บทที่ 1446 ความทรงจำที่เปราะบาง
เจียงหน่ายจ้าวมองซ้ายมองขวา ท้องฟ้าอันกว้างใหญ่ สายฝนที่ตกกระหน่ำ เบื้องล่างคือผืนน้ำและซากปรักหักพัง เขารู้สึกว่าตนเองเหมือนคนนอก และยิ่งเหมือนคนต่างถิ่นไร้ญาติขาดมิตร ไม่มีจุดมุ่งหมายที่ชัดเจน
เมื่อสายฝนเข้าใกล้ร่างของเขาในระยะสามฉื่อ มันก็แตกสลายกลายเป็นละอองน้ำอย่างรวดเร็วจนไม่สามารถทำให้อาภรณ์ของเขาเปียกได้
เขาคิดอยู่ครู่หนึ่ง นึกถึงภารกิจของตน จึงมุ่งหน้าไปตามร่องรอยพลังของน้องหญิงฉานซีด้วยใบหน้าเด็ดเดี่ยว
ไม่ว่าอย่างไร การปกป้องความปลอดภัยของน้องหญิงฉานซีคือภารกิจสำคัญอันดับแรก และเป็นภารกิจที่สำคัญที่สุดในการเดินทางครั้งนี้
ในเวลาเดียวกัน จ้าวอู่เจียงกับเซวียนหยวนจิ้งได้มาถึงซากปรักหักพังของพระราชวังที่ตั้งอยู่ในย่านเจียงตู่ของราชวงค์ต้าเซี่ย
เซวียนหยวนจิ้งลงมายืน เหยียบย่ำบนเศษกระเบื้องหินและท่อนไม้ที่หัก มองดูสายเลือดขุ่นที่ไหลริน และถูกสายฝนชะล้างออกมาจากใต้ชายคาที่พังทลาย เสียงของนางพลันขาดหาย ยกมือกุมอกย่อตัวลง
ทั้งที่รู้สึกว่าผ่านมานานแล้ว แต่เมื่อได้เห็นอีกครั้ง ก็รู้สึกราวกับเหตุการณ์นี้เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน
เวลาในดินแดนลับแห่งนี้เคยหยุดนิ่งเพื่อเก็บรักษาภาพของราชวงศ์ที่ล่มสลาย โลกที่พังทลาย และผู้คนที่ล้มตาย
สายฝนทำให้เสื้อคลุมสีดำของจ้าวอู่เจียงเปียกชุ่ม แนบติดกับร่างอันสง่างามของเขา เขาลูบผมยาวที่เปียกชุ่มไปด้านหลัง น้ำฝนรสเค็มไหลผ่านแก้มของเขา
เขาไม่ได้ไปปลอบประโลมเซวียนหยวนจิ้ง แม้แต่ตัวเขาเองยังไม่รู้ว่าจะปลอบอย่างไร
สายฝนที่ตกกระหน่ำกระทบกับซากกำแพงและเสาที่พังทลาย เสียงดังปะทะอย่างชัดเจน
เขาค่อย ๆ เดินไปยังสถานที่คุ้นเคย
กำแพงหินสีแดงสดที่แตกเป็นชิ้น ๆ กระเบื้องสีฟ้าที่แตกกระจาย และท่อนไม้สีน้ำตาลเทาที่อยู่ใต้เท้าของเขา
เขาย่อตัวลง ก่อนจะค่อย ๆ ดึงผ้าสีน้ำเงินเข้มผืนหนึ่งออกมาจากซากปรักหักพังใต้เท้า
นี่คือแขนเสื้อของชุดขันที
เขาดึงมันออกมาเบา ๆ แต่ไม่สามารถดึงเจ้าของชุดขันทีออกมาได้ เขาค่อย ๆ แหวกเศษหินและท่อนไม้ออก ก่อนจะเห็นแขนที่เต็มไปด้วยรอยช้ำสีเขียวอมเทา
เขาหยุดลง เพราะไม่ต้องการรบกวนวิญญาณผู้ล่วงลับ
‘ข้ายินดีรับใช้ท่านผู้ดูแลจ้าวทุกประการ’
‘ท่านผู้ดูแลจ้าว หากท่านไม่รังเกียจ เสี่ยวเฉิงจื่อขอรับท่านเป็นบิดาบุญธรรม’
‘ขอบคุณท่านจ้าว ขอบคุณท่านจ้าว’
‘ท่านผู้ดูแลจ้าว ข้าเองก็อยากเป็นคนสง่างามเหมือนท่าน พวกพี่สาวเหล่านั้นล้วนแต่รังเกียจข้า แต่เมื่อมองท่าน กลับล้วนเต็มไปด้วยความชื่นชม’
สายตาของเขามองทะลุซากปรักหักพัง เห็นเงาร่างของคนคุ้นเคยทีละคน
ราชเลขาฝ่ายขวาหลิวเจ๋อผมขาวโพลน มือเหี่ยวย่นแห้งกร้านกำพระราชโองการแน่น
ส่วนหลิวเฟิงใช้ร่างกายปกป้องพี่สาวหลิวเหม่ยเอ๋อร์ แขนทั้งสองยันพื้นแน่น บนหลังมีหินใหญ่และท่อนไม้หัก
หลิวชิงชิงล้มลงอีกด้านหนึ่ง ดูเหมือนว่านางกำลังจะล้มลง
ใต้ร่างของพวกนาง เต็มไปด้วยน้ำเลือด
บนร่างของพวกนาง เต็มไปด้วยเศษไม้หินและฝุ่นผงที่พังทลายลงมา เมื่อฟ้าถล่มแผ่นดินทลาย
ยังมีคนรู้จักบางคนที่ไม่ได้ตายจากแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ แต่ล้มลงนอกเรือน ก่อนตายพวกเขาคงกำลังพยายามวิ่งหนีสุดชีวิต แต่สุดท้ายก็ยังไม่อาจเอาชนะความตายได้
บางคนยืน บางคนคว่ำหน้า บางคนพิงกำแพงที่ยังคงตั้งตระหง่านไม่พังทลาย และบางคนยังคงตายตาไม่หลับ แต่กลับเงยหน้ามองฟ้าด้วยความโกรธแค้น…
จ้าวอู่เจียงเดินผ่านไปทีละเรื่อย ๆ เขาไปหลายสถานที่
วังหลัง จวนตระกูลตู๋กู หอการค้าเจียงตู่ ทางตะวันตกของเมือง…
จนกระทั่งเขายืนอยู่หน้าซากปรักหักพังของสำนักไร้ขอบเขต สายตาของเขามองทะลุเศษซากปรักหักพังมากมาย เห็นหญิงสาวคนหนึ่งกำลังกอดป้ายวิญญาณขดตัวอยู่บนพื้น

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า