บทที่ 1106 ชายาตั้งกฎ ขุนนางที่รักษากฎ
ราชวงศ์เซียนต้าโจว จวนอิ้นอ๋อง
ชายาทั้งหกขององคืชายสี่กำลังรวมตัวกัน ส่งเสียงจ้อกแจ้ก สนทนากันถึงเรื่องที่เมื่อคืนนี้สวี่เฟยเยี่ยนได้รับความโปรดปราน
หญิงงามทั้งห้าสวมใส่อาภรณ์หลากสีสัน นั่งล้อมรอบสวี่เฟยเยี่ยน
“น้องเฟยเยี่ยน เจ้าเล่าให้พวกข้าฟังหน่อยสิ”
“ใช่แล้ว พี่เฟยเยี่ยน เมื่อคืนข้าได้ยินเสียงครางของพี่ด้วย เจ้าเล่ารายละเอียดให้ฟังหน่อยสิ”
“ไฉนองค์ชายถึงได้พลิกตัวมาหาน้องสาว แล้วยังโปรดปรานเช่นนั้น เหตุผลในเรื่องนี้น้องสาวคงจะรู้สึกได้ลึกซึ้งยิ่งนัก พวกเราล้วนเป็นพี่น้องกัน น้องสาวอย่าได้ปิดบังไว้เลย”
“…”
เมื่อได้ยินคำถามไม่หยุดหย่อนจากบรรดาพี่น้องที่แต่เดิมไม่ได้สนิทสนมกันนัก ต่างคนต่างอยู่อย่างเดียวดาย สีหน้าของสวี่เฟยเยี่ยนก็แดงเรื่อด้วยความอาย
ภายใต้การกระตุ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าของเหล่าชายาทั้งห้าคน ในที่สุดนางก็เผยอริมฝีปากสีแดง ใบหน้างามทั้งอายทั้งภาคภูมิใจ เริ่มเล่าเรื่องราวในยามราตรีอย่างละเอียด
ขณะที่นางเล่าไปเรื่อย ๆ เหล่าสตรีก็เปล่งเสียงอุทานด้วยความตื่นเต้นและอิจฉา ดวงตาของพวกนางเต็มไปด้วยประกายวาววับราวกับน้ำพุในฤดูใบไม้ผลิที่กำลังจะล้นออกมา
ทุกคนต่างใฝ่ฝันและคาดหวังว่าองค์ชายสี่จะเปลี่ยนนิสัย ไม่ไปเที่ยวเตร่นอกพระราชวัง แต่จะหันมาให้ความสำคัญและโปรดปรานชายาในจวนมากขึ้น
สวี่เฟยเยี่ยนพูดไปเรื่อย ๆ ไม่ได้รู้สึกอายจนพูดไม่ออกเหมือนก่อนหน้านี้อีกต่อไป แต่กลับเล่ารายละเอียดที่ชัดเจนมากขึ้นว่าองค์ชายจัดการกับนางอย่างไร และนางตอบสนององค์ชายอย่างไร ในคำพูดของนางเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ
บรรดาชายาที่ล้อมวงอยู่มีแววตาที่ร้อนแรงยิ่งขึ้น
“ก่อนหน้านี้ที่ไม่ได้รับความโปรดปรานมากขนาดนี้คงเป็นเพราะพวกข้าไม่กล้าริเริ่มเองกระมัง…”
“ข้าได้ยินมาว่าองค์ชายชอบสตรีอวบอิ่มสุกงอม เหมือนว่าสิ่งที่ท่านให้ความสำคัญคือการที่สตรีกล้าริเริ่มเอง เมื่อคืนน้องสาวสวี่เฟยเยี่ยนคงจับจุดสำคัญได้แล้ว”
“คำพูดนี้ทำให้ข้าเหมือนตื่นจากความฝัน”
“หากพวกเราเป็นฝ่ายริเริ่มเอง องค์ชายจะทรงใจร้ายปฏิเสธพวกเราได้อย่างไรกัน?”
“เช่นนั้น…”
“กฎคือกฎ”
ตำหนักบูรพา บรรดาข้ารับใช้กำลังเตรียมงานเลี้ยง ขณะที่บุรุษผู้หนึ่งมีผมและหนวดเคราขาวโพลนครึ่งหนึ่งนั่งอยู่บนที่นั่งสูงสุดตั้งแต่เนิ่น ๆ เบื้องหน้าของเขามีโต๊ะที่วางเต็มไปด้วยไหสุราจำนวนมาก เขานั่งท่าทางเกียจคร้าน มือถือจอกสุราแกว่งเบา ๆ ตัวเต็มไปด้วยกลิ่นสุรา
“นับตั้งแต่ราชวงศ์ต้าโจวก่อตั้งมาจนถึงบัดนี้ยังไม่เคยมีเจ้าชายที่มีตำแหน่งสูงกว่าห้าไข่มุกขณะที่มีรัชทายาทอยู่ในราชสำนัก จีปอฉางแค่ไปเยือนดินแดนลับเต๋อเหลียนครั้งเดียว นำของบางอย่างกลับมา ก็ได้รับพระราชทานไข่มุกเพิ่มสามเม็ด ด้วยเหตุผลอันใดกัน? ฝ่าบาทช่าง…”
ขณะที่คำพูดไม่สุภาพกำลังจะหลุดออกจากปาก รัชทายาทจีปออิงค่อย ๆ เดินเข้ามาใกล้ นั่งลงข้างชายที่ตัวเต็มไปด้วยกลิ่นสุรา แล้วรินสุราให้เขาด้วยตัวเอง ตัดบทคำพูดที่ชายผู้นั้นกำลังจะเอ่ยออกมา
“ท่านพ่อตา นี่คือสุราที่ข้าตั้งใจหามาจากจิ่นโจว มีชื่อเรียกว่าเตาเชา เป็นสุราพื้นเมือง มีรสแรงแต่ไม่แสบร้อนใจ และทำให้เมาโดยไม่ทำร้ายจิตวิญญาณ”
คำว่า “ท่านพ่อตา” ที่จีปออิงกล่าวก็คือบิดาของชายาเอกของเขา หยางปิ่งเอิน ผู้ครองตำแหน่งกั๋วกงแห่งราชวศ์เซียนต้าโจว
ตำแหน่งขุนนางระดับกั๋วกงจะมอบให้เฉพาะผู้ที่สร้างคุณูปการอันยิ่งใหญ่ต่อราชวงศ์ฌซียนต้าโจวเท่านั้น
และหยางปิ่งเอินก็เป็นขุนนางเพียงผู้เดียวในช่วงเวลาเกือบห้าร้อยปีที่ผ่านมาที่สามารถขยายอาณาเขตและเพิ่มดินแดนให้แก่ราชวงศ์เซียนต้าโจวได้ ในยุคที่บ้านเมืองสงบสุขและรูปแบบการปกครองได้ถูกกำหนดไว้แล้ว ด้วยพลังของเขาเพียงผู้เดียว ราชวงศ์ต้าโจวยึดครองดินแดนอุดมสมบูรณ์นับพันลี้บนหนึ่งในเก้าชั้นฟ้า
เรื่องนี้หากเกิดขึ้นในยุคสมัยที่โลกวุ่นวายก็คงเป็นเรื่องธรรมดา แต่เมื่อเกิดขึ้นในยุคปัจจุบันที่การบำเพ็ญเพียรมีความมั่นคงย่อมแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของพลังและความยิ่งใหญ่ของคุณูปการได้อย่างชัดเจน

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า