บทที่ 1023 จีปอฉางผู้โกรธแค้น
ชั้นที่สามสิบสองของดินแดนลับเต๋อเหลียน
หลู่เสี่ยวจินภายใต้การปกป้องของตระกูลหลู่และเหล่าอัจฉริยะจากสำนักเติมฟ้าประสบความสำเร็จในการบุกทะลวงเข้าสู่ขั้นจักรพรรดิ
ใช้เวลาทั้งสิ้นสามชั่วยามกับอีกหนึ่งเค่อ
หลายชั่วยามต่อมา เหล่าอัจฉริยะจากตระกูลหลู่และสำนักเติมฟ้าที่เริ่มบุกทะลวงเข้าสู่ขั้นจักรพรรดิพร้อมกับหลู่เสี่ยวจินก็ทยอยก้าวเข้าสู่ขั้นจักรพรรดิอย่างเป็นทางการ
แม้จะอยู่ในขั้นจักรพรรดิเหมือนกัน แต่ก็ยังมีความแข็งแกร่งที่แตกต่างกัน ส่วนใหญ่ขึ้นอยู่กับรากฐานที่สั่งสมมาตอนหลอมกายว่ามีมากน้อยเพียงใด หลู่เสี่ยวจินและคนอื่น ๆ หลังจากบรรลุถึงขั้นจักรพรรดิแล้วก็ช่วยปกป้องเหล่าอัจฉริยะร่วมสำนักหรือร่วมตระกูลที่มีคุณสมบัติพอจะบรรลุถึงขั้นจักรพรรดิได้
ผู้ที่สามารถเข้าสู่ดินแดนลับเต๋อเหลียนได้ล้วนแต่เป็นอัจฉริยะขั้นสูงสุดขั้นก้าวสู่จักรพรรดิแทบทั้งสิ้น
ภายในดินแดนลับเต๋อเหลียนบริเวณอื่น ๆ ก็มีผู้ที่กำลังพยายามบรรลุถึงขั้นจักรพรรดิเช่นกัน
โดยพื้นฐานแล้ว ผู้ฝึกฝนที่กำลังพยายามบรรลุถึงขั้นจักรพรรดิล้วนมีคนคอยปกป้องอยู่ข้างกาย
แต่ก็ไม่ได้เป็นเช่นนั้นเสมอไป มีผู้ฝึกตนอิสระบางคนที่มีพลังอันแข็งแกร่งไร้เทียมทาน ไม่ไว้วางใจผู้อื่น จึงพยายามบรรลุขั้นจักรพรรดิด้วยตนเองเพียงลำพัง
ขณะเดียวกันฝนตกลงมาในดินแดนลับเต๋อเหลียนทุกแห่ง
หยดน้ำฝนเย็นเยียบจนแทงกระดูกราวกับกำลังเตือนทุกคนถึงบางสิ่ง
ขณะที่จ้าวอู่เจียงกำลังสร้างร่างดอกบัว ณ ดินแดนลับเต๋อเหลียนชั้นที่สิบสี่ หลี่ฉวนจวินก็กำลังถูกซ้อม
ณ ดินแดนลับเต๋อเหลียนชั้นที่สิบสี่ ภายในถ้ำกระบี่ หลี่ฉวนจวินถูกเทพกระบี่ไล่ตามทำร้าย
เทพกระบี่ประสานมือไว้ด้านหลัง ท่าทางสบาย ๆ กระบี่บินหลายเล่มแสดงวิชากระบี่ต่าง ๆ ออกมาและโจมตีหลี่ฉวนจวิน
ตอนแรกหลี่ฉวนจวินยังสามารถต้านทานได้ กระทั่งสามารถเข้าใจวิชากระบี่มากมายของกระบี่บินเหล่านั้น ได้รับความรู้แจ้งเกี่ยวกับวิถีกระบี่ไม่น้อย
แต่เมื่อกระบี่บินมีจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ วิถีกระบี่ที่บรรจุอยู่ก็ยิ่งซับซ้อนมากขึ้น หลี่ฉวนจวินค่อย ๆ ทนไม่ไหว ยากลำบากมากขึ้นจนตอนนี้ร่างกายเต็มไปด้วยเลือด
“หากเจ้าต้องการเรียนรู้เพลงกระบี่ชิงเหลียน เจ้าเพียงแค่ต้องเข้าใจวิถีกระบี่ทั้งหมดที่บรรจุอยู่ในตัวกระบี่ทุกเล่มในถ้ำกระบี่นี้ แล้วข้าจะสอนเพลงกระบี่ชิงเหลียนให้เจ้า!”
เทพกระบี่มีสีหน้าเคร่งขรึม แต่ดวงตากลับเปี่ยมด้วยรอยยิ้ม เขามองเห็นตัวเองในอดีตจากหลี่ฉวนจวิน
ไม่ใช่เพราะเป็นอัจฉริยะด้านวิถีกระบี่เหมือนกัน
จีปอฉางไม่ได้เปิดโลงศพ เขาค้นหาทั่วทั้งสุสานโบราณ แม้ว่าเขาคงจะรู้ผลลัพธ์แล้ว ก็ยังคงมีความหวังเล็กน้อยอยู่
แต่ในที่สุดเขาก็ผิดหวัง เขาไม่รู้สึกถึงสิ่งใดที่ทำให้สายเลือดตระกูลจีของเขามีปฏิกิริยาตอบสนอง เว้นเมื่ออยู่ต่อหน้ารูปปั้นเต่ายักษ์เทียนหยวนที่เฝ้าสุสาน
แต่นั่นก็ไม่ชัดเจน
เป็นไปตามที่เขาคาดเดาไว้ พี่น้องคนใดคนหนึ่งของเขาปลอมตัวเป็นจ้าวอู่หยางและได้ชิงตัดหน้าเขาไปเสียแล้ว
หาไม่จะเปิดประตูใหญ่ของสุสานได้อย่างไร? เขาได้พิจารณาแล้ว นอกจากสายเลือดของตระกูลเซวียนหยวนในยุคโบราณก็มีเพียงสายเลือดของโหย่วอวี๋ที่สามารถเปิดสุสานโบราณนี้ได้
แต่เผ่าโหย่วอวี๋สาบสูญไปในห้วงเวลาอันยาวนานแล้ว
ส่วนตระกูลเซวียนหยวนก็ได้กลายเป็นตระกูลจีของราชวงศ์เซียนต้าโจวในปัจจุบัน
หากจ้าวอู่หยางไม่ใช่คนในราชวงศ์เซียนต้าโจว เขาจะสามารถเปิดสุสานโบราณได้อย่างไร? แล้วเขาจะสามารถค้นพบจุดอ่อนของร่างอมตะได้อย่างไร?
จ้าวอู่หยางต้องเป็นน้องชายหรือพี่ชายคนใดคนหนึ่งของเขาแน่ถึงได้ขัดขวางแย่งชิงความดีความชอบของเขาไป และยังต้องการแย่งชิงตำแหน่งรัชทายาทกับเขาด้วย เจตนาฆ่าของจีปอฉางยิ่งทวีความรุนแรง เดิมเขาก็ตั้งใจจะสังหารจ้าวอู่หยางกับจ้าวอู่เลี่ยงอยู่แล้ว ตอนนี้ดีเลย เขามีเหตุผลเพิ่มขึ้นอีกข้อ ไม่จำเป็นต้องคำนึงถึงความผูกพันฉันพี่น้องอีก

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า