บทที่ 1482 ความรักลึกซึ้งที่ไม่อาจรั้งไว้
ร่างของหญิงชราตระกูลเฉินทรุดลงกับพื้น นางหอบหายใจถี่ ใบหน้าปรากฏความเศร้าโศก
ร่างของซิ่วเหนียงเต็มไปด้วยคราบโลหิตและชิ้นเนื้อที่ฉีกขาด โลหิตที่ไหลออกมาเริ่มจับตัวเป็นน้ำแข็งสีแดงฉานปกคลุมร่างของนาง
ยามนี้นางมิมีลมหายใจเหลืออยู่แล้ว ทว่าบนใบหน้ากลับแต่งแต้มด้วยรอยยิ้มอันงดงามดูสงบ
ชายชราล้มลงกับพื้น เสื้อคลุมขุนนางเปื้อนโลหิตที่จับตัวเป็นน้ำแข็ง โดยเฉพาะบริเวณท้องน้อยที่เลือดเริ่มเปลี่ยนเป็นสีดำทมิฬ ผมขาวของเขายุ่งเหยิง มือเหี่ยวย่นที่เย็นจนเขียวคล้ำเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบโลหิตที่เกรอะกรัง
สุดท้ายซิ่วเหนียงก็มิอาจรอดชีวิต พลังความเย็นในร่างของนางอาละวาดอย่างบ้าคลั่ง
ชายชรามิอาจควบคุมได้ ถึงขั้นย้อนกลับมาทำร้ายตัวเขาเอง
ชายชราผู้นี้ เมื่อหลายชั่วยามก่อนรีบร้อนไปหยิบยา ท้องและเอวกระแทกเข้ากับมุมโต๊ะ จนอวัยวะภายในร่างกายบาดเจ็บมิน้อย
ตลอดหลายชั่วยามที่ผ่านมา เขาพยายามรักษาซิ่วเหนียงอย่างไม่ลดละ ทำให้อาการยิ่งทรุดหนักขึ้นเรื่อย ๆ
ยามนี้อายุขัยที่เหลือเพียงน้อยนิดของหมอชราหวังถูกใช้จนหมดสิ้น
หลังจากพยายามฉุดรั้งซิ่วเหนียงจากพญามัจจุราชอยู่หลายชั่วยาม เมื่อรู้ว่ามิมีทางรอดอีกแล้ว ลมหายใจสุดท้ายที่ชายชราพยายามประคองไว้ก็หมดลง เขาล้มลงกับพื้นอย่างรุนแรง
“ท่านหวังชิวซู่…”
หญิงชราตระกูลเฉินเอนกายพิงเตียง ดวงตาอันชราภาพมองชายชราที่ล้มอยู่บนพื้น นางอยากลุกขึ้น ทว่าความโศกเศร้าได้ดูดเอาเรี่ยวแรงของนางไปเสียหมดสิ้น
หลี่ฉวนจวินยืนนิ่งอยู่หน้าเตียง ริมฝีปากสั่นระริก น้ำตาในดวงตาสั่นไหว มือทั้งสองที่ไม่เคยสั่นยามจับกระบี่ ยามนี้กลับมิรู้ว่าจะวางไว้ที่ใด
เขาเพียงอยากสัมผัสคนรักที่หลับใหล จึงค่อย ๆ ก้มตัวลง มือทั้งสองหยุดอยู่เหนือใบหน้างดงามอันสงบนิ่งของซิ่วเหนียงหนึ่งชุ่น ทว่าเขากลับมิกล้าลูบไล้ลงไป
หวังฟู่กุ้ยอุ้มยาต้มที่เย็นชืดเดินมาด้วยร่างอันสั่นเทา เขาต้องการพยุงอาจารย์ของตนขึ้น ทว่าทำได้เพียงประคองเอวของอาจารย์เท่านั้น
ร่างอันหนักอึ้งของอาจารย์ถูกพยุงไว้บนบ่าเล็ก ๆ ของเขา มือข้างหนึ่งโอบแผ่นหลังของอาจารย์ไว้ พร้อมกับสัมผัสลมหายใจเย็นเฉียบ อีกมือข้างหนึ่งสั่นระริก ขณะพยายามป้อนยาต้มเข้าปากอาจารย์
ยานี้เขาต้มปรุงเตรียมไว้เนิ่นนานแล้ว เพียงแค่รอให้อาจารย์ช่วยคนเสร็จแล้วค่อยดื่มมัน เขาต้องอุ่นยาหลายครั้ง จนเย็นชืดไปหมด
“อาจารย์ ดื่มยาเถิดขอรับ”
เขาพยายามงัดปากอาจารย์ แต่เขากลับมีเพียงสองมือเท่านั้น จึงวางถ้วยยาลง เช็ดคราบโลหิตที่มุมปากอาจารย์ แล้วค่อย ๆ งัดคางให้อ้ากว้าง
เขาหยิบถ้วยยาขึ้นมาอีกครั้ง มือเล็กสั่นเทาในยามที่เทยา ทว่าน้ำยาสีน้ำตาลดินกลับไหลออกจากริมฝีปากของชายชรา
“อาจารย์ ดื่มยาเถิดนะขอรับ…”
เขายังคงสั่นขณะเทยาต่อ
“ฟู่กุ้ย…”
ข้ารู้ทั้งหมดนี่แล้ว!
ฤทธิ์ยาก็จะลดลงด้วย!
อาจารย์ต้องกินยา กินยา…”
หวังฟู่กุ้ยพยายามเช็ดน้ำยาที่ไหลออกจากมุมปากของท่านอาจารย์ เด็กชายส่งเสียงตะโกนปนเสียงร่ำไห้ดังลั่น
ร่างของชายชราเลื่อนหล่นลงบนตัวเขา เขาพยายามจะอุ้มขึ้นอย่างยากลำบาก
หญิงชราตระกูลเฉินพยายามจะปลอบประโลมเด็กน้อย ยื่นมือไปดึงตัวเขาออกมา
เด็กชายถูกหญิงชราตระกูลเฉินจับมือไว้ เขาดิ้นรนไม่หยุดด้วยความคลุ้มคลั่ง
“ปล่อยข้า ข้าต้องป้อนยาให้อาจารย์!
อาจารย์กินยาแล้วจะหายดี เจ้าปล่อยข้า! ปล่อยข้า!
ท่านช่างใจร้ายนัก ทำไมถึงขัดขวางไม่ให้ข้าช่วยอาจารย์ ท่านเป็นคนชั่ว พวกท่านล้วนเป็นคนชั่ว พวกท่านช่วยท่านอาจารย์ได้หรือไม่ ได้โปรดช่วยอาจารย์ข้าด้วย ท่านอาจารย์ช่วยผู้คนมามากมาย พวกท่านก็ช่วยท่านบ้างเถิด อา พวกท่านช่วยท่านอาจารย์ด้วย”
หวังฟู่กุ้ยร่ำไห้ออกมาอย่างหนักหนาสาหัส เสียงร้องไห้ครวญครางดังกึกก้องไปทั่วบริเวณ
“ข้าขอร้องพวกเจ้า ช่วยเขาด้วย…”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า