บทที่ 1182 ปล่อยให้อดีตล่องลอยไปตามสายลม
จ้าวอู่เจียงกับฮองเฮาซูมู่เสวี่ยมองหน้ากันไปมา
เขาอยากจะตะโกนบอกจีปออิงว่า
‘เฮ้ย! จีปออิง ถ้าเจ้ายังทำแบบนี้อยู่ ข้าจะขโมยทุกอย่างในเรือนเจ้าไปจนหมด เจ้าตื่นได้แล้ว อย่าคิดไปเองเลย อย่าได้ภูมิใจไปมากกว่านี้’
“ฉางเอ๋อร์ เจ้าก็ได้ยินแล้ว” ดวงตารูปดอกท้อของซูมู่เสวี่ยเอ่อคลอไปด้วยน้ำตา แม้จะใกล้ฤดูหนาวแล้ว แต่กลับมีกลิ่นอายของฤดูใบไม้ผลิ
นางดึงแขนเสื้อของจ้าวอู่เจียงพลางกัดริมฝีปากแดงด้วยความเขินอาย พลางเอ่ยอย่างงอน ๆ
“องค์ชายของเจ้าสั่งกำชับให้เจ้าต้องรักษาอาการป่วยของข้าให้หาย…”
จ้าวอู่เจียงทำหน้าเบื่อหน่ายชีวิต เขาไม่รู้จะบ่นอย่างไรดี
เขาคิดว่าตนเองคงเกิดมาพร้อมกับวงแหวนรัศมีที่ทำจากดอกท้อ
ทั้งที่เขาก็ไม่ได้อยากได้เลย
เขาถึงขั้นเลือกที่จะแสดงละครเพื่อตัดขาดความสัมพันธ์นี้ โดยหาเหตุผลมาอธิบายว่าทำไมถึงไม่อยากพบหน้ากันอีก
แต่ใครจะรู้ว่าจีปออิงจะโผล่มาทำท่าทำทาง บังเอิญมาสร้างความวุ่นวายให้เรื่องนี้ ทำให้เขาต้องมาพัวพันกับเรื่องยุ่งยากอีกครั้ง
‘ข้าก็ไม่อยากหรอก นี่แน่ะ จีปออิง เจ้านั่นแหละที่บังคับข้า…’ จ้าวอู่เจียงบ่นในใจ
ซูมู่เสวี่ยเกลียดชายตรงหน้าที่เป็นเหมือนท่อนไม้เต็มทน แต่ในใจนางก็รักเข็มวิเศษที่สามารถทำให้น้ำในวังมังกรไหลย้อนกลับได้ยิ่งนัก
นางแสดงความน้อยใจผลักเบา ๆ ที่ตัวจ้าวอู่เจียงในใจคิดว่า ‘ปอฉาง เจ้าพูดอะไรสักคำสิ’
“เจ้ากังวลว่าปออิงยังไม่ไปหรือ” ซูมู่เสวี่ยแค่นเสียงหึ ก้าวเร็ว ๆ ไปที่หน้าประตูห้องแล้วเปิดออกทันที
ร่างของจีปออิงหายไปนานแล้ว นางสามารถจินตนาการได้ว่าตอนเขาเดินกลับไปนั้นก้าวเท้าเร็วรี่และรีบร้อนเพียงใด
“เจ้าดูสิ…” ซูมู่เสวี่ยชี้ให้ดูนอกห้อง บ่งบอกว่าไม่มีใครอยู่
บางคนจัดการงานมากมาย บางคนจัดการสาวงามมากมาย
จีปออิงจำไม่ได้แล้วว่าตนจัดการฎีกามากมายเพียงใด เพียงแต่เมื่อเขามองออกไปนอกห้อง จึงพบว่าท้องฟ้ามืดลงไปมากแล้ว แต่ฎีกาที่กองสูงเป็นภูเขาบนโต๊ะยังไม่เห็นก้นกอง
จ้าวอู่เจียงจำไม่ได้แล้วว่าตนถอนรากถอนโคนไปกี่ครั้ง เพียงแต่เมื่อเขามองไปที่ซูมู่เสวี่ย จึงพบว่าดวงตาคู่งามของนางพร่าเลือนแล้ว ร่างอรชรที่เหมือนภูเขาลูกนั้นบนเตียงอ่อนยวบราวกับน้ำ
จางซวีคุนจำไม่ได้แล้วว่าตนเองเหลือชีวิตอีกกี่วัน เพียงแต่เมื่อเขานึกถึงเรื่องหนึ่ง จึงพบว่าเรื่องนั้นยังไม่ได้แก้ไข และไม่ว่าเขาจะทำนายอย่างไรก็ได้เพียงข้อมูลเล็กน้อยเท่านั้น
เซวียนหยวนจิ้งจำไม่ได้แล้วว่าตนเองหมุนเวียนพลังใหญ่น้อยไปกี่รอบ เพียงแต่เมื่อนางรู้สึกถึงวิชาในร่าง จึงพบว่าไม่รู้ตั้งแต่เมื่อใดที่ถึงขั้นที่สองของขั้นจักรพรรดิแล้ว และนางกลับไม่รู้สึกถึงการทดสอบของขั้นจักรพรรดิเลย
คนชุดดำจำไม่ได้แล้วว่าตนเองซุ่มดักอยู่บนเส้นทางจำเป็นนอกเกาะหลิงซีมากี่วัน เพียงแต่เมื่อเขารู้สึกถึงรอบด้าน จึงพบว่ายังไม่มีกลิ่นอายของพญากิเลนแม้แต่น้อย แต่เขาต้องทำภารกิจให้สำเร็จถึงจะกลับไปได้
หลินเสี่ยวเคอจำไม่ได้แล้วว่าตนเองนึกถึงจ้าวอู่เจียงโดยไม่ตั้งใจกี่ครั้ง เพียงแต่เมื่อนางมองไปที่น้องสาวหลินหลางจึงพบว่าหลินหลางมักยิ้มหวานเสมอ แต่รอยยิ้มของนางกลับมีรสขมเจืออยู่
มู่เชียนเชียนจำไม่ได้แล้วว่าตนเองยืนอยู่หน้าแผงขายลูกกวาดเชื่อมผลไม้กี่ครั้ง เพียงแต่เมื่อนางซื้อมาหนึ่งไม้ จึงพบว่ารสลูกกวาดไม่หวานเท่าไร และสิ่งที่นางคิดถึงไม่ใช่ความหวาน แต่เป็นอดีตที่ไม่อยากหวนคิดถึง

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า