ตอนที่ 135 ยังต้องเรียนรู้อะไรอีกเยอะ
เเต่สิ่งที่ได้ยินนี้ ทำไมกลับรู้สึกเหมือนว่าเธอกำลังบอกเป็นนัยๆ ว่าวรินทรไม่ใช่เเขกคนสำคัญ
วรินทรยิ้มๆที่มุมปาก ครั้งนี้เธอแสดงได้แนบเนียนไม่มีตำหนิ ส่งยิ้มหวานให้เธอ " คงต้องเปลี่ยนเสื้อน่ะค่ะ คุณธารีค่อยๆทานนะคะ ฉันไปแป๊บเดียว เดี๋ยวกลับมาค่ะ "
เเค่พริบตาเดียว จากสถานะเเขกคนสำคัญเป็นสถานะอื่นไปทันที
ดูจากสีหน้าของธารีก็พอรู้ว่า เธอรู้สึกไม่ค่อยชอบใจนัก
ทาวัตอมยิ้มเบาๆ สีหน้าเเวตาบ่งบอกถึงความพอใจ เขารู้ดีว่าวรินทรไม่ยอมให้ใครมารังแกง่ายๆ โดยที่ตัวเองยังไม่ได้ออกโรงโต้เถียง
เเค่ขอให้ได้เถียง นั่นเเหละถึงจะเรียกว่าวรินทรตัวจริง
ถ้าจะให้พูดว่า จู่ๆก็มีเรื่องไม่คาดฝันเกิดขึ้นบนโต๊ะอาหาร เเล้วต่อมาเราก็จะได้ยินเสียงวรินทรร้องอุทานออกมา เเล้วสิ่งที่ทีนาร์ทำกับเธอนั้น มันไม่ใช่เรื่องเล็กเลยสักนิด
เริ่มเเรกเลยก็ตอนที่เธอกำลังดูเเฟชั่นโชว์อยู่ ทีนาร์ก็เดินมาถอดปลั๊กทีวีเธอซะงั้น เเล้วเธอก็เลยหันไปอ่านนิตยสาร ต่อมานิตยสารนั้นก็ไม่รู้โดนใครเปลี่ยนเป็นหนังสือเล่มหนา เเถมยังเป็นภาษาฝรั่งเศสอีก เเต่เธอก็ไม่ได้สนใจ ขอแค่ให้มีอะไรทำฆ่าเวลาเธอก็พอใจเเล้ว
ทั้งหมดที่ว่ามานี้ ทำให้ทีนาร์ดูเป็นคนน่าเบื่อน่ารำคาญมาก กลายเป็นว่าวรินทรดูจะกระตือรือร้นที่จะอ่านหนังสือเล่มหนามากกว่านิตยสารซะอีก
แล้วแบบนี้จะยังไงต่อล่ะ ?
ทีนาร์ไม่มีทางยอมรับความพ่ายแพ้นี้แน่ๆ ก็เลยวิ่งขึ้นไปที่ห้องของวรินทร ก่อนจะเอาเสื้อผ้าเธอออกมาตัดจนขาดกระจุย
วรินทรก็เเค่รู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่ต้องเจอ จนมุมปากกระตุกก็เท่านั้นเอง ไม่ได้ถือโทษโกรธเคืองอะไร
วรินทรกลับรู้สึกว่า การที่ตัวเองต้องมาถือโทษโกรธเคืองคนที่ยังไม่รู้จักโต มันเป็นการเสียเวลาเปล่า
" ไม่พอใจเหรอ ? ไม่พอใจก็รีบออกไปจากบ้านฉันซะ ฮึ่ม ทีนาร์พูดอย่างจองหอง พลางโยนกรรไกรลงไปบนพื้น ก่อนจะเดินออกไป
วรินทรมองดูด้วยความมึนงงสับสน ถอนหายใจออกมาด้วยความเบื่อหน่ายเอือมระอา
เธอก็เป็นเหมือนชื่อของเธอยังไงยังนั้น วรินทร เเค่ต้องการชีวิตที่มีเเต่ความสงบสุข จะให้เธอไปสู้รบกะใคร วุ่นวายเเค่ไหนก็ย่อมได้ เเต่ต้องให้ชีวิตของเธอได้มีเวลาที่สงบเงียบเป็นส่วนตัว
เเล้วสรุปว่าเธอไปทำอะไรให้ใครโกรธตอนไหน ?!
