บทที่ 1235 หนทางยังอีกยาวไกล ความฝันอันยิ่งใหญ่
จูกัดจือโม่ดวงตาสว่างวาบขึ้นทันที สายตาคมกริบมองไปยังญาติผู้พี่ แล้วค่อย ๆ ลุกขึ้นนั่ง
จูกัดชื่อค่อย ๆ ปล่อยกระดาษขาวที่บันทึกข้อมูลล่าสุดทั้งหมดของเยว่ปู้ฝานในมือ ตัวอักษรบนกระดาษขาวค่อย ๆ จางหายไป แล้วร่วงลงช้า ๆ
“หากพลาดโอกาสครั้งนี้ไป ต่อให้เยว่ปู้ฝานต้องตาย ก็ไม่มีทางตายในมือเจ้าได้”
“และความเป็นไปได้ที่มากกว่านั้นคือ เจ้าจะไม่มีทางเป็นคู่ต่อสู้ของเขาได้เลย เจ้าจะไม่มีวันไล่ตามความก้าวหน้าในการบำเพ็ญของเขาทัน”
“เจ้าจะไม่มีวันได้แก้แค้นอีกต่อไป!”
“แม้แต่ตระกูลจูกัดก็ทำไม่ได้หรือ?” จูกัดจือโม่เอ่ยเสียงทุ้มต่ำ เสียงดังก้องคล้ายฟองอากาศ
“ตระกูลจูกัดจะไม่เป็นศัตรูกับผู้เป็นเลิศง่าย ๆ โดยเฉพาะเพื่อเรื่องส่วนตัวของเจ้า” จูกัดชื่อประสานมือไพล่หลัง ร่างค่อย ๆ จางลง กลายเป็นตัวอักษรประหลาดสีดำสนิทลอยกระจายไปทั่ว
เหลือเพียงเสียงที่ดังมาไกลบ้างใกล้บ้างไม่รู้ทิศทางแต่ยังคงก้องกังวาน
“เซี่ยวไป๋เอ๋ย นี่คือโอกาสสุดท้ายของเจ้า”
“หากเจ้าจะฝ่าฝืนคำสั่งของท่านหัวหน้าตระกูล ข้าห้ามเจ้าไม่ได้ แต่เจ้าจะฝ่าฝืนจิตใจตัวเองจริง ๆ หรือ?”
“หากคิดดีแล้วก็ออกเดินทางเถิด”
จูกัดเซี่ยวไป๋นั่งนิ่งเงียบ
พื้นที่ลับแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นจากอาวุธวิเศษที่แตกหักของตระกูลจูกัด
กระดาษสีขาวมากมายล่องลอยอยู่บนท้องฟ้า บันทึกข้อมูลของผู้คนเกือบทั้งหมดในโลกใบนี้
แต่มีเพียงผู้ที่ได้รับอนุญาตเท่านั้นที่สามารถสัมผัสกระดาษขาวและเห็นเนื้อหาที่บันทึกไว้
และเมื่อไม่ได้สัมผัส ก็จะเห็นเป็นเหมือนตอนนี้ กระดาษขาวมากมายลอยอยู่บนท้องฟ้า ราวกับกระดาษเงินกระดาษทองหน้าสุสาน ไม่รู้กำลังไว้อาลัยให้ใครอยู่
“หนทางยังอีกยาวไกล…” จูกัดเซี่ยวไป๋ถอนหายใจพลางพูด ร่างกายสั่นเทาลุกขึ้นยืน ร่างของเขาค่อย ๆ จางหายไป เหมือนหยดหมึกที่หยดลงในน้ำ
……
บางคนร้อนรนวุ่นวาย บางคนฝันใหญ่
ในความฝันบางครั้งก็กลายร่างเป็นนกกระเรียน
จ้าวอู่เจียงกำลังฝัน ฝันว่าตัวเองกลายเป็นนกกระเรียนขาวอีกครั้ง
เขาใช้วิชานกกระเรียนขาวสยายปีกบินขึ้นสู่ท้องฟ้า
เมฆขาวล่องลอย สายลมเย็นพัดผ่านใบหน้า
เขามองลงไปยังพื้นดิน เห็นต้นอู๋ถงปลูกเต็มไปหมด
บางทีเขาอาจจะรู้สึกเหนื่อย จึงเกาะพักบนต้นอู๋ถงต้นหนึ่ง
นกเฟิ่งหวงเกาะต้นอู๋ถงหรือ?
นกเฟิ่งหวงหมายถึงใคร? ตู๋กูหมิงเยว่หรือ?
แล้วต้นอู๋ถงล่ะ? สถานที่ที่ปลูกต้นอู๋ถงหรือ?
แต่สถานที่ที่ปลูกต้นอู๋ถงนั้นมีมากมายเหลือเกิน แล้วจะชี้เฉพาะที่ไหนกันแน่?
จ้าวอู่เจียงคิดไม่ออกในทันที จึงลุกขึ้นจากเตียง ลากเก้าอี้เล็ก ๆ เดินเข้าไปในลานเล็ก ๆ แล้วนั่งอาบแดด
เซวียนหยวนจิ้งยังคงพยายามฝึกวรยุทธ์อย่างหนัก จ้าวอู่เจียงรู้ดีว่าที่นางพยายามฝึกฝนหนักขนาดนี้ก็เพื่อจะปกป้องเขา และต้องการจะช่วยบังลมฝนให้เขาบ้าง
เนื่องด้วยเส้นทางสู่ยอดสุด การพยายามฝึกฝนของเขากลับช้าลงไปไม่น้อย
หากต้องการช่วยเซวียนหยวนจิ้ง ทำได้เพียงพยายามฝึกวิชาสองผสานในยามค่ำคืน เพื่อให้ทั้งสองคนได้รับประโยชน์
เขานั่งอาบแดดไปพลางทำสมาธิไปพลางเช่นนั้น
จนกระทั่งแสงตะวันยามเย็นสาดส่องไปทั่วร่าง เขารู้สึกหนาวเล็กน้อย จึงสั่นสะท้านด้วยความหนาว
เพิ่งจะลุกขึ้น ประตูห้องในลานเล็ก ๆ ก็ถูกผลักเปิดออกอย่างรุนแรง
หลินอวี้หอบหายใจจนคิ้วเกือบจะขมวดเป็นปม วิ่งเหยาะ ๆ เข้ามาหา
“องค์… องค์ชาย ข้าได้รับข่าวมาแล้วพ่ะย่ะค่ะ!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า