บทที่ 1510 ความหมายแท้จริงในห้วงฝัน
จ้าวอู่เจียงเงยหน้ามองท้องนภา หมู่มวลดารากระจัดกระจายอยู่อย่างเบาบาง ราวกับว่าดวงดารานับอนันต์ได้ดับสูญไปตั้งแต่โบราณกาล พระจันทร์เสี้ยวสาดแสงสลัวลงมา
เขาที่อยู่เพียงลำพังในจวนอิ้นอ๋อง คิดทบทวนหลายสิ่งหลายอย่าง ก่อนหน้านี้เมื่อตื่นจากความฝันอันน่าพะวง เขารู้สึกเข้าใจบางสิ่งอยู่ราง ๆ แต่มิอาจเข้าใจทุกสิ่งได้อย่างถ่องแท้
เขายังคงคิดไม่ออกว่า เหตุใดตัวเขาในยุคโบราณถึงได้วางแผนสั่งให้จางซวีคุนในปัจจุบันกักขังเขาไว้ที่แห่งนี้
เพราะเหตุใดกันแน่?
ตรงหน้าจ้าวอู่เจียงราวกับมีแผ่นบางเกือบใสปรากฏขึ้น ห่อหุ้มทุกสิ่งรอบข้างไว้ หรือพูดอีกนัยคือมันกำลังกักขังเขาไว้
เขาสามารถมองเห็นโครงร่างของโลกภายนอกได้อย่างราง ๆ ทว่ามิอาจมองเห็นรายละเอียดได้ชัดเจนนัก
สัญชาตญาณของตนบอกว่า หากเขาทะลวงแผ่นบางเหล่านี้ได้ เขาก็จะสามารถมองเห็นความจริงทั้งหมด และเข้าใจการจัดการทั้งหมดของตนในยุคโบราณได้
ทว่าบัดนี้จ้าวอู่เจียงเหมือนดั่งหมาป่าเดียวดายที่ถูกถอนเขี้ยวถอดเล็บ เขามิอาจทะลวงแผ่นบางตร
หน้าได้ จึงทำได้เพียงติดอยู่ในโลกอันพร่ามัวนี้
หากมิได้รู้ว่าตนกำลังจะจากโลกนี้ไปในมิช้า เขาคงมิร้อนรนเลย
ยามนี้ในใจเขากลับรู้สึกกระวนกระวายอย่างยิ่ง อยากเร่งรีบออกไปดูว่าโลกภายนอกเกิดอันใดขึ้นกันแน่?
ญาติสนิทคนอื่น ๆ ของเขายังอยู่ดีหรือไม่?
ประชาชนทั่วหล้ายังอยู่เย็นเป็นสุขหรือไม่?
จ้าวอู่เจียงค่อย ๆ ยกแขนขวาขึ้น ปราณกระบี่พวยพุ่งในมือ พระพายไร้รูปร่างรวมตัวกันในมือเขา จากนั้นก็ฟันกระบี่หนึ่งดาบไปยังด้านนอกจวนอิ้นอ๋อง
‘โครม…’
ปราณกระบี่ปะทะกับพื้นที่ว่างด้านนอกจวน มันถูกพื้นที่ว่างที่มองไม่เห็นขวางกั้นไว้ จนแตกกระจายโดยพลัน
“กลืนนภา!”
เขาตะโกนเสียงเยือกเย็น ผมยาวปลิวไสว พยายามจะดูดกลืนพลังทั้งหมดบนยันต์ที่กักขังตนอยู่ ทว่าผลลัพธ์ของวิชากลืนนภาเสมือนวัวโคลนลงทะเล สิ้นสุดลงโดยไร้ผล มิก่อให้เกิดระลอกคลื่นแม้แต่น้อย
“อย่าดิ้นรนไปเลย จ้าวอู่เจียง…”
เสียงหนึ่งก็พลันดังขึ้นในจิตใจของเขา ราวกับกำลังโน้มน้าวให้เขาล้มเลิกการต่อต้าน และใช้ชีวิตที่เหลืออีกไม่กี่วันนี้อย่างสงบ
“ประชาชนทั่วหล้าเกี่ยวอะไรกับเจ้าด้วย?”
“จิ้งเอ๋อร์และพวกคนที่เหลืออยู่ในถิ่นบรรพบุรุษตระกูลจี พวกนางจะปลอดภัยดี”
“เจ้าเคยพูดมิใช่หรือว่า ให้เคารพชะตากรรมของผู้อื่น?”
“การช่วยเหลือพวกเขามิใช่ความรับผิดชอบของเจ้า จงดูแลตนให้ดีเสีย…”
อาทิเช่น เมื่อเกิดความคิดชั่วร้ายขึ้นมาในบางขณะ นั่นคือการปรากฏตัวของมารในใจ ทว่ากลับเรากลับมิรู้ตัว เพียงแค่คิดอย่างเรียบง่ายว่ามันเป็นเพราะความปรารถนากำลังครอบงำ
จ้าวอู่เจียงที่ถูกมารในใจหลอกล่อ กลับเริ่มเข้าใจบางอย่างในยามนี้
เขาส่งเสียงหัวเราะขมขื่นออกมาเบา ๆ จนกระทั่งรู้สึกโล่งอก
“ที่แท้ เหตุผลที่ข้ามิสามารถทำลายคาถาที่จางซวีคุนใช้กักขังข้าได้นั้น เป็นเพราะข้าอ่อนแอถึงเพียงนี้!
ข้ามิได้อยู่ในระดับจอมจักรพรรดิ ข้ามิสามารถทำลายคาถาที่จางซวีคุนสะสมมาเป็นพันปีได้
นี่แหละคือพลังที่แท้จริงของข้า!
ข้ามิใช่เทพปีศาจจากยุคโบราณ ยามนี้ข้าก็คือ จ้าวอู่เจียง เป็นเพียงแค่จ้าวอู่เจียงเท่านั้น!
เป็นเพียงคนธรรมดาที่ข้ามมิติ เป็นเพียงขันทีปลอมธรรมดา เป็นเพียงผู้บำเพ็ญธรรมดา เป็นเพียงคนที่เคยหลงในตน และเป็นเพียงคนที่คิดว่าตัวเองยิ่งใหญ่!”
“อา…” จ้าวอู่เจียงกระอักโลหิตสีม่วงแดงออกมาอย่างรุนแรง ในหัวมีเสียงคำพูดที่ดังราวกับระเบิด ในยามนี้เขาได้ยินชัดเจนถึงคำเตือนที่ร่างนั้นบอกกับตนในความฝันคืนนั้น
และในยามนี้ เขาก็เข้าใจตัวเองแล้วในที่สุด ก่อนหน้านี้เขาถูกความเข้าใจผิดว่าตนเป็นเทพปีศาจบดบังตัวตนที่แท้จริง
ทว่าแท้จริงแล้ว เขาก็แค่คนธรรมดาคนหนึ่ง
เป็นคนธรรมดาที่ต้องการปกป้องทุกคน เพียงแต่เขายังไม่มีความสามารถพอที่จะปกป้องทุกคนได้ทั้งหมด

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า