บทที่ 1062 จางซวีคุนที่น่าพิศวง
ภายในห้องลับสำหรับการสอบสวน
จ้าวอู่เจียงนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง
ร่างที่เกิดจากหลอมรวมของหอกราชันและกระดูกจอมจักรพรรดิยืนนิ่ง ไม่พูดอะไรสักคำ
หลังจากกล่าวจบ จีปอฉางเห็นจ้าวอู่เจียงไม่มีปฏิกิริยาตอบสนอง หัวใจเขาเต้นแรง คิดในใจว่าตนเองพูดผิดไปหรือ?
จ้าวอู่เจียงเอ่ยปาก น้ำเสียงทุ้มลึก “ราชครูชื่อแซใด เรื่องราวในชีวิตน้อยใหญ่ ทุกสิ่งที่เจ้ารู้จงเล่าให้ข้าฟัง!”
ไม่ผิดไปจากที่เขาคาดการณ์ ราชครูแห่งราชวงศ์เซียนต้าโจวคือผู้ที่แอบช่วยเหลือเขา
ผู้ที่ช่วยเหลือเขาย่อมอยู่ฝ่ายเดียวกับเขา และรู้จักตัวตนที่แท้จริงของเขา
เกี่ยวกับประเด็นนี้จ้าวอู่เจียงไม่มั่นใจ เขาเพียงแค่คาดเดา
แต่จะเป็นเพียงการคาดเดา เขาก็ไม่มีความกังวลใด ๆ และไม่กลัวว่าจะถูกผู้อื่นวางแผนให้ตกหลุมพรางด้วย
เพราะเหมือนกับที่เขาได้กล่าวไว้ ตอนนี้เขาอยู่ในสภาวะไร้เทียมทาน ไร้เทียมทาน หมายถึง การไม่กลัวสิ่งชั่วร้ายใด ๆ ที่ซ่อนอยู่ในความมืด และไม่กลัวอันตรายใด ๆ ที่ปรากฏชัดเจน
“ราชครู…” จีปอฉางสับสนสงสัย เขาไม่สามารถคาดเดาความคิดของจ้าวอู่เจียงได้เลย แต่ตอนนี้ชีวิตของเขาอยู่ในมือของจ้าวอู่เจียง เมื่อจ้าวอู่เจียงถาม เขาก็ไม่มีทางเลือกนอกจากตอบอย่างซื่อสัตย์
“ราชครูของราชวงศ์ต้าโจวคือประมุขสำนักเต๋า สำนักศรัทธาปฐพีา!” จีปอฉางสูดหายใจลึก สีหน้าของเขาค่อย ๆ เคร่งขรึมขึ้น และเริ่มอธิบายอย่างจริงจัง
“เขาเชี่ยวชาญในศาสตร์การปรุงยาและวิชายืดอายุขัย รู้เรื่องสวรรค์ เข้าใจแผ่นดิน รู้ชะตากรรมของสิ่งมีชีวิต และเชี่ยวชาญในการควบคุมความเจริญและความเสื่อมของดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ ภูเขา และแม่น้ำ”
“อีกทั้งยังเป็นคนเข้มงวดแต่ไม่ขาดความเมตตา มีหัวใจที่เปี่ยมด้วยความรักและความเมตตาต่อประชาชน…”
“สำนักศรัทธาปฐพีเป็นผู้ช่วยเหลือราชวงศ์เซียนต้าโจว?” จ้าวอู่เจียงสงสัย หนึ่งในสามสำนักของลัทธิเต๋าจะยอมก้มหัวช่วยเหลือราชวงศ์หรือ?
“เหมือนว่าจะเกี่ยวข้องกับบุญกุศลหรือธูปเทียนอะไรสักอย่าง” จีปอฉางตอบ
“หมื่นปีก่อน หลังจากลัทธิเต๋าแยกสำนัก สำนักศรัทธาปฐพีและสำนักศรัทธาษฎรมีรากฐานอ่อนแอ สำนักศรัทธาษฎรออกจากแผ่นดินกลาง สำนักศรัทธาปฐพีไปสะสมบุญในโลกมนุษย์
ว่ากันว่า บรรพบุรุษบางคนของตระกูลจีข้า เมื่อครั้งท่องเที่ยวในโลกมนุษย์ได้พบกับประมุขสำนักศรัทธาปฐพีในตอนนั้น ทั้งสองคนถูกชะตากัน”
“บรรพบุรุษตระกูลจีจึงเชิญหัวประมุขสำนักศรัทธาปฐพีในตอนนั้นมาวางแผนเพื่อความเจริญรุ่งเรืองของราชวงศ์…นับตั้งแต่นั้นมา สำนักศรัทธาปฐพีก็ได้ร่วมมือกับราชวงศ์เซียนต้าโจวของพวกเรา เกื้อหนุนซึ่งกันและกันมาจนถึงทุกวันนี้…”
“ราชวงศ์เซียนต้าโจวก็ได้พัฒนาจากราชวงศ์เล็ก ๆ ที่เสื่อมโทรมค่อย ๆ ก้าวมาจนถึงวันนี้ ผ่านมาหนึ่งหมื่นปียังไม่เสื่อมถอย ทั้งยังเจริญรุ่งเรืองและแข็งแกร่งขึ้นเนื่อย ๆ”
จางซวีคุน? ชายชราผู้นั้นชื่อจางซวีคุน?
เมื่อดินแดนลับเต๋อเหลียนกำลังจะสิ้นสุดลง และหลายสิ่งหลายอย่างค่อย ๆ คลี่คลายลง จูกัดเซี่ยวไป๋ผู้ว่างงานจนกระสับกระส่ายกำลังนอนพักผ่อน
แต่จู่ ๆ ในสมองของเขาผุดบางอย่างขึ้นมา เขาเด้งตัวลุกขึ้นนั่ง
“จางซวีคุน?”
เขาพึมพำ
“ประมุขของสำนักศรัทธาปฐพี ราชครูต้าโจว จางซวีคุน?”
จูกัดเซี่ยวไป๋นึกถึงคำพูดของญาติผู้พี่ที่กล่าวถึงนักพรตชราผู้สามารถรับเคราะห์กรรมอันใหญ่หลวงได้
ตอนนั้นนักพรตชราผู้นั้นดูรุงรังและสับสน แนะนำตัวว่ามีนามจางซวีคุน
ตอนนั้นเขาคุ้นหู แต่นึกไม่ออกทันทีว่าจางซวีคุนก็คือประมุขของสำนักศรัทธาปฐพี
กระทั่งนักพรตชราถูกไฟกลืนกินกลายเป็นเถ้าถ่านก็ยังนึกไม่ออก ยามนี้กลับนึกได้ เขาพึมพำซ้ำไปซ้ำมา แล้วร่างก็สั่นสะท้านด้วยความหนาวเหน็บ

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า