เข้าสู่ระบบผ่าน

ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า นิยาย บท 1054

บทที่ 1054 จางซวีคุน

เซี่ยวไป๋แห่งตระกูลจูกัดและจูกัดเจี่ยเว่ยนั่งอยู่ที่ประตูด้านข้างของวิหาร อีกสักครู่นักบวชชราก็น่าจะฟื้นคืนสติแล้ว

การช่วยชีวิตผู้อื่นไม่ใช่ความถนัดของเซี่ยวไป๋

แต่เขามีเงิน มีของล้ำค่ามากมาย อีกทั้งยังหวงแหนชีวิต ย่อมมียาลูกกลอนและสิ่งอื่น ๆ อยู่มากพอสมควร

เสียงเบา ๆ ดังมาจากในศาลาด้านข้าง

นักบวชชราที่นอนแผ่หลาอยู่บนเตาธูปสี่เหลี่ยมค่อย ๆ ลืมตาขึ้น ในดวงตาแก่ชราของเขามีความแจ่มชัดที่ไม่เคยมีมานานแล้ว เขามองไปรอบ ๆ อย่างงุนงง เห็นคานไม้ของวิหารด้านข้างมีใยแมงมุมแผ่กระจายไปทั่ว พระโพธิสัตว์ที่มีสีหน้าเปี่ยมด้วยความเมตตา ระฆังใหญ่สองใบ ธูปเทียนที่กระจัดกระจายอยู่บ้าง ผ้าพระสูตรและอื่น ๆ

เขารู้สึกว่าภาพเหล่านี้คุ้นตาอยู่บ้างราวกับเคยเห็นที่ไหนมาก่อน

เมื่อเขาพยายามคิดทบทวน ศีรษะก็ปวดอย่างรุนแรง

แต่ไม่นาน เขาก็นึกถึงเรื่องราวในอดีตได้

หลังจากที่เขาก้าวเข้าสู่ดินแดนลับเต๋อเหลียน เขาตั้งใจจะแสวงหาโชคลาภ แต่ระหว่างทางผ่านมาเขาพบว่า สถานที่แห่งนี้มีความน่าพิศวงอยู่บ้าง เขาเพียงแค่คิดจะมาดูสักหน่อย

อ้าว เรื่องราวที่เหลือเล่า?

นักบวชชราสงสัย ทำไมความทรงจำถึงได้ขาดหายไปกะทันหัน?

เหตุใดเขาจึงนึกอะไรไม่ออกเลย?

ทันใดนักบวชชราเห็นใบหน้าหนึ่งปรากฏขึ้นตรงหน้าตน เป็นใบหน้าอ่อนเยาว์ และมีความหล่อเหลาอยู่บ้าง ทั้งยังมีรอยยิ้มประดับใบหน้า แต่เจ้าของใบหน้านี้มีรูปร่างค่อนข้างสูง

จากนั้นเขาก็เห็นใบหน้าอีกใบหนึ่ง หล่อเหลาอย่างยิ่ง มีบุคลิกอ่อนโยน กำลังพินิจพิจารณาตัวเขาอยู่

จากการแต่งกายของคนทั้งสอง ดูเหมือนจะเป็นคู่นายบ่าว

“พวกเจ้าเป็นศิษย์ของเทพเจ้าเซวียนอูหรือ?” ชายชราถามอย่างสงสัย

“ท่านผู้เฒ่า ข้าชื่อจูกัดเจี่ยเว่ย นี่คือเจ้านายของข้า จูกัดเซี่ยวไป๋ เขาเป็นผู้ช่วยชีวิตท่านนะ” จูกัดเจี่ยเว่ยเกาศีรษะพลางหัวเราะคิกคักไร้เดียงสา

“หืม?” นักบวชชราสงสัย ไม่นานจูกัดเจี่ยเว่ยพยุงเขาขึ้นมา โลกในสายตาของเขากลับมาเป็นปกติ

เขาจึงได้เห็นภาพรวมของคู่นายบ่าวคู่นี้อย่างชัดเจน

นายสวมเสื้อคลุมสีดำ บนเสื้อคลุมปักลายเมฆสีเงินดูนุ่มนวลอยู่บ้าง ในดวงตาเต็มไปด้วยประกายแสดงให้เห็นถึงความฉลาดปราดเปรื่อง

“พี่ชายมีเรื่องจะบอกเจ้า!”

จูกัดเซี่ยวไป๋หรี่ตาลง เห็นได้ชัดว่าจูกัดชื่อใช้วิธีการบางอย่างประทับร่างนักบวชชรา ทำให้เขาต้องรับผลกรรม

ดวงตาของเขากระตุกอย่างรุนแรง ทำไมถึงรู้สึกว่าเคยได้ยินชื่อจางซวีคุนที่ไหนมาก่อน

แต่เขาไม่ได้คิดอะไรมาก สะบัดแขนเสื้อ ลูกเต๋าหลายสิบถึงร้อยลูกก็กลิ้งลงพื้น มีทั้งสีทอง สีเงิน แก้ว และแม้แต่สีทองแดงลูกเต๋ากลิ้งไปบนพื้น กลิ่นอายที่มองไม่เห็นปกคลุมสถานที่แห่งนี้

“เจี่ยเว่ย” จูกัดเซี่ยวไป๋เอ่ยเสียงทุ้ม

บ่าวรับใช้ตัวน้อยจูกัดเจี่ยเว่ยพุ่งออกไปนอกวัด ร่างกายขยายใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ เพียงพริบตาก็สูงกว่าวัด จากนั้นเขาก็อ้าปากอมวัดเข้าไปทั้งมด เก็บไว้ในปาก ทรายและดินบนพื้นพลิกกลับไปมา มุมปากของเขาก็มีทรายและดินเช่นกัน

เขายืนนิ่งเช่นนั้น กะพริบตาปริบ ๆ ทั้งดูซื่อ ๆ และน่าขนลุกในเวลาเดียวกัน

ภายในวัดที่อยู่ในปากของจูกัดเจี่ยเว่ย จูกัดเซี่ยวไป๋นั่งลงบนพื้น

นักบวชชราที่ถูกจูกัดชื่อประทับร่าง สีหน้าหนักอึ้ง เอ่ยเสียงทุ้มว่า

“เซี่ยวไป๋ ข้าจะบอกตัวตนที่แท้จริงของจ้าวอู่หยางให้เจ้าฟัง แต่หลังจากที่เจ้าได้ฟังแล้ว ห้ามบอกผู้ใดเป็นอันขาด! จากนั้น เจ้าจงไปสืบตัวตนแท้จริงของเขา และสืบทุกสิ่งเกี่ยวกับคนแซ่จาง!”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า