วรินทรกรอกตามองบน ลงไปนอนแผ่อยู่ที่พื้นห้อง ที่รองด้วยเศษเสื้อผ้าที่ถูกทีนาร์ตัดขาดจนวิ่น เสื้อผ้าบางชุดมีเครื่องประดับตกแต่งอยู่ด้วย เล่นเอาปวดใจอยู่ไม่น้อย เเต่เธอก็ทำใจได้อยู่
" หม่ามี้ ทำไมนนอนเป็นปลาตายเกยตื้นแบบนี้ล่ะ ?" หัวน้อยๆของกวินโผล่เข้ามาตรงหน้าของวรินทร ดวงตากลมโตใสแจ๋วเปล่งประกายระยิบระยับ มือน้อยๆกำลังถือสายสะพายกระเป๋า กำลังมองตาเเป๋วมาที่เธอ
ปลาตายเกยตื้น ?
วรินทรเลิกคิ้วจนเส้นริ้วสามเส้นบนหน้าผากขึ้นจนเห็นเด่นชัด มือจับไปที่ใบหน้าเล็กๆรูปไข่ที่แสนนุ่มนวล ก่อนจะลูบคลึงแก้มนุ่มเบาๆ "เด็กคนนี้นี่ยังไง นี่ถ้าหม่ามี๊ไม่ดุนี่คงต้องปีนไปรื้อกระเบื้องหลังคาแน่ๆเลยใช่มั๊ย ”
กวินเอียงหัวน้อยๆของเขาอย่างไร้เดียงสา เหลือบขึ้นไปมองเพดาน ก่อนจะหันมาพูดกับวรินทรด้วยน้ำเสียงจริงจัง " หม่ามี้ ที่นี่ไม่เห็นมีกระเบื้องเลยอ่า "
" ฮึ่ย " วรินทรงึมงัมออกมาเบาๆ " เออนี่ ช่วงนี้เธออยู่ทั้งวันทั้งคืนแบบนี้ ได้ยินข่าวคราวของชยุตบ้างมั๊ย ?"
กวินวางกระเป๋าเป้ลง ก่อนจะนั่งคุกเข่าอยู่ข้างๆวรินทร ตามองไปทางกองเศษเสื้อผ้าที่ขาดวิ่นพวกนั้น เเล้วก็นึกสงสัย ถูกขโมยขึ้นบ้านเหรอ ?
" ได้ยินอยู่ มือกับขาของเขาบาดเจ็บเล็กน้อย เเล้วก็มีแผลไฟไหม้รุนเเรง คงต้องพักฟื้นอยู่โรงพยาบาลอีกพักหนึ่ง " กวินหยิบเศษผ้าขาดๆขึ้นมาดู เเล้วก็หันไปมองที่วรินทร " หม่ามี้ ทำไมเสื้อผ้าพวกนี้โดนตัดขาดกระจุยแบบนี้ล่ะ ?"
" ถูกยัยเด็กผู้หญิงไม่รู้จักโตตัดซะขาดวิ่น " พอนึกถึงเรื่องนี้ขึ้นมา ก็ทำเอาวรินทรมึนหัวตึ้บขึ้นมาทันที ถ้าเธอยังฝืนอยู่ที่นี่ต่อไปอีกซักวัน ชีวิตเธอคงไม่มีทางจะสงบสุขเป็นแน่
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: หนี้รักประธานเจ้าเล่ห์
ก็รู้นี่นาว่าตอนที่หายไปกำลังท้อง ทำไมไม่ถามถึงเด็ก...