เรื่องวิวาห์ของเจ้าสาวจำเป็น บทที่ 67ผู้หญิงต้องขี้เหร่สักหนจึงจะรู้ว่าใครรักตน

sprite

ใช่แล้ว เธอจะแสร้งทำเป็นไม่ได้ยินอะไรเลยก็ได้ แต่ความรู้สึกที่สัมผัสได้ว่าหัวใจเกิดหวั่นไหวไปชั่วขณะนั้นไม้สามารถโกหกตัวเองได้

เอี๋ยนเสี่ยวเนี่ยนส่องกระจกทุกวันนับครั้งไม่ถ้วน รู้ซึ้งว่าตัวเองอัปลักษณ์มากแค่ไหน คนที่หน้าบวมจมูกเขียวช้ำ มีรอยช้ำเลือดเต็มคาง ปกติถ้าคนเห็นก็กินข้าวไม่ข้าวลงแล้ว แม้แต่ตัวเองยังดูถูกตัวเองเลย แต่เขากลับบอกว่าชอบ......

จำได้ว่ามีประโยคหนึ่งเคยพูดไว้ว่า ผู้หญิงถ้าไม่ขี้เหร่สักครั้ง จะไม่มีทางรู้เลยว่าใครรักตัวเองที่สุด หรือว่าเขาจะ......

“ทำไมตาแดงไปล่ะ? หืม?” เมื่อเห็นว่าเอี๋ยนเสี่ยวเนี่ยนแปลกไป เซี่ยวเซิ่งวางชามลง มือเรียวยาวสะอาดสะอ้านก็ประคองใบหน้าของเธอไว้อย่างอ่อนโยน “มองฉันสิ”

เมื่อได้ยินเสียงทุ้มแหบที่มีเสน่ห์ หัวใจของเอี๋ยนเสี่ยวเนี่ยนก็อบอุ่นขึ้น ดวงตาแดงก่ำมากขึ้น มือของเขาเย็นเล็กน้อย เมื่อสัมผัสใบหน้าร้อนๆที่บวมและแดง มันสบายมากเหมือนหยุดความเจ็บปวดได้ แต่บุญคุณเล็กๆน้อยๆแบบนี้......ช่างมันไปเถอะ!”

เธออยากเจอลูกเท่านั้น เลือดเนื้อเชื้อไขที่อยู่เพื่อกันและกัน

เอี๋ยนเสี่ยวเนี่ยนเบื่อนหน้าหนีทันที ละออกจากมือของเซียวเซิ่ง พูดขึ้นอย่างไร้เยื่อใย “อย่าทำดีกับฉัน ฉันไม่มีทางซาบซึ้งต่อคุณ ที่ฉันเป็นแบบทุกวันนี้ เพราะฝีมือคุณทั้งนั้น......แต่เพราะฉันโชคดี ไม่อย่างนั้นก็ตายไปแล้ว ศพคงถูกเผาไปแล้ว! เพราะฉะนั้น ไม่ว่าคุณจะทำอะไรก็ไม่สามารถชดเชยได้!”

ถ้าหากเซียวเซิ่งไม่กักขังเธอ สวี่เจียนก็ไม่เสี่ยงอันตรายส่งคนมาช่วยเธอ เธอก็จะไม่ตกลงไปจากหน้าต่าง

อดทนทุกถ้อยคำ เซียวเซิ่งถูกทิ่มแทงจนเจ็บตรงหน้าอกอย่างมาก ดวงตาเริ่มแดงก่ำ ลูกกระเดือกที่น่าหลงใหลขยับขึ้นลงอยู่นาน ใบหน้าที่ทำให้ทุกสรรพสิ่งต้องศิโรราบจู่ๆก็ปรากฏรอยยิ้มฝืนๆออกมา “ใครบอกว่าฉันจะชดเชย?”

ฝืนจ้องใบหน้าแสนสาหัสของหญิงสาว เซียวเซิ่งตัดบท “เอี๋ยนเสี่ยวเนี่ยนเธอต้องเข้าใจนะ ตอนนี้สิ่งที่ฉันทำทั้งหมดไม่ได้ทำเพื่อเอาใจเธอ ต่อให้เลี้ยงสัตว์เลี้ยงตัวหนึ่งก็ต้องคอยให้อาหาร เธอก็คิดว่าตัวเองเป็นหมาตัวหนึ่งแล้วกันนะ กินข้าว”

“......คุณยังมีความเป็นคนอยู่ไหม ยังมีความเป็นคนอยู่ไหม?”

ความเงียบปกคลุมไปครู่หนึ่ง ทันใดนั้นสิ่งที่เอี๋ยนเสี่ยวเนี่ยนอดกลั้นหลายวันมานี้ก็ทำให้เธอร้องไห้ออกมา เธอปิดปากแล้วร้องไห้เงียบๆ ช่างน่าโมโหจริงๆ เธอมาเจอผู้ชายเจ้าเล่ห์หน้าเนื้อใจเสือไร้ความรู้สึกไร้ยางอายแบบนี้ได้อย่างไร!

