เรื่องวิวาห์ของเจ้าสาวจำเป็น บทที่ 53 ฉันยังไม่ได้ทำอะไรเลย

sprite

“อ๊าย!”เอี๋ยนเสี่ยวเนี่ยนพลันงอตัวในทันทีพร้อมกับมือที่กำผ้าปูเอาไว้แน่นอน“คุณคุณทำเกินไปแล้ว!”

“หืม?ฉันทำเกินไปเหรอ?”เซียวเซิ่งพลันยิ้มออกมาอย่างพอใจเมื่อเห็นปฏิกิริยาตอบรับของเธอจากนั้นพลันกระตุกยิ้มมุมปากขึ้นมา“ดีมากที่รักเธอจะชอบความรู้สึกนี้เอง”

หลังจากผ่านไปห้านาที“ตอนนี้เป็นยังไงบ้าง?เธอรู้ดีใช่ไหมล่ะ?”

เอี๋ยนเสี่ยวเนี่ยนพยายามกัดฟันไม่ให้ส่งเสียงร้องออกมาที่จริงแล้วเธอไม่เคยเจอกับความรู้สึกเช่นนี้มาก่อนเลยมันคล้ายกับว่าเธอกำลังถูกกระแสน้ำพัดพาไปก็ไม่ปานจากนั้นสตินึกคิดของเธอราวกับถูกพัดพาลอยออกไปไกล

“ไม่พอใจเหรอ?ถ้าอย่างนั้นก็ต่อเลย”พูดจบเซียวเซิ่งพลันก้มลงไปจุมพิตเธออีกครั้ง

“ไม่เอาฉันรับไม่ไหวแล้ว!”เอี๋ยนเสี่ยวเนี่ยนพลันค่อยๆหอบหายใจออกมาเร็วขึ้นด้วยริมฝีปากที่สั่นเล็กน้อย

“หืม?แค่นี้ก็ทนไม่ได้แล้วเหรอ?ถ้างั้นต่อไปจะทำยังไงล่ะ”เซียวเซิ่งพลันใช้ทักษะที่เชี่ยวชาญของเขาในการทำให้เธอพบกับความสนุกจนถึงขีดสุดจากนั้นก็ทำให้เธอรู้สึกคลั่งไคล้ออกมาจนเจ็บปวด“เด็กดีจำเอาไว้มีแต่ฉันเท่านั้นที่จะมอบความรู้สึกนี้ให้กับเธอได้!”

เอี๋ยนเสี่ยวเนี่ยนพลันรู้สึกว่าร่างกายของเธอรู้สึกไม่เป็นตัวของตัวเองไปในทันทีคล้ายกับว่าเธอกำลังพุ่งขึ้นไปถึงจุดสุดยอดจากนั้นสายตาทุกอย่างพลันเกิดอาการพล่ามัวพร้อมกับอาการไร้เรี่ยวแรงจากนั้นภาพตรงหน้าก็พลันใดดับรูม่านตาที่ขยายใหญ่ขึ้นรับกับคนตายก็ไม่ปาน

“เอี๋ยนเสี่ยวเนี่ยน!”เสน่ห์อันชั่วร้ายของเซียวเซิ่งเมื่อครู่พลันอันตรธานหายไปในทันทีมือไม้ถูกเก็บกลับไป“เสี่ยวเนี่ยนเนี่ยนเอ๋อร์ใครเรียกหมอมาที!”

เอี๋ยนเสี่ยวเนี่ยนได้ยินเซียวเซิ่งเรียกชื่อของเธอด้วยน้ำเสียงวตื่นตระหนกจากนั้นด้านนอกพลันมีเสียงฝีเท้ามากมายกำลังวิ่งมาพร้อมกับประตูที่ถูกเปิดออกโดยพลัน

“ฉันไม่อยากเห็นหน้าคุณอีกเซียวเซิ่ง”

เมื่อทิ้งคำพูดสุดท้ายไว้แล้วนั้นเปลือกตาของเอี๋ยนเสี่ยวเนี่ยนพลันค่อยๆปิดลงจากนั้นเธอก็หมดสติไป

เซียวเซินเห็นเช่นนั้นพลันโมโหเสียจนแทบจะกระอักเลือดออกมาทั้งโมโหทั้งอยากจะหัวเราะไปพร้อมๆกันเขาแค่สะกิดนิ้วไปเพียงแค่ครั้งสองครั้งเพื่อให้เห็นลิ้มรสสีสันเสียบ้างดีดีดีดีจริงๆ!

