บทที่ 105 ความโกรธแค้น
เสื้อคลุมที่หลวมโพรกของจ้าวอู่เจียง สวมทับลงบนร่างกายอันสั่นเทาของเซวียนหยวนจิ้ง ลมหายใจร้อนอุ่นของเขาทำให้หัวใจของนางกลับมาสงบอีกครั้ง
จ้าวอู่เจียงโอบอุ้มร่างที่ไม่ได้สติของตู๋กูหมิงเยว่ไว้ มุ่งตรงกลับไปยังตำหนักฉีเฟิงอย่างรวดเร็ว โดยมีฮ่องเต้หญิงวิ่งตามมาติด ๆ ที่ด้านหลัง
“ฮองเฮา ฮองเฮา” ได้ยินเสียงร่ำร้องของชิงเอ๋อร์ ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าและเสียงชุดเกราะของบรรดาทหาร หลังจากนั้น กลุ่มราชองครักษ์ก็ปรากฏขึ้น
ชิงเอ๋อร์ร้องไห้ขณะวิ่งเข้ามาหาจ้าวอู่เจียง ระหว่างทางก็ยกมือปาดน้ำตาไปพลาง
เมื่อนางมาถึงตัวจ้าวอู่เจียง ชิงเอ๋อร์ก็จ้องมองตู๋กูหมิงเยว่ผู้ยังไม่ได้สติ นางได้แต่นึกโทษตนเองที่ไร้ความสามารถ ไม่สามารถช่วยเหลือนายหญิงได้อย่างทันท่วงที
ชิงเอ๋อร์ติดตามจ้าวอู่เจียงกลับเข้าไปยังตำหนักฉีเฟิง
กลุ่มราชองครักษ์เฝ้ารักษาอารักขา พวกเขาจ้องมองไปรอบทิศทาง แผ่รังสีอำมหิตออกมาจากร่างกายอย่างน่ากลัว
…
ตำหนักฉีเฟิง
จ้าวอู่เจียงตรวจสอบบาดแผลบนร่างกายของตู๋กูหมิงเยว่ก่อนเป็นลำดับแรก ชายหนุ่มนำวัตถุแหลมคมที่ฝังอยู่บนขาทั้งสองข้างของนางออกมา
วัตถุทั้งสองชิ้นนั้นหนึ่งมีสีเขียวหนึ่งมีสีดำ ลักษณะเหมือนหัวตะปูที่แหลมคม
จ้าวอู่เจียงลองจับชีพจรฮองเฮา ก่อนจะหันมาเขียนเทียบยาสมุนไพรให้ชิงเอ๋อร์ไปต้ม สำหรับให้ฮ่องเต้หญิงเสวยเพื่อการสงบจิตใจเสียก่อน และสำหรับฮองเฮาด้วย
ผ่านไปหนึ่งถ้วยชา ชิงเอ๋อร์ก็ต้มน้ำยาสมุนไพรเสร็จเรียบร้อย และนำมาถวายแก่เซวียนหยวนจิ้ง
ฮ่องเต้หญิงดื่มน้ำยาสมุนไพรรสขมฝาด ก่อนจะถอนหายใจออกมาหนัก ๆ พลางนึกถึงความมุ่งมั่นของตู๋กูหมิงเยว่ระหว่างที่ดื่มยาสมุนไพรถ้วยใหญ่
หากตู๋กูหมิงเยว่ไม่ผลักนางออกมา ผู้ที่จะโดนอาวุธลับทั้งสองชิ้นนั้นเล่นงาน ย่อมต้องเป็นเซวียนหยวนจิ้งเอง
น้ำยาสมุนไพรไหลผ่านลำคอเข้าสู่ร่างกาย ขับไล่ความหนาวเย็นออกไปจากร่างอย่างรวดเร็ว เซวียนหยวนจิ้งกลับมารู้สึกอบอุ่นอีกครั้ง นางไม่ได้ตัวสั่นอีกแล้ว และในเวลาเดียวกันนี้ ใบหน้าก็กลับมามีสง่าราศีดังเดิม
จ้าวอู่เจียงขมวดคิ้วด้วยความเคร่งเครียด ตักน้ำยาสมุนไพรหนึ่งช้อนกรอกใส่ปากตู๋กูหมิงเยว่ที่ยังคงไม่ได้สติ หลังจากวินิจฉัยเสร็จเรียบร้อยแล้ว จ้าวอู่เจียงก็พบว่าตู๋กูหมิงเยว่ปลอดภัยดี
