เข้าสู่ระบบผ่าน

ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า นิยาย บท 1489

บทที่ 1489 สังหารให้สิ้น!

“จับตัวคนตระกูลอวี้ทั้งหมด!”

ทหารองครักษ์ในชุดเกราะดำที่ปิดใบหน้าเปล่งเสียงตะโกนด้วยโทสะ

หอกยาวแทงเข้าไปในแท่นลายอาคมส่งตัวอย่างรุนแรง ทำให้พลังวิญญาณที่ลอยอยู่แตกกระจาย ผู้คนภายในรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ทำให้ความเร็วในการเปิดใช้งานแท่นลายอาคมส่งตัวก็ช้าลงไปหลายส่วน

“นายท่าน” ผู้ดูแลเก่าอวี้ฉางฝูเอ่ยเสียงต่ำ

อวี้ไท่ซุ่ยเหลือบมองสหายเก่าและบุตรทั้งสองของตน ก่อนจะก้าวเท้าและกระโดดออกจากแท่นลายอาคมส่งตัว ก่อนจากไปเขาพูดเพียงประโยคเดียว

“ฉางฝู พวกเขาต้องการจับตัวข้า เจ้าช่วยดูแลอาสุ่ยกับหนวนหน่วนแทนข้าด้วย”

“นายท่าน!” อวี้ฉางฝูตะโกนอีกครั้ง

“ท่านพ่อ!” อวี้เหวินสุ่ยอยากจะตามบิดาไป แต่เขาถูกผู้ดูแลเก่าแก่ของตระกุลอวี้ขวางไว้

“ท่านพ่อ” อวี้หน่วนเอ๋อร์ขมวดคิ้วงาม สองมือบิดไปมา

ว่านจื่อใช้มือหนึ่งโอบจางกั่วกั่วเอ๋อร์ ส่วนอีกมือจับหวังเทียนป้าง เข้าไปอยู่ข้างกายสัตว์กลืนทอง นางมองภาพตรงหน้าด้วยความฉงนและหวาดกลัว

นางยังไม่เข้าใจว่าเกิดอันใดขึ้น แต่พอคาดเดาได้ว่าชายชราแซ่อวี้ผู้นี้คงก่อเรื่องอะไรบางอย่างเข้า จนถูกคนตามมา และเพื่อความปลอดภัยของลูก ๆ เขาจึงออกไปถ่วงเวลาไว้เอง เพื่อให้แน่ใจว่าแท่นลายอาคมส่งตัวจะทำงานได้อย่างราบรื่น

ในยามนี้อวี้ไท่ซุ่ยยืนอยู่คนเดียวหน้าแท่นลายอาคมส่งตัว มีดสั้นเล่มหนึ่งไหลออกมาจากแขนเสื้อ แล้วจ่อที่หน้าอกตัวเอง

เขาไม่ได้พูดอะไร แต่ความหมายนั้นชัดเจนโดยมิต้องอธิบายให้มากความ หากต้องการจับตัวเขาก็ทำได้ แต่หากแตะต้องคนที่อยู่ข้างหลังเขา เขาจะสังหารตนเองตรงนี้ทันที เช่นนั้นแล้วทหารองครักษ์ชุดเกราะดำก็มิสามารถทำภารกิจการจับกุมตัวเขาให้สำเร็จได้

กองทหารองครักษ์ชุดเกราะดำต่างหยุดฝีเท้าลง ผู้บัญชาการและทหารรักษาแท่นลายอาคมส่งตัวพากันหลบอยู่ไม่ไกล สีหน้าพวกเขาเผยถึงหวาดกลัว

บรรยากาศเงียบกริบราวกับจักจั่นในเหมันต์ฤดู

แท่นลายอาคมส่งตัวเกิดแรงสั่นสะเทือนอย่างรวดเร็ว มีลำแสงพันวนอยู่ภายใน

หลังจากผ่านไปสามลมหายใจ อวี้ไท่ซุ่ยหันกลับไปมองมันเป็นครั้งสุดท้าย เมื่อเห็นญาติพี่น้องหายไปอย่างฉับพลัน เขาถอนหายใจอย่างโล่งใจ มีดสั้นตกลงพื้นดัง

เคร้ง!

เขารู้สึกเสียดายไม่น้อย หากหนีเร็วกว่านี้ บางทีอาจไม่ถูกจับได้ เขาก็มิคิดเช่นกันว่าทหารองครักษ์จะมาเร็วถึงเพียงนี้

ทว่าเขาก็รู้สึกโชคดีอยู่บ้าง อย่างน้อยสหายเก่าและบุตรั้งสองคนของเขาก็หนีไปได้แล้ว พวกเขามิต้องติดอยู่ที่นี่ และต้องตายเพราะภัยพิบัติจากฟากฟ้า

ทันใดนั้นร่างอ้วนท้วนของเขาล้มลงทันที ใบหน้าของชายชราฟาดลงกับพื้นอย่างแรง แขนทั้งสองถูกจับกุมแน่นหนา

ผู้บัญชาการทหารยามเมื่อถูกโอบคอไว้ ชั่วขณะรู้สึกตกใจ โค้งตัวลง สีหน้าประจบประแจง เพื่อรอคำสั่ง

ทว่าในเวลาถัดมา รอยยิ้มประจบของเขาก็แข็งค้างอยู่บนใบหน้า ความเย็นเฉียบแล่นไปทั่วร่าง ลมหายใจของเขากำลังจะเลือนหายไปในไม่ช้า เขาราวกับมิอยากเชื่อ พยายามเงยหน้าขึ้นเพื่อถามทหารองครักษ์ชุดเกราะดำ แต่กลับไม่สามารถยืดตัวขึ้นได้

ทหารองครักษ์ชุดเกราะดำมีสีหน้าเยือกเย็น กอดคอหัวหน้าทหารแน่น พลางเอ่ยด้วยเสียงแหบแห้งและทุ้มต่ำ

“ข้าเกลียดมันที่สุด ในยามที่ข้าสนทนากับผู้ใด แล้วมีผู้อื่นมาแทรกเข้ามา

อีกอย่าง ข้าจะทำอันใดนั้น มิต้องให้เจ้ามาแนะนำ…”

โลหิตไหลลงมาตามมือของเขาไม่หยุด ไม่นานผู้บัญชาการทหารยามก็ล้มลงกับพื้น

ทหารยามโดยรอบต่างร้องอุทานด้วยความตกใจ แต่ไม่มีใครกล้าเข้าไปข้างหน้า

ทหารชุดเกราะดำแห่งดินแดนตะวันตกเฉียงใต้ มีอำนาจชี้เป็นชี้เป็นชี้ตายเหนือทุกคนในดินแดนนี้

เขาใช้ผ้าไหมเช็ดมือที่เปื้อนเลือด เดินออกไปด้านนอก พลางออกคำสั่งกับทหารใต้บังคับบัญชาว่า

“สังหารให้สิ้น แล้วปิดผนึกกลไกลพลังวิญญาณเสีย!”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า