บทที่ 1027 ความเหิมเกริม
“พี่สาวหลู่มิได้ใช้อาวุธเลย”
เสียงนุ่มนวลแต่แหลมคมดังขึ้น กู้เหนียนหยวนก้าวออกมาจากแถวของสำนักเติมฟ้า
“เจ้าอู๋ตี้ อาศัยแต่พลังของกระบี่หนักเท่านั้น คนของถ้ำกระบี่ตระกูลอู๋ล้วนยึดถือหลักกระบี่หนักไร้คมมั่นคงหนักแน่น แต่มีน้อยนักที่จะเป็นคนเหิมเกริมเช่นเจ้า”
“ถ้ำกระบี่ตระกูลอู๋?” ผู้ชมต่างอุทานด้วยความตกใจ “อู๋ตี้เป็นคนของถ้ำกระบี่ตระกูลอู๋หรือ?”
ถ้ำกระบี่ตระกูลอู๋ เป็นสำนักกระบี่แห่งหนึ่งในดินแดนเสินหั่วทิศตะวันตก มีรากฐานมาจากตระกูลกระบี่ ทุกคนล้วนใช้กระบี่หนัก
ดินแดนเสินหั่วทิศตะวันตกอยู่ห่างไกลจากดินแดนน้ำศักดิ์สิทธิ์ทางใต้ แม้จะใช้แท่นส่งตัวด้วยพลังวิญญาณก็ต้องใช้เวลาไม่น้อย
ไม่คิดว่าการเปิดดินแดนลับเต๋อเหลียนครั้งนี้จะมีผู้ฝึกฝนจากถ้ำกระบี่ตระกูลอู๋มาด้วย พวกเขาไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย
หากอู๋ตี้เป็นคนของถ้ำกระบี่ตระกูลอู๋จริงก็ไม่แปลกอะไรที่จะมีพลังแข็งแกร่งเพียงแต่นิสัยนี้ช่างเหลือเกินจริง ๆ
อู๋ตี้แค่นเสียง
“ฮึ กระบี่ที่อยู่ด้านหลังเจ้านั้นไม่เลว แต่ตัวเจ้าอ่อนแอเกินไป”
กู้เหนียนหยวนพลันชักกระบี่ออกมา สีหน้าเฉียบคม
“เจ้าต้องการประลองกับข้าหรือ?” อู๋ตี้ส่ายหน้าพลางยิ้ม “ช่างเถอะ เจ้าอ่อนแอเกินไปและอายุยังน้อย หากเรื่องนี้แพร่ออกไป ผู้คนจะกล่าวหาว่าข้าอู๋ตี้รังแกคน”
สำนักเติมฟ้าวุ่นวาย ศิษย์หลายคนจ้องมองด้วยความโกรธ อู๋ตี้ผู้นี้ช่างหยิ่งผยองเกินไป ถึงกับกล้าเอ่ยวาจาเยาะเย้ยศิษย์น้องเล็กของพวกเขา
ตอนนี้เองเคียวยาวสีดำปรากฏในมือหลู่เสี่ยวจิน ดวงตานางเต็มไปด้วยความโกรธ ก่อนจะตวัดเคียวฟันใส่อู๋ตี้
อู๋ตี้หัวเราะก้อง มือกระชับกระบี่ ป้องกันการโจมตี
“ข้าบอกแล้ว เจ้าก็แค่เท่านี้เอง”
ผู้คนที่มุงดูเริ่มคึกคัก นานแล้วที่ไม่ได้เห็นคนที่ทั้งหยิ่งผยองและมีพลังแข็งแกร่งเช่นนี้ ถึงแม้จะมองไม่เห็นใบหน้าของอู๋ตี้จากถ้ำกระบี่ตระกูลอู๋ แต่ดูเหมือนว่าคำว่า ‘หยิ่งผยอง’ จะถูกเขียนไว้บนใบหน้าของเขา
โครม!
เสียงดังก้องฟ้า แสงสว่างส่องทะลุเมฆ
“เมล็ดบัวสุกแล้ว ใจกลางดอกบัวกำลังจะเปิด!”
ความโกรธแค้นและความมุ่งมั่นที่จะสังหารในใจของเขาได้รวมกันจนกลายเป็นรูปธรรม
เมื่อเขาบรรลุถึงขั้นจักรพรรดิ เขาจะก้าวเข้าไปในใจกลางดอกบัว ตามหาจ้าวอู่เหยียงและจ้าวอู่เลี่ยง เขาคาดเดาว่าจ้าวอู่หยางจะต้องไปหาเมล็ดบัวแน่นอน
ด้วยพลังของจ้าวอู่หยางเป็นไปไม่ได้เลยที่จะยอมสละโอกาสในการแย่งชิงเมล็ดบัวเต๋า
เมื่อถึงเวลา เขาก็จะสังหารจ้าวอู่หยางและแย่งชิงอาวุธกลับคืนมา
หลายปีก่อน เขาได้บรรลุถึงขั้นสูงสุดของระดับหลอมวิญญาณหรือี่เรียกว่าขั้นก้าวสู่จักรพรรดิ
เพียงแต่เขาไม่ยอมก้าวเข้าสู่ขั้นจักรพรรดิก็เพื่อรอโอกาสเข้าสู่ดินแดนลับเต๋อเหลียนคราวนี้ เขาทุ่มเทไปมากมายเพื่อสิ่งนี้ เขาจะไม่ยอมให้ใครมาฉกฉวยไปเด็ดขาด โดยเฉพาะพี่น้องในตระกูลจีด้วยกัน
ราชวงศ์ไร้ความรักฉันท์พี่น้อง!
จีปอฉางค่อย ๆ ทำให้จิตใจสงบลง ปรับตัวเองให้อยู่ในสภาวะที่ดีที่สุด
การบุกทะลวงสู่ขั้นจักรพรรดิเป็นเรื่องง่ายดายสำหรับเขา เพราะรากฐานอันแข็งแกร่งของเขา เขามั่นใจว่าไม่ด้อยไปกว่าผู้ใดทั้งสิ้น
เพียงไม่กี่ลมหายใจ เปลวไฟแห่งจิตวิญญาณของเขาก็เริ่มลุกโชน แลวเขาก็ก้าวไปอย่างช้า ๆ สู่อาณาเขตของจักรพรรดิ

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า