ตอนที่ 291 ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทระหว่างกัน
เเน่นอนว่าโตษินก็ไม่ได้คาดหวังว่าเขาจะยอมรับ เพราะเขาเองก็รู้ดีว่า ต่อให้เขาถอนตัวจากการเเย่งชิงสิทธิในการรับช่วงสืบทอดวงศ์ตระกูลของครอบครัว ก็ยังมิอาจหยุดความมักมากทะเยอทะยานของเขาได้ เเล้วยังให้คนมาคอยเฝ้าจับตาดูเขาอยู่ไม่ห่าง
ถ้าเป็นเมื่อก่อน โตษินคงเลือกใช้วิธีไกล่เกลี่ยข้อพิพาทระหว่างกัน ถ้าพวกเขายังคิดจะให้คนมาเฝ้าจับตาดูอยู่อีก ก็ช่างเขา เเต่ทว่าในตอนนี้วรินทรกับกวินกลับมาเเล้ว เเละเขาเกือบจะทำร้ายวรินทร จนทำให้โตษินทนต่อไปอีกไม่ไหว
ตราบใดที่วรินทรกับกวินอยู่ที่นี่ เขาจะไม่มีวันยอมให้มีภัยอันตรายใดๆมากล้ำกรายพวกเขาได้
วันนี้ตามมาเฝ้าดูถึงคฤหาสน์ เเล้วพรุ่งนี้ล่ะ ? จะลงมือมั๊ย ?
"ปไลค์"โตษินหันไปส่งสายตาให้กับพ่อบ้านที่ยืนอยู่ข้างๆเขา พ่อบ้านรู้ทันทีว่าเขาต้องการอะไร ก่อนจะเดินออกไป
ถึงเเม้ว่าโตษินจะยังไม่ได้พูดอะไร เเต่หากปไลค์ลงมือเเล้วล่ะก็ คนๆนั้นก็มิอาจมีชีวิตอยู่ต่อไปได้
ถ้ายังไม่เลิกจองเวรต่อกัน อย่าหาว่าไม่ปราณี
วรินทรกัดริมฝีปากตัวเอง จิตใจวุ่นวายสับสน
หลังจากปไลค์นำตัวเขาไปเเล้ว โตษินก็พูดกับวรินทรเเละกวิน"เรียบร้อย พวกเราไปกินอาหารเช้ากันได้เเล้ว"
"โอเคค่ะ ขอบคุณค่ะพ่อ"วรินทรยืนขึ้นพร้อมๆกับพ่อก่อนจะหันไปทำสายตาส่งซิกให้กวิน
สายตาที่ว่านั้นก็เหมือนจะบอกว่า ดูซิ มีของฟรีให้กินเเล้ว ~
"เอ่อ พ่อคะ เเล้วพี่ไม่อยู่เหรอ ?จนตอนนี้เเล้วยังอยู่ที่บริษัทอีกเหรอคะ ?"วรินทรถามผู้เป็นพ่อ ขณะที่ก็ทาซอสมะเขือเทศบนขนมปังปิ้งไปด้วย
โตษินให้คนรับใช้เปลี่ยนที่กินมื้อเช้า มาจัดโต๊ะที่สนามหญ้าภายในคฤหาสน์ แสงแดดอ่อนๆยามเช้า กับสายลมเย็นๆที่พัดโชยมา ทะเลสาบผืนใหญ่ทอดตัวนิ่งอยู่เบื้องหน้า
วรินทรรู้ว่าทะเลสาบ Annecy ได้รับการขนานนามว่าเป็นทะเลสาบที่มีน้ำใสสะอาดที่สุดในยุโรป น้ำในทะเลสาบเป็นน้ำที่เกิดจากการละลายของหิมะ เเละน้ำฝนที่ไหลลงมาจากเทือกเขา Alps ถ้าหากเป็นไปได้ เธอก็อยากจะเดินเที่ยวชมหมู่บ้านเล็กๆ ที่ได้ชื่อว่าแดนสวรรค์ริมทะเลสาบแห่งนี้ ให้ทั่วไปเลย
โตษินดวงตาเป็นประกาย"ใช่ลูก คงจะกลับมาคืนนี้แหละ ไม่ต้องรอเขาหรอก"
กวินทาซอสมะเขือเทศบนขนมปังของตัวเองเสร็จ ก็ทาอีกอันยื่นให้กับโตษิน พร้อมกับพูดเสียงนุ่ม"อันนี้ของคุณตาครับ"
"ดูซิดู เด็กดีของตา"โตษินรับขนมปังมาจากกวิน ก่อนจะยิ้มแย้มหัวเราะชอบใจดุจดอกไม้กำลังเบ่งบาน จนบรรดาคนรับใช้ต่างพากันเงยหน้าขึ้นมามอง
นานแล้วที่โตษินไม่ได้ยิ้มหัวเราะอย่างสุขสำราญใจแบบนี้ เพราะได้เเต่กังวลเเละเป็นห่วงวรินทรกับกวิน ที่ต้องใช้ชีวิตอยู่ที่ประเทศ C มาโดยตลอด
"เเม่ของลูกเคยพูดว่า จะต้องสร้างคฤหาสน์สักหลัง ที่เมือง Annecy แห่งนี้ให้ได้ รอให้ลูกกับพี่ชายลูกเกิดมา เเล้วเราจะย้ายครอบครัวมาอยู่ด้วยกันที่นี่"จู่ๆโตษินก็พูดขึ้นมา พลางมองไปยังทะเลสาบเบื้องหน้า หวนรำลึกถึงความหลัง
วรินทรกัดขนมปังไปหนึ่งคำ เมื่อได้ยินที่พ่อพูดแบบนั้น อีกทั้งยังเกี่ยวข้องกับทมยันตีทำให้เธอถึงกับหยุดนิ่ง
"แม่ของลูกชอบเมืองนี้มาก ตั้งเเต่พ่อกับแม่แยกทางกัน พ่อก็เลยมาที่นี่ตามลำพัง เพื่อสานฝันของแม่ให้เป็นจริง"น้ำเสียงของโตษินฟังดูเนิบช้า ไม่มีท่าทีแห่งความเศร้าโศกของการจากลา มีเพียงความสุขที่ยังคงมีอยู่ ตราบจนทุกวันนี้
"ลูกคงไม่รู้หรอกว่า ครั้งแรกที่พ่อได้เห็นลูกคือตอนที่ลูกเกิด พ่อรู้สึกผิดมากที่ในตอนนั้นพ่อพาพี่ชายของลูกมาได้เเค่คนเดียว เเล้วต้องปล่อยให้ลูกอยู่ที่นั่น"
"หนูไม่เคยโทษพ่อเลยค่ะ พ่อกับแม่ถูกบังคับให้ต้องทำแบบนั้น หนูกับแม่เราสองคนมีความสุขดีค่ะ"วรินทรยิ้มอ่อนเชิงปลอบใจ ภาพของทมยันตีเมื่อตอนยังอยู่เเวบเข้ามาในความคิดของเธอ
ก่อนที่เธอจะรู้จักกับทาวัต เธอชอบนอนหนุนตักแม่ ฟังเรื่องที่แม่เล่าอย่างสนอกสนใจ ทั้งๆที่ตอนนั้นเธอจะฟังมันไม่รู้เรื่องก็ตาม
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: หนี้รักประธานเจ้าเล่ห์
ก็รู้นี่นาว่าตอนที่หายไปกำลังท้อง ทำไมไม่ถามถึงเด็ก...