บทที่ 1194 ข้าอดทนกับพวกเจ้ามานานแล้ว!
ด้านนอกท้องพระโรงงานเลี้ยงฉลองของวังบูรพา หิมะเล็ก ๆ โปรยปรายลงมา ดุจดังปุยนุ่นปลิวไสว
ภายในท้องพระโรงเต็มไปด้วยความวุ่นวาย
แขกของรัชทายาท ซูอวิ๋นเหยา กั๋วกงหยางปิ่งเอิน และเสนาบดีกรมโยธา เว่ยจงเซี่ยว ทั้งสามคนกำลังทะเลาะกันอย่างรุนแรง
ทั้งสามไม่มีใครยอมใคร แรกเริ่มต่างคนต่างพูดถึงความดีความชอบของตน แต่ท้ายที่สุดกลับกลายเป็นการเปิดโปงความไม่ดีของกันและกัน
“ซูอวิ๋นเหยา เจ้าคิดว่าเจ้ามีดีอะไรถึงได้เป็นแขกขององค์รัชทายาท? ก็แค่อาศัยว่าเจ้าแซ่ซู และท่านพ่อของเจ้าเป็นพี่ชายคนที่สองของฮองเฮาเท่านั้น!”
“เจ้าคิดว่าด้วยความสามารถของเจ้าเอง ในสถานการณ์ปกติจะมีโอกาสได้ตำแหน่งขุนนางชั้นสามในวังบูรพานี้หรือ?”
“หยางปิ่งเอิน เจ้าเคยขยายอาณาเขตแผ่นดินมาก็จริง แต่นั่นมันเรื่องในอดีต!”
“ตอนนี้เจ้าเป็นอย่างไรในใจเจ้าไม่รู้หรือ?”
“หลังจากได้เป็นท่านอ๋องแล้ว ก็กินเงินเดือนเปล่า ไม่คิดจะพัฒนาตัวเอง หมกมุ่นในสุรานารี ชอบใช้อำนาจ ประจบสอพลอ”
“ยังเหลืออะไรเหมือนในอดีตอีก?”
“เจ้า เจ้า เจ้า เจ้า… เว่ยจงเซี่ยว เจ้า เจ้า…”
“เจ้าช่างอ่อนแอเยี่ยงสตรี ข้านึกว่าเจ้าเป็นขันทีเสียอีก!”
“นอกจากเรื่องที่องค์ชายและฝ่าบาทมอบหมาย เจ้าก็ขังตัวเองอยู่ในห้องหนังสือทั้งวัน”
“หลายปีมานี้ ไร้บิดามารดา ไม่มีภรรยาอนุภรรยา ยิ่งไม่มีทายาท เจ้าจะปิดบังไปถึงเมื่อไร”
“เจ้าชอบบุรุษด้วยกันชัด ๆ ถึงได้อยู่เพียงลำพังเช่นนี้”
“ใครจะไปรู้ว่าเจ้าทำเรื่องสกปรกระหว่างชายกับชายอะไรกันในห้องหนังสือนั่น!”
“หยางปิ่งเอิน! หากเจ้ายังกล้าพูดจาเหลวไหล อย่าให้ข้าต้องประกาศความชั่วร้ายของเจ้าให้ทั่วหล้ารู้!”
“ข้าจะพูดมั่วหรือไม่ ในใจเจ้าย่อมรู้ดี ซูอวิ๋นเหยาก็เช่นกัน ดูภายนอกเหมือนคนดี แต่ใครจะรู้ว่าทำร้ายน้องสาวในตระกูลไปกี่คน”
“ที่เขามารับตำแหน่งแขกในวังตะวันออก นอกจากต้องการสะสมผลงานแล้ว ก็เพราะอยู่ในตระกูลไม่ได้ จึงมาหลบลมหลบแดดที่นี่มิใช่หรือ?”
“หยางปิ่งเอิน เจ้าพูดเหลวไหล! ข้า… เจ้า…!”
“…”
เหล่าขุนนางและพระญาติในท้องพระโรงต่างมองหน้ากันไปมา
“ข้าบอกว่าพอ!” จีปออิงโกรธจัดทุบโต๊ะอย่างแรงอีกครั้ง เขามองไปที่จ้าวอู่เจียงที่ทำเป็นไม่สนใจเรื่องราว แล้วจ้องมองทั้งสามคนด้วยสายตาโกรธเกรี้ยว
ครั้งนี้ทั้งสามคนถึงได้หยุด ต่างจ้องกันด้วยความโกรธแค้นแล้วกลับไปนั่งที่ของตน
จีปออิงสูดหายใจลึก ปรับอารมณ์ แล้วเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มอ่อนโยน
“พวกเจ้าล้วนเป็นผู้ที่ข้าไว้วางใจ ไม่จำเป็นต้องแก่งแย่งกัน สมควรร่วมมือร่วมใจ ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน…”
“ถูกต้อง!” จ้าวอู่เจียงไม่รอให้รัชทายาทพูดจบ ก็รีบสวนขึ้นมาทันที
“เพื่อความเจริญรุ่งเรืองของราชวงศ์เซียนต้าโจว พวกเจ้าควรร่วมมือร่วมใจกัน!
“ที่พวกเจ้าแก่งแย่งกันวันนี้ย่อมมีสาเหตุ ข้าไม่อาจปัดความรับผิดชอบ เป็นเพราะข้าคิดไม่รอบคอบ”
จ้าวอู่เจียงยอมรับข้อบกพร่องของตนเอง หยิบกระบี่ยาวจากถุงเก็บของในอกเสื้อออกมาวางบนโต๊ะ ใบหน้าเต็มไปด้วยความจริงใจ
“กระบี่เล่มนี้สามารถตัดเหล็กศักดิ์สิทธิ์ได้ อีกทั้งยังแฝงปราณกระบี่อันไม่ธรรมดา”
“ถือเป็นการชดเชยที่ข้าคิดไม่รอบคอบก่อนหน้านี้ ตอนนี้มีเมล็ดบัวสองเมล็ดและอาวุธเทพเล่มนี้แล้ว ทั้งสามท่านไม่จำเป็นต้องแย่งชิงกันอีก”
แม้จ้าวอู่เจียงจะพูดด้วยความจริงใจ แต่หัวใจของจีปออิงกลับกระตุกวูบ

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า