บทที่ 1135 บรรยากาศไม่ค่อยดีนัก
ความคิดในสมองของจ้าวอู่เจียงยังไม่ทันกระจ่างก็ได้ยินเสียงตะโกนของหลินอวี้ที่ยืนอย่างนอบน้อมไม่ไกล
“หยุดอยู่ตรงนั้น!”
ความคิดถูกขัดจังหวะ จ้าวอู่เจียงหันมองก็พบว่าหลินอวี้กำลังยื่นมือห้ามชายวัยกลางคนที่กำลังเดินเข้ามาใกล้
ชายวัยกลางคนสวมชุดที่เป็นแบบของจจวนเฉิงอ๋อง คงเป็นบ่าวของจจวนเฉิงอ๋อง ผู้ใต้บังคับบัญชาขององค์ชายรอง
“ข้าน้อยเจี่ยไคหลายคารวะองค์อิ้นอ๋อง” ชายวัยกลางคนที่ถูกหลินอวี้ขวางไว้ไม่ได้โกรธ กลับประสานมือคำนับอย่างจริงจัง
หลินอวี้ขมวดคิ้วแน่น พลังปราณของเขาพุ่งเป้าไปยังชายที่แนะนำตัวว่าเจี่ยไคหลาย
หลินอวี้รู้จักเจี่ยไคหลาย เขาเป็นหนึ่งในคนสนิทขององค์ชายรอง วรยุทธ์ไม่ได้ด้อยไปกว่าหลินอวี้
บัดนี้เมื่อมีคนเข้าใกล้องค์ชายของเขา หลินอวี้จำเป็นต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันเจี่ยไคหลายที่อาจมีเจตนาร้ายทำอันตรายต่อองค์ชาย
“มีธุระใด?”
จ้าวอู่เจียงเอ่ยเสียงเรียบ
“อิ้นอ๋องโปรดอย่าเศร้าโศก เฉิงอ๋องเชิญท่านไปสนทนาที่จวน” เจี่ยไคหลายโค้งกายอีกครั้ง
“เฉิงอ๋องตรัสว่า สามารถไขข้อสงสัยในใจท่านได้”
จ้าวอู่เจียงมองชายวัยกลางคน ช่างมาได้จังหวะ เขากำลังมีเรื่องสงสัยอยู่พอดี
“ไปกันเถอะ” จ้าวอู่เจียงถอนหายใจ ท่าทางหดหู่และอ่อนล้า
“พ่ะย่ะค่ะ” เจี่ยไคหลายตอบอย่างนอบน้อม
หลินอวี้วิ่งเหยาะ ๆ เข้าไปใกล้ ประคององค์ชายของตน
การสิ้นพระชนม์ของอันเฟยย่อมกระทบกระเทือนจิตใจองค์ชายอย่างหนัก ในสายตาของหลินอวี้ องค์ชายเหี่ยวเฉาราวกับมะเขือถูกน้ำค้างแข็ง
จ้าวอู่เจียงก้าวเดินอย่างช้า ๆ ไม่พูดจา
หลินอวี้กับเจี่ยไคหลายเดินตามซ้ายขวา ห่างออกไปครึ่งก้าว
บรรยากาศรอบข้างหนักอึ้ง
หลินอวี้จับตาเจี่ยไคหลายไม่คลาดสายตา พร้อมกับสังเกตความเคลื่อนไหวรอบด้าน
องค์ชายกำลังหดหู่เพราะการสิ้นพระชนม์ของอันเฟย ย่อมไม่อาจสนใจสิ่งรอบข้าง
หลินอวี้กวาดตามองรอบห้องหนังสืออย่างแนบเนียน แล้วค้อมตัวถอยออกไป
จ้าวอู่เจียงก้าวข้ามธรณีประตูเข้าไปในห้องหนังสือ แล้วประตูก็ปิดลง
หลินอวี้ยืนอยู่หน้าประตู คอยเงี่ยหู หากมีเสียงผิดปกติใด ๆ ดังออกม เขาพร้อมจะพุ่งเข้าไปทันที
“ฮึ” เจี่ยไคหลายยืนอยู่ข้างกายหลินอวี้ เฝ้าอยู่หน้าประตูห้องหนังสือ เปล่งเสียงในลำคอ ใบหน้าเต็มไปด้วยแววเยาะหยัน ความหมายชัดเจนโดยไม่ต้องเอ่ยออกมา
การกระทำของหลินอวี้ตลอดทางจนถึงเมื่อครู่นี้ทำให้เขาไม่พอใจอย่างมาก
เมื่อครู่เพราะองค์ชายสี่อยู่ด้วยเขาจึงไม่กล้าแสดงออก แต่ตอนนี้องค์ชายสี่เข้าไปในห้องหนังสือแล้ว และที่นี่ก็เป็นอาณาเขตของเขา เขาไม่จำเป็นต้องเสแสร้งอีกต่อไป
หากเป็นแต่ก่อนหลินอวี้คงส่งเสียงฮึกลับไปแล้ว แต่วันนี้เขาเพียงแค่ชายตามองเจี่ยไคหลาย ทั้งร่างกายสงบนิ่ง หรี่ตาลงเล็กน้อย ยืนตัวตรงราวกับระฆังใหญ่อยู่หน้าประตูห้องหนังสือ
นับตั้งแต่เจ้านายของเขาได้รับการแต่งตั้งเป็นองค์ชายหกไข่มุก หลินอวี้ก็รู้สึกหวาดระแวงอยู่เสมอ ราวกับว่าในวังหลวงเต็มไปด้วยคนชั่วที่จ้องมองด้วยความเจ้าเล่ห์และซ่อนเร้นความมุ่งร้าย
การสิ้นพระชนม์ของอันเฟย เขาได้กลิ่นอายอันตรายที่ผิดปกติ และการที่องค์ชายรองเชิญองค์ชายเขามาสนทนาในเวลานี้พอดีก็ช่างบังเอิญเกินไป ทุกอย่างช่างน่าสงสัย
หลินอวี้กับเจี่ยไคหลายยืนเฝ้าอยู่หน้าประตูห้องหนังสือ ทั้งสองคนไม่สนใจกันและกัน แม้จะมองกัน ก็เพียงเหลือบหางตามอง ใช้หางตากรีดแทงกันอย่างดุดัน
ส่วนภายในห้องหนังสือ บรรยากาศระหว่างเจ้านายทั้งสองคนกลับกลมเกลียวกันดี

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า