ฉู่จวินสิงที่ไม่ได้เอ่ยวาจามานานข่มความเจ็บปวดเอาไว้ แล้วกล่าวขึ้นว่า “พิษนี้พอจะมีทางแก้หรือไม่?”
เพียงหนึ่งประโยคนี้ก็ทำให้ความหวังของทุกคนถูกจุดประกายขึ้นอีกครั้ง
เหล่าสมาชิกจวนเยียนอ๋องล้วนหันไปมองเจี่ยนอันอันด้วยสายตาเต็มไปด้วยความคาดหวัง
เจี่ยนอันอันตรวจชีพจรของฉู่จื่อซีอีกครั้ง
ในวัดร้างพลันเงียบสนิท แม้กระทั่งกองทหารรักษาพระองค์ยังหยุดพูด
พวกเขาต่างจับจ้องไปยังเจี่ยนอันอันเพื่อรอฟังคำตอบจากนาง
หลังจากตรวจชีพจรอยู่ครู่หนึ่ง นางถึงได้กล่าวขึ้นว่า “แม้พิษนี้จะเป็นพิษเรื้อรังที่ร้ายแรง แต่ข้ามีวิธีแก้ได้”
คำนี้ทำให้ใบหน้าของเหล่าญาติพี่น้องได้คลายความกังวลและเผยรอยยิ้มเบาใจออกมา
หัวใจของทุกคนที่เคยหนักอึ้งก็เบาลงทันที
พวกเขาล้วนเชื่อมั่นในเจี่ยนอันอัน หากนางกล่าวว่าสามารถรักษาได้ ก็ย่อมเป็นจริงตามนั้น
ฉู่จวินหลุนเอ่ยขึ้นว่า “ไม่ว่าวิธีใดก็ตาม ขอแค่เจ้ารักษาบุตรข้าให้หายดี ต่อให้ต้องแลกด้วยเลือดของข้า ข้าก็ยินดี”
เจี่ยนอันอันโบกมือเบาๆ แล้วกล่าวว่า “ไม่จำเป็นถึงเพียงนั้น ข้าจะใช้วิธีอื่นเพื่อรักษาร่างกายของจื่อซี”
ขณะที่ทั้งสองกำลังสนทนาอยู่ จู่ๆ ฉู่จื่อซีก็เบิกตากว้าง
ร่างเล็กของเขาบิดเกร็งอย่างเจ็บปวด ปากพยายามจะร้องแต่กลับไม่มีเสียงเล็ดลอดออกมา
มือน้อยๆ กำชายเสื้อของเจี่ยนอันอันแน่นราวกับหาที่ยึดเหนี่ยว ร่างกายเริ่มสั่นสะท้านอย่างรุนแรง
“เกิดอะไรขึ้น?” ฟางอิ๋งเอ่ยด้วยน้ำเสียงตระหนกพลางรีบยื่นมือไปกดร่างของฉู่จื่อซี
แต่ฉู่จื่อซีในอ้อมกอดของนางยังคงชักกระตุกไม่หยุด ไม่ว่าจะกดอย่างไรก็ไม่สามารถห้ามได้
ฉู่อันเจ๋อรีบวิ่งเข้ามาพร้อมกับฉู่จวินหลุน ทั้งสองช่วยกันกดร่างของฉู่จื่อซีอย่างสุดแรง
“นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่? เหตุใดจู่ๆ เขาถึงได้ชักกระตุกเช่นนี้?”
ฉู่อันเจ๋อกล่าวด้วยสีหน้าสงสัย เขาไม่เคยเห็นหลานชายเป็นเช่นนี้มาก่อน
เจี่ยนอันอันเห็นดังนั้นจึงรีบหยิบเข็มเงินออกมาจากห้วงมิติ
นางกล่าวกับฉู่จวินหลุนและฉู่อันเจ๋อว่า “พิษกำเริบขึ้นแล้ว พวกท่านช่วยกันกดร่างเขาไว้ อย่าให้เขาขยับได้”
ฟางอิ๋งเห็นบุตรชายฟื้นขึ้นมาก็รีบโอบกอดเขาไว้แนบแน่น น้ำตาไหลพรั่งพรูไม่หยุด
ฉู่จวินหลุนกล่าวขอบคุณเจี่ยนอันอัน น้ำเสียงเขามิได้เย็นชาเหมือนก่อนหน้านี้
เจี่ยนอันอันกล่าวว่า “พี่ใหญ่มิจำเป็นต้องขอบคุณในตอนนี้ ท่านควรทบทวนดูว่าหลังจากจื่อซีเกิด มีคนน่าสงสัยมาเยือนจวนของท่านบ้างหรือไม่?”
ฉู่จวินหลุนก้มศีรษะลงอย่างเงียบงัน ภาพเหตุการณ์ในอดีตแล่นผ่านเข้ามาในหัวของเขาอย่างรวดเร็ว นึกถึงความทรงจำเมื่อกาลก่อน
เมื่อครั้งฉู่จื่อซีครบเดือนเต็ม จวนจิ้นอ๋องก็มิได้ว่างเว้นจากผู้มาเยือน
ผู้คนล้วนมาเพื่อร่วมดื่มฉลองงานเลี้ยงครบเดือนของบุตรเขา
และเหล่าผู้คนที่มาเยือนในวันนั้นล้วนแต่เป็นขุนนางจากในวัง มิได้มีผู้ใดที่น่าสงสัย
เมื่อเห็นฉู่จวินหลุนเงียบไป เจี่ยนอันอันจึงกล่าวว่า “พี่ใหญ่ค่อยๆ นึกเถิด ไม่จำเป็นต้องรีบร้อนในตอนนี้”
----------------------------------------------
[1] จุดเหรินจง เป็นจุดกึ่งกลางระหว่างจมูกและริมฝีปากบน ในการแพทย์แผนจีน จุดนี้ถือเป็นจุดสำคัญในการกดเพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของพลังงาน และใช้ในกรณีปฐมพยาบาลผู้หมดสติ

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ฝ่ามิติพลิกชะตาอ๋องผู้ถูกเนรเทศ
ทำไมปลดล็อคไม่ได้ เป็นแบบนี้มานานแล้วเมื่อไหร่จะแก้ไข...
ใช้เหรียญ◌ำม่ได้...
สนุกมากค่ะ ขอบคุณที่ให้อ่านฟรีนะคะ...