บทที่ 1401 ทุกอย่างก็แค่ความฝัน
กระแสพลังของเวินปู๋เซิ่งพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงแรงกดดันที่ทำให้ผู้คนหายใจไม่ออกแผ่ซ่านไปทั่วสถานที่ราวกับจอมราชันย์เหยียบย่างลงสู่ปฐพี!
แต่ความน่าเกรงขามนั้นอยู่ได้เพียงลมหายใจเดียว เขาก็พลันพ่นเลือดสดออกมา ทั้งร่างกายและแขนขาของเขาราวกับถูกภูเขาใหญ่บดขยี้ พลังคำสาปที่พลุ่งพล่านในฝ่ามือต่างแตกกระจายหนีกลับไปยังตำแหน่งเดิม
ปึง!
ขาทั้งสองของเขาอ่อนแรงจนต้องทรุดตัวคุกเข่าลงกับพื้นอย่างแรง
“เกิดอะไรขึ้น?” เวินปู๋เซิ่งมีสีหน้างุนงง แม้แต่ฮ่องเต้อวิ๋นเหวินที่อยู่ข้าง ๆ ก็ถึงกับตะลึง
ไม่รู้ว่าเมื่อใดที่เกราะเทพปีศาจที่เวินปู๋เซิ่งสวมใส่อยู่ได้หายไปแล้ว และเมื่อปรากฏอีกครั้ง มันได้รวมตัวอยู่บนร่างของบุรุษที่ลอยอยู่เบื้องหน้า อีกทั้งเกราะเดิมที่ไม่มีแขนกลับยืดออกเป็นเกราะแขนบนร่างของจ้าวอู่เจียง ด้วยแสงสีม่วงทองเปล่งประกายระยิบระยับดุจเกล็ดมังกร
หอชมดาว ชั้นที่เก้า
สายลมยามราตรีพัดผ่านทำให้ผู้ที่ไม่ได้เตรียมตัวสั่นเทาด้วยความหนาว ขณะนี้มือของฮ่องเต้อวิ๋นเหวินหยิบถ้วยสุราขึ้นมาอย่างสั่นเทา และพยายามแสร้งทำเป็นสงบ
“สุราหอมหวลรินรดลำคอ ดุจน้ำค้างยามอรุณ… แม้เป็นสุราเลิศรส ทว่า…” ฮ่องเต้อวิ๋นเหวินดื่มรวดเดียวหมด
แต่เมื่อมองดูศัตรูร้ายเบื้องหน้า จึงรำพึงขึ้นมาว่า ‘ความสุขชั่วคราว ณ ปัจจุบัน พรุ่งนี้จะไปอยู่หนใด?’
เวินปู๋เซิ่งก็เช่นกัน สิ่งที่ปกคลุมร่างของพวกเขาคือความหวาดกลัวสุดขีดและความหนาวเหน็บจนถึงกระดูก
พวกเขาไม่อาจเชื่อได้เลยว่าเกราะเทพปีศาจที่ราชวงศ์ต้าเฉียนบูชามาหลายปีจะมาอยู่บนร่างของรัชทายาทองค์ที่สี่แห่งราชวงศ์เซียนต้าโจวได้?
เหตุใดอิ้นอ๋องถึงสามารถสวมใส่เกราะเทพปีศาจได้?
แล้วทำไมเกราะที่ไร้แขนจึงยืดขยายออกเป็นเกราะแขนบนร่างของอิ้นอ๋อง?
หรือว่าเขาเมาสุราไปแล้ว?
ขณะนี้เขาก็ยังอยู่ในท้องพระโรง และทุกสิ่งที่เห็นเป็นเพียงภาพลวงตาในความฝันหลังจากเมาสุรา?
ฮ่องเต้อวิ๋นเหวินพลันบีบเนื้อส่วนเกินเหนือเอวของเวินปู๋เซิ่งอย่างแรง แต่ทว่าตำแหน่งนี้มีหนังตึงและเนื้อน้อย พลันให้เมื่อบีบลงไปจึงรุ้สึกเจ็บมาก
เวินปู๋เซิ่งพลันกระตุกเพราะความเจ็บ จนต้องขบฟันแยกเขี้ยว แต่เขาไม่ส่งเสียง และยังอดทนไว้พลางมองฮ่องเต้ด้วยความสงสัย
ไม่เจ็บหรือ? เช่นนั้นเขาก็อยู่ในความฝันจริง ๆ!
ฮ่องเต้อวิ๋นเหวินสูดลมหายใจลึก ถ้าเช่นนั้นทุกสิ่งตรงหน้าก็มีคำอธิบายที่สมเหตุสมผลแล้ว!
เวินปู๋เซิ่งและฮ่องเต้อวิ๋นเหวินต่างรู้ดีว่าแม้อิ้นอ๋องจะแข็งแกร่งจนดูประหลาด แต่เขาไม่ใช่คนไร้เหตุผล และจะไม่ลงมือสังหารพวกเขา
อีกอย่าง…หากอิ้นอ๋องจะลงมือจริง ๆ บรรพบุรุษคงออกมาขัดขวางไปนานแล้ว
จ้าวอู่เจียงกระแอมเบา ๆ ออกมาเพียงเล็กน้อย
ความจริงเรื่องวันนี้ราชวงศ์ต้าเฉียนยังถือว่าปฏิบัติอย่างมีมารยาท และตัวเขาเองก็ไม่ได้อยู่ในฐานะที่จะเรียกร้องอะไรมากนัก เพราะเขาไม่คิดว่าวันนี้จะได้รับของขวัญล้ำค่าจากราชวงศ์ต้าเฉียนถึงเพียงนี้
แม้ว่าอาวุธวิเศษทั้งสองชิ้นจะมีความเกี่ยวพันกับเขาอย่างลึกซึ้ง แต่ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเกรงใจเมื่อได้รับของมีค่าเช่นนี้
มันทำให้เขาผู้มีอาการกลัวสังคมรู้สึกเขินอายอยู่ไม่น้อย
เมื่อเอวของฮ่องเต้อวิ๋นเหวินกระแทกกับขอบระเบียงหอชมดาว ความเจ็บปวดที่รุนแรงแล่นผ่านบริเวณกลางลำตัวจนต้องขบฟันด้วยความเจ็บ เขาก็สะดุ้งตื่นขึ้นมาทันที
และได้พบว่า…ทุกอย่างไม่ใช่ความฝันเลยสักนิด!
เวินปู๋เซิ่งโผเข้ากอดจ้าวอู่เจียงไว้ แล้วตะโกนสุดเสียงว่า
“ฝ่าบาท! รีบหนีไปเถิด!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า