตัวเองต้องการ มันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะทำให้ทุกคนพอใจน่ะ!” “อย่ากังวลเลย ฉันจะไปกับเธอ” ลีวายปลอบเธอ “ฉันเชื่อว่าเราสองคนทำได้” “ว่าแต่ พรุ่งนี้เธอไปกับฉันได้ไหม โซอี้” ลีวายถาม “ฉันอยากพาเธอไปที่ที่หนึ่ง” “ได้สิ” วันต่อมา ลีวายพาโซอี้ไปที่วิลล่า เป็นเวลาแปดโมงตรงพอดี “ฉันกำลังจะเอาวิลล่าของเราคืนมา โซอี้” ลีวายพูดด้วยความเชื่อมั่น “นี่ควรจะเป็นเรือนหอของเรา ไม่มีทางที่ฉันจะยอมให้ใครเข้ามาอยู่ในที่ของเราแน่” “หือ?” โซอี้ไม่เข้าใจสิ่งที่ลีวายพูดเลยสักนิดเดียว “แกกล้ามากนะที่โผล่หัวมาในวันนี้” แมทธิวแสยะยิ้มชั่วร้ายเมื่อเห็นลีวายและโซอี้ “แกจะย้ายออกไปจากที่นี่หรือยังล่ะ” ลีวายถามด้วยเสียงเย็น “วันนี้ฉันจะเอาวิลล่าของฉันคืน” “แกคิดว่าแกเป็นใครถึงจะมาฮุบวิลล่าของแอชตัน แกร์ริสันวะ แกมันต้องเสียสติไปแล้วแน่ๆ” เสียงแหลมสูงหวีดผ่านอากาศราวกับเสียงร้องโหยหวนของแมวที่เครียดจัด นั่นคือเสียงของแอชตัน แกร์ริสัน ผู้มาพร้อมกับชายฉกรรจ์กลุ่มใหญ่ ทันใดนั้นกลุ่มชายฉกรรจ์ก็ล้อมลีวายและโซอี้ไว้ ชายวัยกลางคนในชุดสูทคลาสสิกยืนอยู่ข้างๆ แอชตัน เขาถือลูกวอลนัทวาววับสองลูกไว้ในมือของเขาและมีเสียงดังกรอบแกรบ รอยแผลเป็นที่หนายาวพาดผ่านใบหน้าของเขาจนไม่มีใครทนมองดูได้นั้นแผ่รังสีชั่วร้ายออกมา เขาคือเทรย์ หัวหน้าใหญ่ของแก๊งใต้ดินแห่งนอร์ธ แฮมป์ตัน ทุกคนรู้ดีถึงวีรกรรมการฆ่าอันไร้ความปรานี รวมถึงลูกน้องหลายร้อยคนของเขา พวกเขาหลีกเลี่ยงที่จะพบเจอเทรย์ราวกับเขาเป็นเชื้อโรคระบาด และวันนี้เทรย์พาลูกน้องมากกว่าร้อยคนมาที่วิลล่า และนี่คือสิ่งที่แมทธิวปรารถนาที่จะเห็น ใบหน้าดุร้ายของอันธพาลเหล่านี้ทำให้โซอี้ขนลุก เธอจึงเบียดตัวเข้าไปใกล้ลีวาย แอชตันรู้สึกดีใจที่เห็นโซอี้ที่นั่น เขาชายตามองเธอด้วยรอยยิ้มหื่นกาม เขาหมายตาเธอมาสักพักแล้ว และวันนี้คงจะเป็นโอกาสดีที่เขาจะได้เธอมาครอง เขาตั้งใจจะทำให้เธอเป็นของเขาหลังจากที่กระทืบลีวายจนพิการ “ลมอะไรแกพัดมาที่นี่ล่ะลีวาย” แอชตันถามด้วยท่าทีเย่อหยิ่งตามแบบฉบับของเขา “ฉันจะมาทวงวิลล่าของฉันคืน” ลีวายตอบด้วยท่าทีแข็งกร้าว “วิลล่าของแกงั้นรึ” แอชตันกรีดเสียง “อะไรทำให้แกคิดว่าว่าวิลล่านี้เป็นของแกล่ะ ไอ้โง่ นี่เป็นวิลล่าของฉัน และฉันก็ยกให้แมทธิวไปแล้ว” “ฉันไม่มีทางลืมที่แกทำให้ฉันขายหน้าคราวที่แล้วที่แกมาทำให้วีไอพีของฉันไม่พอใจ” แอชตันก้าวมาข้างหน้าและผลักลีวาย “ได้เวลาเอาคืนแล้ว ไอ้หนู! ฉันจะหักแขนขาแกก่อนที่ฉันจะเอาเธอไปและทำให้เธอเป็นของฉัน!” “ไปกันเถอะลีวาย” โซอี้อ้อนวอน “เราสู้พวกมันไม่ได้หรอก” “แกคิดว่าแกจะไปไหน สายไปแล้วโว้ย!” แอชตันกรีดร้อง “แกคิดว่าแกจะหนีรอดจากเทรย์กับลูกน้องไปได้งั้นรึ” เก๊ง! เก๊ง! เก๊ง! ลูกน้องกว่าร้อยคนของเทรย์รุมล้อมเข้ามาหาลีวายและโซอี้ ในมือกวัดแกว่งท่อเหล็กและอาวุธร้ายแรงอื่นๆเพื่อข่มขู่ทั้งสอง ลีวายไม่สะทกสะท้าย เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นกดหมายเลขหนึ่งและตะโกนออกสั่งการ “มังกรฟ้า ส่งกองทัพมาที่แคมป์ของนอร์ธ แฮมป์ตันเดี๋ยวนี้ ให้ทุกคนติดอาวุธครบมือ!” ลีวายพูดงึมงำด้วยเสียงทุ้มลึก ด้วยความกลัว โซอี้แทบไม่ได้ยินสิ่งที่ลีวายพูดใส่โทรศัพท์เลย ในขณะที่เหล่าชายฉกรรจ์ที่ล้อมพวกเขาอยู่ก็ฟังไม่ถนัดว่าลีวายพูดอะไรด้วยเสียงทุ้มต่ำของเขา “ดูเหมือนแกจะเรียกให้คนมาช่วยสินะ แถมขอให้เอาอาวุธมาด้วยงั้นรึ” แอชตันยิ้มอย่างเย้ยหยัน “ก็ได้ ฉันแทบรอดูไม่ไหวแล้วว่าแกจะเอาความช่วยเหลือแบบไหน? ใครจะมาพาแกออกไปได้” เทรย์แสยะยิ้มและมองมาทางลีวายด้วยท่าทีสงสัยปนขำ ในขณะเดียวกันโซอี้ก็สั่นไปทั้งตัวด้วยความกลัว เธอรู้สึกเหมือนกำลังยืนอยู่บนปากเหว ผ่านไปประมาณสิบนาที หน่วยรักษาความปลอดภัยที่ประตูหน้าของรอยัลวิลล่าก็ตาโต อ้าปากค้างกับภาพรถบรรทุกที่ใช้ในสงครามแล่นตะบึงเข้ามาในบริเวณวิลล่าทีละคัน แต่ละคันเต็มไปด้วยทหาร มีสองสามคันที่ติดยุทโธปกรณ์สงครามด้วย “นายว่าบนรถนั่นน่าจะมีทหารมากกว่าพันคนมั้ยวะ” ยามคนหนึ่งถาม “แม่เจ้าโว้ย! นี่มันกองทัพทั้งกองเลยนี่หว่า!”

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เพลิงแค้นเทพสงคราม