บทที่ 1471 ความทรงจำในอดีตดั่งสายลม แลกชีวิตด้วยชีวิต
“เสี่ยวไป๋?”
“จูกัดเสี่ยวไป๋?”
“จูกัดจือโม่!”
“ตายจริง! เสี่ยวไป๋!”
แสงอาทิตย์ยามบ่ายลอดส่องผ่านใบไม้ แตกกระจายเป็นลวดลายกระจัดกระจายบนพื้น
เด็กหญิงในชุดสีเขียวลายบุปผา มัดผมหางม้า วิ่งวนไปมารอบเก้าอี้นอน พลางร้องเรียกชื่อเด็กชายที่นอนอยู่บนเก้าอี้ไม่หยุด
เด็กชายดูจะรำคาญอยู่บ้าง เขาพลิกตัวคว่ำหน้าลงบนเก้าอี้นอน ใช้มือน้อย ๆ ปิดหูของตนแน่น
“ท่านพี่เสี่ยวไป๋ เล่าข้าให้ฟังหน่อยสิ ในยามที่ท่านพี่ออกไปเที่ยวข้างนอก ท่านพบเจอเรื่องสนุก ๆ อะไรบ้าง หรือได้กินของอร่อย ๆ อะไรมาหรือไม่?” เด็กหญิงเขย่าตัวเด็กชาย
“มีเรื่องราวเกิดขึ้นเยอะแยะมากมายเหลือเกิน ข้าจะจำได้อย่างไร?”
“ถ้า… ถ้าเช่นนั้นท่านก็เลือกเล่าเรื่องที่ท่านจำได้เป็นอย่างดีสิ”
“ข้าไม่เล่า!”
เด็กชายปิดหูแน่น
“เดี๋ยวเจ้าจะรู้เอง ในยามที่เจ้าได้ออกไป โลกใบนี้ก็มีเพียงเท่านี้ ไม่มีอะไรสนุกหรอก และก็ไม่มีอะไรอร่อยเลยสักอย่าง”
“บอกข้ามาสิ” เด็กหญิงเอามือเล็ก ๆ จั๊กจี้รักแร้ของเด็กชายอย่างแรง
เด็กชายบิดไปมา แม้จะรู้สึกโกรธ แต่ก็ทนความจั๊กจี้ไม่ไหวจนหัวเราะออกมา
ทั้งหัวเราะทั้งโกรธ ทั้งโกรธทั้งหัวเราะ
“โอ๊ย จูกัดเสี่ยวฮวา เจ้าแกล้งข้า ข้าเกลียดเจ้า!”
เด็กชายกลิ้งไปมากับพื้น จนเปรอะฝุ่นไปทั้งตัว จากนั้นเขาก็ลุกขึ้นแล้ววิ่งหนี
เด็กหญิงวิ่งตามหลังเขา ไล่ตามจั๊กจี้และทะเลาะกันไปตลอดทาง
สายลมแห่งกาลเวลาพัดผ่านมุมกำแพง โชยพัดมาปะทะร่างของชายหนุ่มและหญิงสาวที่ยืนพิงกำแพงอยู่
ชายหนุ่มคาบไม้เล็ก ๆ ท่อนหนึ่ง สีหน้าเย็นชา มือหมุนลูกเต๋าชุบทองสองลูกไปมาไม่หยุด
ส่วนหญิงสาวนั้นใบหน้าเผยให้เห็นถึงความห่วงใย
“เหตุใดท่านต้องไปดินแดนน้ำศักดิ์สิทธิ์ทางใต้ของดินแดนเทียนเป่า แทนที่จะอยู่ในตระกูลดี ๆ ด้วยเล่า?”
ชายหนุ่มชายตามองหญิงสาว
“เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเจ้า เจ้าจะทำอะไรก็ไปทำเถิด”
“ข้าได้ยินพวกเขาพูดว่า ก่อนหน้านี้ท่านไปหาเรื่องคุณชายผู้หนึ่งจากสำนักเมตตาธรรมเข้า?” หญิงสาวถามต่อ
“หรือว่าที่ผู้อาวุโสในตระกูลเนรเทศท่านไปดินแดนเทียนเป่า ก็เพื่อจะกักขังท่านไว้ในสถานที่ปิดวาระที่หอหมื่นสมบัติวัตถุเพื่อไม่ให้ท่านได้ก่อเรื่องอีก?”
“ข้าจะไปขอร้องแทนท่านเอง!”
“ข้าบอกแล้วว่าไม่เกี่ยวกับเจ้า!” ชายหนุ่มเอ่ยเสียงทุ้ม
“ข้าทำไม่ได้ แต่ศิษย์พี่ของข้า…อาจทำได้ แต่ถึงแม้ศิษย์พี่จะลงมือเอง การจะเปลี่ยนแปลงวิถีแห่งโชคชะตานั้น ต้องแลกชีวิตด้วยชีวิต…”
“ชีวิตแลกชีวิต…”
จูกัดชิงชิงพึมพำ ดวงตาของนางค่อย ๆ เปล่งประกาย
“เสี่ยวไป๋ไม่มีอะไรเลย เช่นนั้น… นั่นหมายความว่า ข้าถูกลิขิตให้ต้องตายก่อนเขาใช่หรือไม่? ท่านอาจารย์?”
จางซวีไป๋ชะงักไปชั่วขณะ เขาจ้องมองเด็กสาวตระกูลจูกัดอย่างแน่นิ่ง
“เมื่อข้าถูกลิขิตให้ต้องตายก่อนเขา…”
จูกัดชิงชิงยิ้มออกมา รอยยิ้มของนางปราศจากความโศกเศร้า มีเพียงความปีติยินดี ที่เห็นได้ชัดผ่านนัยน์ตาที่เปล่งประกายระยับ
“ท่านอาจารย์ ท่านใช้ชีวิตของข้าเพื่อเปลี่ยนโชคชะตาของเขาได้หรือไม่?”
จางซวีไป๋มองดวงตาที่เต็มไปด้วยความจริงใจและไร้เดียงสาของจูกัดชิงชิง
นางทำให้เขานึกถึงศิษย์โง่เขลาของตนนาม ว่านจื่อ ที่บัดนี้กำลังกระโดดโลดเต้นไปรับจ้าวอู่เจียงที่อายุไล่เลี่ยกัน นางมักชอบพูดจาเหลวไหลไร้เดียงสาเช่นเดียวกันกับจูกัดชิงชิง
จูกัดชิงชิงเอ่ยถามซ้ำ ดวงตาเป็นประกายระยิบระยับ
“ได้หรือไม่ ท่านอาจารย์!”
จางซวีไป๋ถอนหายใจเฮือกใหญ่ เขาเม้มริมฝีปากแห้งกร้านแตกระแหง
ถอนใจยาวอีกครั้งพลางเอ่ยว่า
“เจ้าทำเช่นนี้เพื่ออันใดกัน?”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า