“คุณเซียวครับเกิดอะไรขึ้นกับคุณเอี๋ยนครับ”คุณหมอเองก็ไม่กล้าเอ่ยถามอะไรออกไปมากมาย

เมื่อเห็นริมฝีปากของเอี๋ยนเสี่ยวเนี่ยนที่บวมเปล่งนั้นพร้อมหางตาที่ยังคงเปรอะเปื้อนไปด้วยรอยน้ำตาอยู่ดูอย่างไรก็เหมือนกับคนที่เพิ่งจะโดนทำร้ายมาทันใดนั้นหมอก็ค่อยๆคิดอะไรบางอย่างออกมาได้ในทันทีทว่าเขาก็ไม่กล้าว่าอะไรเจ้านายของตัวเองมากนัก

“ปลุกเธอให้ตื่นขึ้นมาเดี๋ยวนี้!เกิดอะไรขึ้นทำไมเธอถึงเป็นลมทุกๆสามวันเลยล่ะ?”

เซียวเซิ่งมิได้อธิบายสาเหตุให้มากความพลางใช้มือกวาดสิ่งของที่อยู่บนโต๊ะทุกอย่างลงไปพร้อมกับมองไปที่หมอด้วยความโกรธเกรี้ยว“ฉันเลี้ยงพวกแกมาเสียข้าวสุกจริงๆแม้แต่คนคนเดียวก็ยังรักษาดีไม่ได้!”

“ครับครับ”หมอที่ตกใจเพราะเสียงตะโกนออกมานั้นไม่ทันได้คิดอะไรมากมายเขาก็รีบใส่สายออกซิเจนให้กับเอี๋ยนเสี่ยวเนี่ยนในทันทีหลังจากนั้นก็ตรวจวัดชีพจรของเธอ

ทั้งเซี่ยเอ่อและโอเล่ย์เองก็เดินเข้ามาด้วยเช่นกันเมื่อเห็นสถานการณ์ที่อยู่ตรงหน้านั้นพวกเขาก็แอบลอบสบตากันเบาๆในเมื่อหมอไม่กล้าพูดอะไรออกมาพวกเขาสามารถพูดออกมาได้

“เฮ้อนายน้อยทำไมไม่รู้จักควบคุมตัวเองบ้างละครับอาการบาดเจ็บที่เธอเพิ่งจะถูกงูพิษกันไปไม่กี่วันเพิ่งจะหายไปได้ไม่นานนายน้อยก็”

“ท่านประธานรูปร่างของคุณแข็งแรงกำยำแบบนี้ขนาดของคุณก็ยังเป็นสิ่งที่ทำให้คนตกใจได้ง่ายอีกมันสามารถทำให้เธอเจ็บจนตายได้นะครับ”

“ฉันยังไม่ได้ใช้อันนั้นเลยแล้วฉันก็ยังไม่ได้ทำอะไรเลยด้วย!”เซียวเซิ่งสารภาพออกมาเมื่อเห็นทั้งสองคนมีสีหน้าที่ไม่เชื่อใจในตัวเองนั้นเขาพลันหน้าไปอีกทางหนึ่งพร้อมกับใช้หลังมือปิดริมฝีปากของตัวเองเอาไว้

แต่จูบนั้นเขาระบายความรู้สึกของตัวเองออกไปจนหมดแล้วเขาจะพูดได้ยังไงว่าตัวเองไม่ได้ทำอะไร?

“ฉันก็แค่จูบไปไม่กี่นาทีเท่านั้นเองแถมยัง”เซียวเซิ่งพลันชกกำปั้นเข้ากับกำแพงไปในทันทีพลางเอ่ยบอกมาด้วยน้ำเสียงเบาๆว่า“แต่ทำไมร่างกายของคนคนหนึ่งทำไมมันถึงอ่อนแอได้ขนาดนี้กัน?”

