บทที่ 102 เมื่อทุกอย่างเกิดขึ้น
ตำหนักหย่างซิน ห้องบรรทมของฮ่องเต้
มือเรียวบางของฮ่องเต้หญิงกำลังพลิกหน้ากระดาษของตำราในมือด้วยความนุ่มนวล
ส่วนมือของจ้าวอู่เจียงก็กำลังเปลี่ยนตำแหน่ง พลังลมปราณไหลเวียนไปตามจุดต่าง ๆ ในร่างกาย
เมื่อทั้งสองไม่ได้พูดคุยกันอีกแล้ว เวลาจึงผ่านไปเช่นนี้เอง
แต่ช่วงเวลาแห่งความสงบสุขมักจะอยู่ได้ไม่นาน เสียงเคาะประตูดังขัดจังหวะความเงียบสงบ แล้วนางกำนัลคนหนึ่งก็เข้ามารายงานว่า ข่าวเรื่องการตั้งครรภ์ของฮองเฮาได้แพร่กระจายออกไปแล้ว
ความเงียบปกคลุมในบรรยากาศ
นี่ไม่ใช่ความเงียบธรรมดา แต่เป็นความเงียบที่มาพร้อมกับความเย็นเยียบ
ฮ่องเต้หญิงค่อย ๆ วางตำราในมือลง แววตาเกิดความสั่นไหว
เพื่อความมั่นคงของราชบัลลังก์แคว้นต้าเซี่ย นางจะปล่อยให้ทารกในครรภ์ของตู๋กูหมิงเยว่คลอดออกมาไม่ได้เด็ดขาด
แต่มีใครบางคนปล่อยข่าวเรื่องการตั้งครรภ์ของตู๋กูหมิงเยว่ ทั่วตำหนักนางสนมจึงรู้เรื่องนี้โดยทั่วแล้ว
เมื่อเรื่องนี้ล่วงรู้ไปถึงหูผู้คนจำนวนมาก เซวียนหยวนจิ้งก็ไม่สามารถจัดการในที่ลับได้อีก และนางก็ไม่สามารถจัดการในที่แจ้งได้เช่นกัน
ในขณะนี้ เซวียนหยวนจิ้งเข้าใจถึงความยากลำบากขึ้นมาทันที
ผู้ใดเป็นคนปล่อยข่าวกันนะ… ฮ่องเต้หญิงค่อย ๆ สูดลมหายใจ พยายามปรับอารมณ์ความรู้สึกให้กลับมาสงบดังเดิม
เมื่อจ้าวอู่เจียงโคจรพลังลมปราณเสร็จเรียบร้อยแล้ว เขาก็ค่อย ๆ นั่งเหยียดแผ่นหลังตรงอยู่บนเก้าอี้
นี่คือข่าวที่เขาไม่คาดคิดเช่นกัน
เมื่อทุกคนล่วงรู้แล้วว่าตู๋กูหมิงเยว่กำลังตั้งครรภ์ นี่ย่อมเป็นโอกาสดีที่ศัตรูจะฉวยเล่นงานในความมืด
ภายในวังหลังมีการแก่งแย่งแข่งขันชิงดีชิงเด่นกันอย่างน่าหวาดกลัว เรื่องราวอันลึกลับดำมืดและชั่วร้ายเกิดขึ้นหลายยุคสมัยเพราะความอิจฉาริษยา จึงมีผู้คนไม่น้อยอาจจะกำลังวางแผนทำร้ายตู๋กูหมิงเยว่พร้อมกับทารกในครรภ์ของนาง
ผู้ใดเป็นคนปล่อยข่าวกัน? มันเป็นใคร? จ้าวอู่เจียงพยายามค้นหาคำตอบ แต่คนที่รู้ว่าตู๋กูหมิงเยว่ตั้งครรภ์มีเพียงเขา เซวียนหยวนจิ้ง ชิงเอ๋อร์ และสมาชิกตระกูลตู๋กูเท่านั้น
คนตระกูลตู๋กูจะเป็นคนปล่อยข่าวเอง? หรือว่าจะมีคนของกลุ่มอื่นล่วงรู้ความลับนี้เข้า?