นอกจากบาดแผลของตะปูประหลาดที่ปักลงบนขาทั้งสองข้างของตู๋กูหมิงเยว่ นางก็ไม่ได้รับบาดเจ็บใด ๆ อีก
“ชิงเอ๋อร์ เจ้าเข้ามาดูแลฮองเฮา นางกำลังจะฟื้นในไม่ช้า ต้มยาชนิดเดียวกันนี้ให้นางรับประทานอีกหนึ่งถ้วย” จ้าวอู่เจียงพูดด้วยความเยือกเย็น
ดวงตาของชิงเอ๋อร์เต็มไปด้วยน้ำตา นางพยักหน้ารับอย่างเชื่อฟัง
…
แสงตะวันลาลับ ความมืดมิดคืบคลานเข้ามา
จ้าวอู่เจียงและฮ่องเต้หญิงกลับมาที่ตำหนักหย่างซินแล้ว
ฮ่องเต้หญิงแสดงออกถึงความโกรธแค้น นางเรียกตัวหน่วยองครักษ์มังกรมาสั่งงาน ให้พวกเขาไปสืบหาข้อมูลผู้อยู่เบื้องหลังการซุ่มโจมตีในสวนชิวซุยครั้งนี้
จ้าวอู่เจียงถูนิ้วมือด้วยความหนักใจ เขาไม่คิดเลยว่า หลังจากข่าวเรื่องการตั้งครรภ์ของตู๋กูหมิงเยว่แพร่อระจายออกไปเพียงไม่กี่ชั่วยาม ก็มีคนส่งมือสังหารมาพยายามจะฆ่านางเสียแล้ว
เขาพยายามคาดเดาว่าศัตรูเป็นผู้ใด ก่อนจะต้องถอนหายใจออกมา
การแย่งชิงอำนาจในวังหลังมีความซับซ้อนมากกว่าที่คิด นางสนมทุกคนล้วนเป็นผู้ต้องสงสัยในเหตุการณ์ครั้งนี้ ขึ้นอยู่กับว่าใครจะมีความน่าสงสัยมากน้อยต่างกันไปเท่านั้น
หัวใจของตู๋กูอี้เหอเต้นรัวเร็ว คิดไม่ถึงเลยว่าจ้าวอู่เจียงจะเปลี่ยนสถานะจากหมากตัวหนึ่งบนกระดาน กลายเป็นวีรบุรุษของตระกูลตู๋กูไปเรียบร้อยแล้ว
“ตระกูลตู๋กูของเราตอบแทนผู้มีพระคุณเสมอ!”
ตู๋กูอี้เหอพึมพำเบา ๆ เขามีแผนการอยู่ในใจแล้ว
…
ตกดึก
ตำหนักหย่างซิน ห้องบรรทมของฮ่องเต้
เซวียนหยวนจิ้งนอนอยู่บนเตียงด้วยความกระสับกระส่าย ไม่อาจข่มตาหลับได้
นางโกรธแค้นที่ตนเองใจอ่อน
ทารกในครรภ์ตู๋กูหมิงเยว่ไม่ใช่ลูกของนาง แต่เป็นสายเลือดของจ้าวอู่เจียง และทารกผู้นี้ก็จะกลายเป็นภัยคุกคามต่อราชบัลลังก์ของนางในอนาคต
แต่ความอ่อนโยนของการเป็นมารดาที่ตู๋กูหมิงเยว่แสดงออกมานั้นกระแทกใจเซวียนหยวนจิ้งอย่างแรง และทำให้นางเริ่มใจอ่อนลงทีละนิด… ทีละนิด…
นางจับผ้าห่มแน่น
“เจ้าไม่ต้องอยู่ที่นี่หรอก ไปพักผ่อนที่ห้องของเจ้าเถอะ ในตอนเช้าพวกเรายังมีประชุมกันอีก”
นี่ก็เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ฮ่องเต้หญิงนอนไม่หลับเช่นกัน เนื่องจากจ้าวอู่เจียงนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงนอนนาง เซวียนหยวนจิ้งเกิดความรู้สึกหวาดระแวงว่าจ้าวอู่เจียงจะกระโจนเข้ามาใส่นางเมื่อสบโอกาสที่นางเผลอ!

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า