สำหรับเขานั้นตั้งแต่เกิดมาเขายังไม่รู้จักเลยว่าการเป็นลมมันเป็นเช่นไร

“แต่ว่านายท่านก็มีส่วนทำให้เรื่องนี้เกิดขึ้น”โอเล่ย์ได้แต่ยักไหล่อย่างไม่แยแสออกมาเพื่อแสดงออกว่าเขาไม่เห็นด้วยกับการกระทำของเจ้านายตัวเอง

คนที่มีจิตใจเย็นชาราวกับขุนเขาเช่นเขายังสามารถโยนผู้หญิงที่อ่อยแอลงไปในบ่อน้ำได้ไม่ว่าจะเป็นชายชาตรีที่ร่างกายแข็งแกร่งแค่ไหนก็ยังต้องอ่อนแอใครจะไปอดทนกับการกระทำเช่นนี้ได้กัน?

“เธอน่าจะเป็นลมเพราะแอลกอฮอล์”คุณหมอที่ได้กลิ่นไวน์แดงจางๆนั้นพร้อมกับหันไปหาเซียวเซิ่งเพื่อหาทางลงให้กับตัวเองในทันที“คุณเซียวครับคุณเอี๋ยนน่าจะเป็นโรคภาวะแอลกอฮอล์เป็นพิษครับ”

“นี่มันโรคอะไรกันแน่วะ?”ทั้งสามคนพลันหันมามองเป็นตาเดียวในทันที

“นี่เป็นโรคทางพันธุกรรมอย่างหนึ่งครับแม้แต่แอลกอฮอล์เข้าร่างเพียงหยดเดียวก็ไม่อาจทำได้รวมไปถึงกับร่างกายของคุณเอี๋ยนที่ต้องลมเย็นแล้วนั้นผมแนะนำว่าให้ใช้แพทย์แผนจีนในการรักษาจะได้ผลกว่าครับ”คุณหมอในตระกูลนับว่าฉลาดเฉลียวยิ่งนักที่ตัวเองสามารถโยนเผือกร้อนออกไปให้พ้นตัวได้

“ไปหาหมอแพทย์แผนจีนมา”เซียวเซิ่งพลันหันไปหาพ่อบ้านเซี่ยนจากนั้นก็ออกคำสั่งในทันที

“ครับ”พ่อบ้านเซี่ยนพลันหันกายจากไป

“จะใช้เวลานานแค่ไหนกว่าเธอจะฟื้น?”เซียวเซิ่งเองก็จำไม่ได้แล้วว่าตัวเองเอ่ยคำถามนี้ขึ้นมาเป็นครั้งที่เท่าไหร่

“หากสัญญาณชีพและร่างกายของคุณเอี๋ยนคงที่เมื่อไหร่เธอก็จะฟื้นขึ้นมาเองครับ”หมอแพทย์แผนตะวันที่สามารถช่วยชีวิตขึ้นมาได้นั้นการผายปอดกู้ชีพการให้ออกซิเจนให้น้ำเกลือหลังจากนั้นก็รอเวลา

“ท่านประธานครับยังไงก็ไปจัดการธุระก่อนเถอะครับ”โอเล่ย์พลันเอ่ยเกลี้ยกล่อมให้เจ้านายของตัวเองไปเปลี่ยนชุดที่เละโจ๊กด้วยความระมัดระวัง

ทว่าเซียวเซิ่งหาได้ขยับตัวไม่เขากลับจ้องมองไปยังใบหน้าที่ซีดเซียวของเอี๋ยนเสี่ยวเนี่ยนแทนพลางเม้มปากเป็นเส้นตรงทั้งรู้สึกผิดเสียใจปวดใจความรู้สึกพวกนี้มันผสมปนเปไปหมดภายในจิตใจของเขา

จากนั้นจึงพูดขึ้นมาว่า“ทางฝั่งของลุงกงนั้นไปหาเหตุผลเลื่อนนัดออกไปก่อนวันหน้าค่อยนัดพวกเขาใหม่”