เซียวเซิ่งโกรธจนเส้นเลือดบนหน้าผากกระตุก อยากจะเขวี้ยงชามข้าวต้มทิ้ง แต่สุดท้ายก็อดทนไว้ ลุกขึ้นแล้วเดินไปเดินมาอยู่ในห้อง อยากเตะกระถางดอกไม้ทิ้งเพื่อระบายอารมณ์ เมื่อเห็นว่าเป็นไฮอะซินท์ดัตช์ที่เอี๋ยนเสี่ยวเนี่ยนชอบ ก็เกิดทำไม่ลง ยั้งเท้าไว้ ความเดือดดาลที่ไม่ได้ระเบิดออกมา แทบจะทำให้คลั่งตาย

หลังจากผ่านไปยี่สิบนาที คุณหมอก็เข็นยายาเข้ามาอย่างตรงเวลา เห็นว่าบรรยากาศในห้องผิดปกติ คนหนึ่งร้องไห้หนัก อีกคนโกรธจนแทบแย่ ก็รู้สึกเย็นวาบที่สันหลังทำอะไรไม่ถูก

“เอี๋ยนเสี่ยวเนี่ยน มีเหตุผลหน่อยได้ไหม?” เซียวเซิ่งหันกลับหลังไปทันที ชี้นิ้วไปทางเอี๋ยนเสี่ยวเนี่ยน ประณามด้วยความเกลียดชังเข้ากระดูกดำ “อย่าคิดว่าร้องไห้แล้วฉันจะกลัว! เธอมาสวมรอยเป็นภรรยาฉัน แล้วยังคิดจะกุมหัวใจฉัน ทำให้ฉันคิดถึงเธอตลอดเวลา ให้เธอหมดหัวใจ! แล้วทำตัวเองบากแผลให้ฉันไม่สบายใจ แล้วยังมาแสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่อง โยนความผิดทุกอย่างใส่ฉัน......เอี๋ยนเสี่ยวเนี่ยน เธอนี่มันไร้ยางอายจริงๆ!”

ใครไม่มีเหตุผลกันแน่?

เอี๋ยนเสี่ยวเนี่ยนร้องไห้สะอึกสะอื้น พูดอะไรไม่ออกเลย เธอได้ขอโทษเรื่องที่สวมรอยเป็นเจ้าสาวแล้ว เขาไม่เพียงจะไม่ฟัง แถมยังกัดไม่ปล่อย! เขาเองต่างหากที่ไม่มีเหตุผล ยังจะมาว่าเธอไม่มีเหตุผลอีก ผู้ชายคนนี้โวยวายไม่มีเหตุผล ชวนให้หงุดหงิดเป็นบ้าเลยไม่ใช่หรือไง?

เมื่อคุณหมอเห็นว่าเอี๋ยนเสี่ยวเนี่ยนถูกเซียวเซิ่งดุอย่างไม่มีเหตุผล ความเห็นอกเห็นใจคนที่อ่อนแอกว่าก็เกิดขึ้น แต่เขาก็ไม่กล้าไปประจันหน้ากับประธานเซียวผู้ยิ่งใหญ่ เมื่อคิดได้อย่างเฉียบแหลม ก็ร้องขึ้นอย่างตื่นตกใจ “คุณเซียว คุณเอี๋ยนอาการแย่แล้ว! เธอร้องไห้หนักเกินไปทำให้อาการย่ำแย่ บาดแผลถูกน้ำตา ไม่เพียงแต่เจ็บมาก อีกอย่างจะเสียโฉมแล้วจริงๆ ดูสิครับอัปลักษณ์กว่าเมื่อกี้นี้อีก!”

อะไรนะ? เซียวเซิ่งตกใจได้สติกลับมา ก้าวเท้าใหญ่ๆมาที่ข้างเตียง ดึงมือของเอี๋ยนเสี่ยวเนี่ยนที่ปิดหน้าอยู่ออก พบว่าใบหน้าของเธอบวมมากขึ้นจริงๆ รอยแผลที่ตกสะเก็ตเองก็มีเลือดออกเปียกชุ่มไปด้วยน้ำตา

ชอบเธอขนาดนั้น แล้วจะไปถือสาอะไรอีก?

“เอาล่ะที่รัก ไม่ร้องนะไม่ร้องนะ”

ทันใดนั้นใบหน้าหล่อเหลาราวกับแกะสลักออกมาของเซียวเซิ่งก็ปรากฏรอยยิ้มที่เจิดจรัสออกมา ดึงเอี๋ยนเสี่ยวเนี่ยนเข้ามากอด ยอมรับผิดอย่างจริงใจ “ผมเป็นฝ่ายที่ไม่มีเหตุผลเอง ไม่เพียงแค่ไม่มีเหตุผล แถมยังแสดงท่าทีผู้หญิงแบบพวกคุณล้วนไม่มีเหตุผลออกมาอีกเหมือนรังเกียจคุณอีก ช่าง......ไม่มีเกียรติศักดิ์เอาเสียเลย คนไร้ยางอายอย่างฉัน ต้องการภรรยาแบบคุณมาคอยสั่งสอนนะ อย่าร้องไห้ไปเลยนะ ผมจะไปยืมแส้กับหงยวี่มา คือว่า......คุณฟาดผมระบายอารมณ์ไหม?”

