บทที่ 1539 สามขั้นแห่งมรรคา
แม้จ้าวอู่เจียงจะล่องลอยไปทั่วจักรวาล ทว่าในใจยังคงมีจุดหมาย
ประการแรก การต่อสู้ที่เป็นฝ่ายเสียเปรียบกับชายร่างกำยำที่ถือมีดสังหารหมูและสตรีชุดแดงที่อ้างตนว่าเป็นหงหลวน ทำให้เขาเข้าใจว่าในโลกนี้ยังมีผู้แข็งแกร่งกว่าอีกมาก ระดับพลังของเขาเป็นเพียงขั้นหนึ่งในสามขั้นแห่งมรรคาเท่านั้น
สามขั้นแห่งมรรคา ดังที่ชื่อเรียก มรรคาที่มีเพียงสามขั้น ขั้นที่สองยังมิอาจทราบว่าเรียกว่าอันใด แต่ขั้นที่สามหากไม่มีอะไรผิดพลาดอาจเรียกว่าขั้นสามจิต
วันนั้นเขาได้สาบานกับตนเองในใจ
หากเขายังมีชีวิตรอด เขาจะต้องแก้แค้นให้ได้ เขาจะมิยอมให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีก เขาจะต้องก้าวไปสู่จุดสูงสุดของจักรวาลทีละก้าว
เขาต้องการความเป็นอมตะ ต้องการมีชีวิตยืนยาว และต้องการไม่ให้ผู้ใดมาควบคุมชะตาชีวิตของเขาได้อีก
เช่นนั้นแล้วเขาต้องก้าวไปถึงขั้นสามจิต เขาต้องค้นหาว่านอกจากตั๋วเรือของจางแล้ว ยังมีวิธีอื่นที่จะข้ามพ้นการล่มสลายของยุคสมัยนี้หรือไม่
ตอนนี้วิธีเดียวที่เขารู้คือต้องกลายเป็นผู้แข็งแกร่งเช่นเดียวกับจาง
การพึ่งพาตนเองเท่านั้นจึงจะแก้ไขปัญหาทั้งปวงได้
ดังนั้นเป้าหมายประการแรกของเขาคือการเพิ่มพลัง ใช้ทุกวิถีทางที่ไม่ขัดกับหลักการของตนเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่ง!
ประการที่สอง สามจิต เจ็ดวิญญาณของจิ้งเอ๋อร์ที่เขาโยนทิ้งไปในตอนที่เผชิญกับสถานการณ์คับขัน ตอนนี้คงล่องลอยอยู่ในจักรวาล เขาต้องไปตามหาจิ้งเอ๋อร์กลับมา
และร่างปีศาจของหลินหลางที่เขาบ่มเพาะไว้ในร่างกาย หญิงสาวที่มอบหยกปีศาจให้เขา เขาจะต้องช่วยนางให้ฟื้นคืนชีพให้ได้
ประการที่สาม เขาต้องการเพิ่มพลังเพื่อที่จะข้ามผ่านกาลเวลา กลับไปยังบ้านเกิดของตน เพื่อไปพบกับผู้คนในอดีต
ประการที่สี่ เขาต้องการคลี่คลายความสงสัยมากมายในจิตใจ
อย่างเช่น ปีศาจในใจเคยกล่าวหลายครั้งว่า เทพมรรคาอันไม่สมบูรณ์นั้นมาถึงก่อนกำหนดเพราะเขา แล้วเขามีความพิเศษอะไรกันแน่ ทำไมเทพมรรคราต้องมาถึงก่อนกำหนดเพราะเขาด้วย?
หรือเรื่องของชายร่างใหญ่ถือมีดสังหารหมูและสตรีชุดแดงนั้น ทั้งที่ยืนอยู่ในขั้นที่สามของสามขั้นแห่งมรรคาใหญ่ การจะสังหารเขาที่อยู่แค่ขั้นหนึ่งแห่งมรรคา ตามหลักการแล้วควรจะง่ายดายมาก แต่เหตุใดเขาถึงได้รู้สึกว่าพวกเขาแข็งแกร่งกว่าไม่มากนัก?
หรือว่าพวกนั้นมิใช่ขั้นที่สาม แต่เป็นขั้นที่สอง?
เรือยานอวกาศสีแดงเข้มจอดอยู่ไม่ไกลจากจ้าวอู่เจียงดูเหมือนกำลังประเมินสภาพของเขาในตอนนี้
ภายในเรือยานอวกาศ มีแสงจากดวงตาสองคู่กำลังสังเกตการณ์จ้าวอู่เจียงผ่านภาพจำลอง
ชายหญิงสองคนกำลังสังเกตร่างในชุดคลุมดำที่ลอยนิ่งอยู่กลางอวกาศ
“จุ๊ ๆ ใบหน้าด้านข้างนี่ มองดูหน้าตาของเขาระยะใกล้แล้ว ช่างหล่อเหลาไร้ที่ติจริง ๆ”
“พานอวี้เหลียน นั่นมันศพนะ เธอจะขึ้นขี่มันด้วยเหรอ”
“ศพแล้วยังไง ก็ยังดีกว่านาย จ้าวเจียงเฉียง อย่างน้อยหน้าตาของเขาก็หล่อ ส่วนนายสวมหน้ากากแบบนี้ คนก็ไม่ใช่ ผีก็ไม่เชิง หน้าตาก็คงไม่ได้เรื่องสินะ”
“หล่อไปก็เท่านั้น ศพมันแข็งไม่ได้หรอก แบบนั้นแล้วเธอคงไม่มีความสุขแน่ ฉันจะส่งเครื่องตรวจจับเข้าไปดูใกล้ ๆ ก่อน”
“โอ้ จ้าวเจียง แล้วนายแข็งได้ด้วยเหรอ? ฮึ ๆ อ้อไม่สิ นายแข็งได้ก็จริง แต่ถ้าไม่ได้ทำก็คงไม่มีประโยชน์อะไรหรอกนะ
“หุบปากก่อน นี่มันบ้าอะไรวะเนี่ย! ศพนี่อยู่ในระดับมหามรรคาด้วย!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า