“ท่านประธานครับแต่พวกเรารับปากเขาไปแล้วนะครับถ้าหากท่านปล่อยเลยไปเช่นนี้ทางฝั่งนายท่านกงอาจจะคิดว่าคุณกำลังไม่ไว้หน้าเขานะครับในคราวหน้าอาจจะเข้าหากันไม่ติดก็ได้”

“เอี๋ยนเสี่ยวเนี่ยนเป็นแบบนี้แล้วฉันไปไหนก็รู้สึกไม่สบายใจทั้งนั้นแหละ”

“ครับถ้าอย่างนั้นผมจะหาข้ออ้างในการเลื่อนนัดครั้งนี้ออกไปก่อน”โอเล่ย์พลันชำเลืองมองไปทางเอี๋ยนเสี่ยวเนี่ยนเล็กน้อยพร้อมกับลอบคิดเห็นภายในใจว่าอย่างน้อยๆเจ้านายของตัวเองก็ยังพอจะมีเยื่อใยต่อเธออยู่บ้าง

ทุกอย่างราวกับเป็นเรื่องบังเอิญจริงๆเพียงครึ่งชั่วโมงที่แล้วโอเล่ย์ที่ได้รับสายโทรศัพท์จากกงจิ่นเฉิงนั้นพลันกล่าวออกมาว่าตนเองได้รับการไหว้วานจากมารดาของสวี่เจี่ยนให้มาทำเรื่องนัดพบกับเซียวเซิ่งว่ามีเรื่องอยากจะพูดคุยหารือด้วย

กงจิ่นเฉิงเป็นถึงผู้นำของชนชั้นสูงภายในเมืองจงโจวมีสถานะเป็นถึงหัวหน้ากองทำภายในเมืองจงโจวอีกทั้งกงจิ่นเฉิงยังเป็นเพื่อนกับเซียวจวินเซิงอีกเช่นกันและยังเป็นบิดาของกงเสวียนโม่ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นอย่างไรเขาก็นับได้ว่าเป็นผู้อาวุโสของเซียวเซิ่งถึงกระนั้นพวกเขาก็จักต้องรักษาสายสัมพันธ์นี้เอาไว้

แต่ในตอนที่เอี๋ยนเสี่ยวเนี่ยนพูดว่าเธอรักสวี่เจียนนั้นเซียวเซิ่งแทบจะไม่สามารถควบคุมความบ้าคลั่งของตัวเองได้ในทันที

“ขออภัยเป็นอย่างสูงครับนายท่านกงครับครับขออภัยท่านด้วยครับที่ทำให้ท่าต้องรอนานเช่นนี้วันพรุ่งท่านประธานจะไปกราบขออภัยกับท่านด้วยตนเองครับ”

โอเล่ย์ในยามนี้คล้ายกับเด็กตัวน้อยก็ไม่ปานแม้แต่ในยามที่คุยโทรศัพท์หัวของของเขาก็ยังก้มลงแน่นอนว่ากงจิ่นเฉิงย่อมเกิดอาการไม่ค่อยพอใจ

อ่าน เรื่องวิวาห์ของเจ้าสาวจำเป็น บทที่ 53 ฉันยังไม่ได้ทำอะไรเลย ฟรี

เรื่องวิวาห์ของเจ้าสาวจำเป็น series โดย BUNNY เป็นนิยายรักจีนที่ได้รับการอัปเดตอย่างสมบูรณ์ที่ Booktrk อ่าน บทที่ 53 ฉันยังไม่ได้ทำอะไรเลย และบทต่อไปของนิยาย เรื่องวิวาห์ของเจ้าสาวจำเป็น ได้ที่นี่

คุณสามารถดาวน์โหลดนิยาย เรื่องวิวาห์ของเจ้าสาวจำเป็น ได้ฟรีที่เว็บไซต์ novelones.com

การค้นหาที่เกี่ยวข้อง:

เรื่องวิวาห์ของเจ้าสาวจำเป็น บทที่ 53 ฉันยังไม่ได้ทำอะไรเลย

นวนิยาย เรื่องวิวาห์ของเจ้าสาวจำเป็น บทที่ 53 ฉันยังไม่ได้ทำอะไรเลย

เรื่องวิวาห์ของเจ้าสาวจำเป็น pdf