…
ตำหนักฉีเฟิง
ตู๋กูหมิงเยว่กำลังต้มยาของตนเอง นางกำลังใช้พัดในมือโบกเร่งไฟที่อยู่ในเตาตรงหน้า
ริมฝีปากอวบอิ่มประดับรอยยิ้ม แต่เป็นรอยยิ้มที่เคร่งเครียด และแฝงความวิตกกังวลไว้ไม่น้อย
เมื่อผู้คนในตำหนักนางสนมรับรู้ถึงการตั้งครรภ์ของตู๋กูหมิงเยว่ พวกนางต่างก็มา ‘เยี่ยม’ กันไม่หยุดหย่อน บางคนมาอวยพร บางคนก็มาหัวเราะขบขัน แต่ที่เลวร้ายที่สุดคือ บางคนมาพร้อมกับความอิจฉาริษยาไม่ปิดบัง
แต่ไม่ว่าอีกฝ่ายจะมาอย่างไร ตู๋กูหมิงเยว่ก็จะตอบรับกลับไปด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนเสมอ
จ้าวอู่เจียงเป็นคนเขียนเทียบยาให้นาง และยังมอบคำแนะนำในการดูแลทารกในครรภ์ด้วยตัวเองอีกด้วย
“ลุกขึ้นเถอะ” ฮ่องเต้พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“ฮองเฮาอยู่ที่ใด?”
“ทูลฝ่าบาท ฮองเฮาอยู่ในห้องด้านในเพคะ” ชิงเอ๋อร์ลุกขึ้นยืนด้วยความเคารพ และก้มหน้าต่ำ
ฮ่องเต้มีสีหน้าเคร่งขรึม เดินตรงเข้าไปยังห้องชั้นในทันที จ้าวอู่เจียงต้องการจะเดินติดตามเข้าไปด้วย แต่ฮ่องเต้ก็หันกลับมามองด้วยสายตาเย็นชา
“เจ้าไม่ต้องตามเข้ามา!”
“แต่ว่าฝ่าบาท…” จ้าวอู่เจียงถูนิ้วมือด้วยความร้อนใจ ดวงตาเป็นประกายลึกล้ำดั่งมหาสมุทร
เซวียนหยวนจิ้งเพิกเฉยต่อความกังวลของจ้าวอู่เจียง นางเปิดประตู และก้าวเดินเข้าไปด้านในเพียงลำพัง
ชิงเอ๋อร์เห็นดังนั้น นางจึงเดินเข้ามาดึงแขนเสื้อขันทีหนุ่ม
“ท่านมาช่วยข้าต้มยาเถอะ”
จ้าวอู่เจียงจ้องมองไปยังบานประตูที่ปิดลงช้า ๆ ก่อนจะหันกลับมารับพัดจากมือของชิงเอ๋อร์
หลังจากที่เขาและฮ่องเต้หญิงได้รู้ว่า ข่าวเรื่องการตั้งครรภ์ของตู๋กูหมิงเยว่ได้ถูกเปิดเผยออกไปแล้ว ฮ่องเต้หญิงก็ตัดสินใจจะมาพบตู๋กูหมิงเยว่ด้วยตนเอง จ้าวอู่เจียงจึงขอติดตามนางมาด้วย
จ้าวอู่เจียงรู้ดีว่าฮ่องเต้หญิงคงไม่พูดออกมาตรง ๆ กับตู๋กูหมิงเยว่ว่า ‘ข้าไม่ต้องการทารกในครรภ์ของเจ้า’ แต่เขาก็ยังอดเป็นกังวลเกี่ยวกับความคิดของเซวียนหยวนจิ้งไม่ได้ เขากลัวว่านางจะใช้คำพูดโน้มน้าวใจทำให้ตู๋กูหมิงเยว่ไม่อยากเก็บทารกในครรภ์เอาไว้…
ซึ่งในความเป็นจริงนั้นก็เป็นไปตามที่จ้าวอู่เจียงกังวลทุกประการ เพราะในขณะที่เซวียนหยวนจิ้งก้าวเดินเข้าไปยังห้องชั้นในนั้น นางก็เตรียมเรียบเรียงคำพูดสำหรับการเกลี้ยกล่อม ให้ตู๋กูหมิงเยว่กำจัดทารกในครรภ์ไว้เรียบร้อยแล้ว

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า