บทที่ 1435 มีคนใช้ชีวิตทั้งชีวิตเพื่อเยียวยาวัยเด็ก
แรงกดดันของผู้สูงส่งครอบคลุมทั่วชั้นฟ้า ลมพัดเมฆลอยที่ประตูใหญ่แห่งเมืองผี พัดหมอกสีเทากระจายไป
แม้เจียงไฉ่เหอยังไม่ได้มาด้วยร่างจริง แต่เพียงแค่พลังของร่างจำลองก็ไม่ใช่สิ่งที่คนธรรมดาจะต้านทานได้
แม้แต่ผู้มีวรยุทธ์ระดับเก้าภัยพิบัติขั้นสูงสุดก็ไม่อาจต้านทานการโจมตีของผู้สูงส่งได้
อาภรณ์จ้าวอู่เจียงพลิ้วไหว ปกป้องเซวียนหยวนจิ้งและคนอื่น ๆ ไว้เบื้องหลัง พวกเขาถอยหลังไปยังประตูเมือง
มู่อวิ๋นไห่ปักไม้เท้าวิเศษไว้ข้างกาย พนมมือทั้งสอง ดวงตาเปี่ยมด้วยความเมตตา
มนุย์กระดาษสีสันสดใสชี้นิ้วมาที่มู่อวิ๋นไห่จากระยะไกล พื้นที่โดยรอบตัวมู่อวิ๋นไห่กำลังยุบตัวอย่างรวดเร็ว ราวกับต้องการพับมู่อวิ๋นไห่เข้าไปในมิติ ให้เขาตาย ณ ที่นั้น
มู่อวิ๋นไห่ไม่ได้ตกใจ เขาแทบจะไม่แสดงอารมณ์ด้านลบใด ๆ ออกมา แค่เพียงแค่โค้งตัวเล็กน้อยอีกครั้ง แสงพุทธรัศมีเปล่งประกายบนร่างของเขากลายเป็นแขนทองคำอันแข็งแกร่งหกข้าง แผ่ออกไปสี่ทิศ ค้ำยันแสงบาตรสีทองเพื่อรับการโจมตีทั้งหมดของเจียงไฉ่เหอ
“ฮึ!” มนุย์กระดาษสีสันสดใสแค่นเสียงเย็นชา พุ่งเข้าหามู่อวิ๋นไห่อย่างรวดเร็ว
“ไม่คิดเลยว่าไอ้เฒ่าหัวโล้นนั่นจะสอนวิชามังกรสวรรค์แปดส่วนให้เจ้าด้วย!”
มู่อวิ๋นไห่ยิ้มอย่างอ่อนโยน แขนทั้งหกค้ำยันบาตรแสง สองมือพนมเข้าหากัน ปากสวดบทสวดมนต์
ตึง!
มนุย์กระดาษสีสันสดใสชี้ไปที่บาตรแสงอีกครั้ง คลื่นสีทองและคลื่นเสียงแผ่กระจายออกไป เสียงดังกึกก้องราวกับฟ้าร้อง ก้องกังวานเข้าสู่โสตประสาท
ภายใต้การโจมตีครั้งนี้ แม้มู่อวิ๋นไห่จะได้รับการปกป้องจากมังกรสวรรค์แปดส่วน แต่เขาก็ยังคงมีเลือดและลมปราณพลุ่งพล่าน เลือดสีแดงเข้มไหลออกจากปากและจมูก บาตรแสงถูกพลังจากดัชนีทำให้แตกร้าวจนรอยแยกปรากฏขึ้น
ในที่สุดสีหน้าของมู่อวิ๋นไห่ก็เริ่มแปรเปลี่ยน เขาขมวดคิ้วหนา พลันร่างกายพุ่งถอยหลัง
มนุย์กระดาษสีสันสดใสพุ่งตามไป จนทั้งสองคนหายเข้าไปในหมอกสีเทา
หมอกปั่นป่วนอย่างบ้าคลั่ง และค่อย ๆ กลืนกินเงาร่างของทั้งสองคน
แววตาของจ้าวอู่เจียงลึกล้ำราวกับสระน้ำลึกจนมองไม่เห็นก้นบึง
ที่แท้พระภิกษุที่มีฉายาว่า ขูไห่ ก็คือมู่อวิ๋นไห่ บิดาของมู่เชียนเชียน
ไม่รู้ว่ามู่อวิ๋นไห่บรรลุธรรมในชั่วพริบตา หรือได้รับการชี้แนะจากผู้อื่น จึงเลือกที่จะทิ้งภรรยาและลูก ก่อนจะบวชเป็นพระภิกษุ จึงสมเหตุสมผลกับการที่จ้าวอู่เจียงไม่ชอบมู่อวิ๋นไห่ตั้งแต่แรกพบ
หนึ่งคือ สัญชาตญาณและนิสัยทำให้เขาไม่ชอบคนแบบมู่อวิ๋นไห่ที่ไม่สนใจภรรยาและบุตรสาว สองคือหัวใจดวงนี้ของเขาเคยอยู่ในร่างของมู่เชียนเชียนมาระยะหนึ่ง จึงมีกลิ่นอายของวิญญาณของมู่เชียนเชียนติดอยู่บ้างไม่มากก็น้อย
ความไม่ชอบของเขา คือความแค้นของมู่เชียนเชียน
จุดประสงค์ที่มู่อวิ๋นไห่มาในครั้งนี้ คือการตามหาหัวใจและวิญญาณที่หลงเหลือของบุตรสาว? ถ้าเช่นนั้น เขาคงมาหาจ้าวอู่เจียง
พูดให้ชัดเจนก็คือ เขามาเพื่อหัวใจดวงนี้ในร่างของจ้าวอู่เจียง จ้าวอู่เจียงถอนหายใจ ก่อนจะหันกลับไปมองหมอกสีเทาอีกครั้ง
เขาตัดสินใจหมุนตัวเดินกลับเข้าไปในเมืองผี ไปพร้อมกับเซวียนหยวนจิ้ง ก่อนจะกล่าวคำอำลาอย่างง่าย ๆ กับเซี่ยเฉินซู่ วิญญาณที่เหลืออยู่ของตงหนิง และเยี่ยเชี่ยนชุน
เซี่ยเฉินซู่ยังคงยืนอยู่หน้าประตูเมืองผีกับศิษย์พี่ร่วมสำนัก นางยังคงมองไปยังที่ไกล ๆ โดยที่ไม่รู้ว่ากำลังรอผู้ใดอยู่
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไร ท้องฟ้ายิ่งมืดลง มีบุรุษคนหนึ่งแต่งกายสง่างามเดินออกมาจากหมอกสีเทาอย่างไม่รีบร้อน
ดวงตาของเซี่ยเฉินซู่เบิกกว้างด้วยความตกตะลึงเพียงชั่วครู่เท่านั้น จากนั้นก็เปล่งประกายสว่าง ก่อนที่นางจะเดินออกไปต้อนรับ

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า