จะเป็นลม

ใครเป็นภรรยาเขากัน? เอี๋ยนเสี่ยวเนี่ยนกำคอเสื้อของเขาแน่น ไม่ให้เขาไปเอาแส้

“ฟาดสามีตัวเองไม่ลงหรือ?” เซียวเซิ่งถามขึ้นอย่างสงสัย ริมฝีปากบางๆที่เย็นเล็กน้อยจูบหน้าผาก เปลือกตา และจูบซับน้ำตาของเอี๋ยนเสี่ยวเนี่ยนหลายครั้ง “เมียฉันต่อให้บวมอย่างหัวหมูก็ยังสวยมากอยู่ดี หมอคนนี้กล้ามาพูดจามั่วซั่ว ฉันจะลงโทษเขาให้สาสมเลย! ให้เขายืนอยู่ด้านนอกคืนหนึ่งเป็นไง?”

“หา?” คุณหมอตกใจหน้าซีด รีบโบกมืออย่างร้อนรน “คุณเอี๋ยน ผมผมผมไม่รู้เรื่องนะ......”

“ที่รักไม่ว่าอะไรใช่ไหม? ได้ งั้นถือว่าตกลงนะ หมอ ภรรยาฉันสั่งให้นาย......”

ริมฝีปากบบางๆถูกมือเล็กๆที่ยื่นมากะทันหันปิดไว้ เซียวเซิ่งโล่งอก คุณหมอที่อยู่ไม่ไกลเองก็หายใจออกอย่างโล่งอก เกือบเป็นแพะรับบาปแล้วสิ

“เกี่ยวอะไรกับคุณหมอกัน คุณนั่นแหละที่ไม่ดี!” เอี๋ยนเสี่ยวเนี่ยนเป็นคนรู้ว่าอะไรควรไม่ควร ไม่มีทางยอมให้คุณหมอเดือดร้อนไปด้วยแน่นอน

พูดขึ้นอย่างไร้ยางอายว่า “ครับ ตัวสามีไม่ดีเอง ภรรยาว่าอย่างไรก็ว่าตามกัน รอให้คนไปหมดแล้วจะลงโทษยังไงก็ได้ ตอนนี้ทานข้าวก่อน

“ฉันไม่ใช่ภรรยาของคุณ”

สิ่งเดียวที่เขาทนไม่ได้คือการที่เอี๋ยนเสี่ยวเนี่ยนทำเหมือนไม่เกี่ยวข้องกัน “แต่งงานกันแล้วนะ ยังจะปฏิเสธอีกหรือ?

เมื่อเห็นว่าเขาท่าทีดุดันอีกแล้ว เอี๋ยนเสี่ยวเนี่ยนก็รู้สึกอยากร้องไห้อีก ทันใดนั้นน้ำตาก็คลอเต็มเบ้า

[อัปเดต] อ่านนิยาย เรื่องวิวาห์ของเจ้าสาวจำเป็น บทที่ 67ผู้หญิงต้องขี้เหร่สักหนจึงจะรู้ว่าใครรักตน

นิยาย เรื่องวิวาห์ของเจ้าสาวจำเป็น มี FULL อ่าน บทที่ 67ผู้หญิงต้องขี้เหร่สักหนจึงจะรู้ว่าใครรักตน และตอนต่อไปของนิยายที่ novelones.com นวนิยายเรื่อง เรื่องวิวาห์ของเจ้าสาวจำเป็น ที่มีรายละเอียดที่ไม่คาดคิดและน่าทึ่งมากมายของผู้แต่ง BUNNY ใน บทที่ 67ผู้หญิงต้องขี้เหร่สักหนจึงจะรู้ว่าใครรักตน ได้นำเราไปสู่ขอบฟ้าใหม่ อ่าน บทที่ 67ผู้หญิงต้องขี้เหร่สักหนจึงจะรู้ว่าใครรักตน ของซีรีส์ เรื่องวิวาห์ของเจ้าสาวจำเป็น ได้ที่นี่

หรือคุณสามารถดาวน์โหลด PDF ฟรีของนิยาย เรื่องวิวาห์ของเจ้าสาวจำเป็น ได้ที่ novelones.com

คีย์การค้นหา: เรื่องวิวาห์ของเจ้าสาวจำเป็น บทที่ 67ผู้หญิงต้องขี้เหร่สักหนจึงจะรู้ว่าใครรักตน