เข้าสู่ระบบผ่าน

ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า นิยาย บท 1107

บทที่ 1107 ส่งถึงแค่นี้ก็พอ

หยางปิ่งเอินทั้งตัวมีกลิ่นสุราและความโกรธ กำลังออกหน้าแทนรัชทายาทจีปออิง

ในฐานะขุนนางฝ่ายรัชทายาท เขาย่อมทนไม่ได้ที่เห็นเรื่องที่ละเมิดกฎเกณฑ์และทำลายผลประโยชน์ของรัชทายาทเช่นนี้ แม้ผู้ที่ละเมิดกฎจะเป็นฮ่องเต้ เขาก็ไม่พอใจอยู่ดี

ไม่พอใจก็คือไม่พอใจ แต่บางคำพูดลับหลังพูดได้ ต่อหน้าพูดไม่ได้ เขาจึงได้แต่พูดในตำหนักบูรพาที่มีแต่พวกเดียวกันเท่านั้น

ตอนนี้ถูกรัชทายาทขัดจังหวะ และได้ยินว่ามีสุราแรง เขาก็ไม่พูดอะไรอีก ยกจอกสุราขึ้นดื่มรวดเดียวหมด

สุราแรงบาดลึกราวมีด เขาถอนหายใจ

จีปออิงแทบไม่เคยเรียกหยางปิ่งเอินว่ากั๋วกง แต่เรียกด้วยความเคารพว่าท่านพ่อตา

เขารินสุราให้หยางปิ่งเอินอีกจอก แล้วพูดอย่างอ่อนโยนว่า

“ท่านพ่อตาจะไม่รู้ได้อย่างไรว่าฮ่องเต้ของพวกเราต้องการอะไร? นี่คือหลักความสมดุล แม้จะได้รับผลกระทบจากคำทำนายของราชครู แต่ขุนนางและราชวงศ์ที่อยู่ข้างข้าก็ยังมีมากที่สุด ไข่มุกราชวงศ์สามเม็ดนี้เป็นเพียงการเตือนข้าเท่านั้น”

“หนึ่งหรือสองเม็ดน้อยเกินไป หากเป็นสี่เม็ด ปอฉางก็จะกลายเป็นรัชทายาท เหล่าขุนนางจะคิดอย่างไร? ราชวงศ์จะคิดอย่างไร?”

“หากรวมกับคำทำนายของราชครู ในเวลาอันสั้น ปอฉางจะกลายเป็นอีกคนที่มีอำนาจมากเช่นเดียวกับข้า”

“ดังนั้นมีเพียงสามเม็ดที่จะปลอดภัยที่สุด นอกจากจะเป็นการตักเตือนข้ายังไม่ทำให้เกิดสถานการณ์ที่ปอฉางจะมีอำนาจมากเกินไปจนต่อต้านราชสำนักของข้า และทำให้เกิดความวุ่นวายเกินขอบเขต”

“แต่ท่านเป็นรัชทายาท!” หยางปิ่งเอินเอ่ยเสียงทุ้ม

“ฝ่าบาทชราภาพแล้ว พระองค์จะทรงรักษาสมดุลไปถึงเมื่อไหร่? อีกอย่างในพระราชวังช่วงนี้เริ่มวุ่นวาย เกรงว่าจะมีเหตุการณ์บางอย่างกำลังจะเกิดขึ้น การรักษาสมดุลในวันนี้จะยิ่งทำให้สถานการณ์วุ่นวายมากขึ้นไปอีก”

จีปออิงยิ้มอย่างอ่อนโยน

เกี่ยวกับเรื่องที่กำลังจะเกิดขึ้นเขารู้มากกว่าหยางปิ่งเอินไม่น้อย

นี่คือความวุ่นวาย และก็เป็นโอกาสอันดีของเขาด้วย

“ท่านเตรียมจะเลี้ยงต้อนรับปอฉางแล้วต้องการให้ข้าทำอะไร?” หยางปิ่งเอินดื่มสุราจนหมดจอก พูดเสียงทุ้ม

ชายเสื้อจีปออิงพลิ้วไหวขณะที่เขาค่อย ๆ ลุกขึ้น “ท่านพ่อตาดื่มสุราไปเถิด”

หยางปิ่งเอินขมวดคิ้ว เขาไม่อาจนิ่งเฉยไม่ทำอะไรได้ จึงกล่าวว่า “ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องกดดันความหยิ่งผยองของปอฉางลงบ้าง ไม่เช่นนั้นด้วยนิสัยเผด็จการของเขา เขาจะได้ใจ เกรงว่าจะยิ่งทำตามอำเภอใจ ไม่เห็นพวกเราอยู่ในสายตา”

ส่วนลั่วอิ่นเยว่กำลังออกจากเมืองหลวงราชวงศ์ต้าโจวเพื่อเดินทางไปรายงานตัวที่เขตน้ำทิพย์ทางใต้

เขาไม่ได้ลงมือกำจัดลั่วอิ่นเยว่ แต่กลับฝากคนไปขอบคุณนางที่ช่วยบำรุงรักษากระดูกมาตลอดหนึ่งปี

ด้านนอกเมืองหลวงราชวงศ์เซียนต้าโจว อาวุธวิเศษและสัตว์วิเศษที่บินได้กำลังล่องลอยอยู่บนท้องฟ้า

ลั่วอิ่นเยว่ที่มีรูปร่างอวบอิ่มจัดแต่งเส้นผมของนาง กิริยาท่าทางเต็มเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ ยิ้มอย่างมีเล่ห์เหลี่ยมแต่อ่อนหวาน ค้อมกายคำนับหลินอวี้

“ขอบคุณขันทีหลิน ส่งแค่ตรงนี้ก็พอแล้ว”

หลินอวี้ส่งเสียงรับเบา ๆ พลางพยักหน้า

“เช่นนั้นก็แค่ตรงนี้แหละ อ้อ องค์ชายฝากข้ามาขอบคุณท่านด้วย”

ลั่วอิ่นเยว่ประหลาดใจเล็กน้อย แต่ก็นึกได้ว่าเป็นเรื่องกระดูก แม้ในใจนางจะเต็มไปด้วยความแค้น แต่ก็ไม่อาจแสดงออกมาได้ ได้แต่ค้อมกายคำนับ เตรียมจะออกเดินทาง

แต่ชั่วขณะ อาภรณ์ของนางก็ระเบิดออก หน้าอกปรากฏรูโหว่ เนื้อขาวนวลและเลือดสดกระเซ็นออกมาภายใต้แสงอาทิตย์

นางหันกลับไปมองด้วยสีหน้าหวาดกลัว สิ่งที่เห็นคือใบหน้าเย็นชาของหลินอวี้

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า