เข้าสู่ระบบผ่าน

ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า นิยาย บท 1546

บทที่ 1546 สวมหน้ากาก

หลังจากสังหารคนเสร็จอย่างรวดเร็ว จ้าวอู่เจียงก็ตั้งใจจะทำลายยานอวกาศลำนี้เพื่อกำจัดศพและร่องรอย หรือไม่ก็แค่กำจัดศพ แล้วเก็บยานไว้ใช้เป็นพาหนะชั่วคราว

แต่ไม่นานเขาก็ขมวดคิ้ว เขาพุ่งไปที่หน้าต่างยาน แล้วเอียงตัวมองออกไปด้านนอก ในห้วงอวกาศมียานลำเล็กกำลังบินเข้ามาใกล้อย่างรวดเร็ว อีกทั้งเขายังเห็นดาวสีดำขนาดมหึมาลูกหนึ่งด้วย

บางทีนั่นอาจเป็นดาวโม่ที่จ้าวเจียงกับพานอวี้เหลียนพูดถึง และยานลำเล็กนั่นคงมารับพวกเขา?

จ้าวอู่เจียงครุ่นคิดเล็กน้อย ดวงตาพลันหมุนวน ร่างของเขากะพริบวาบพุ่งไปยังศพของจ้าวเจียงและพานอวี้เหลียน

เขาใช้ฝ่ามือตบศพของพานอวี้เหลียนให้กลายเป็นผุยผง จากนั้นก็ถอดเสื้อผ้าและหน้ากากของจ้าวเจียงออก

ในตอนนี้ยังมีหลายอย่างที่ไม่กระจ่าง ยานลำเล็กที่กำลังเข้ามาใกล้นั่น น่าจะมาหาจ้าวเจียง เขาไม่อาจหนีออกจากยานไปอย่างไม่รอบคอบก่อนที่จะรู้พลังของอีกฝ่าย

การปรากฏตัวของจ้าวเจียง พานอวี้เหลียน และยานลำนี้ รวมถึงน้ำยาวิวัฒนาการเหล่านี้ ทั้งหมดล้วนเป็นเงาสะท้อนของเทคโนโลยีที่จ้าวอู่เจียงเคยเห็นในฮัวเซี่ย

เขาไม่อาจมั่นใจได้ว่าหากหนีออกจากยานไปแล้วจะมิถูกพบเห็นร่องรอย หรือจะมีเทคโนโลยีติดตามแบบใดที่ทำให้เขาไม่อาจหลบซ่อนได้

ตอนนี้การตัดสินใจที่ปลอดภัยที่สุดคือการปลอมตัวเป็นจ้าวเจียงไปก่อน

จ้าวเจียงสวมหน้ากากไฮเทกที่สามารถเปลี่ยนสีหน้าได้มาตลอด น้อยคนนักที่จะเห็นใบหน้าจริงของเขา จึงเป็นตัวเลือกที่สะดวกที่สุดสำหรับการปลอมตัว

ในขณะเดียวกัน เพื่อความไม่ประมาท จ้าวอู่เจียงจ้องมองใบหน้าจริงของจ้าวเจียงหลังถอดหน้ากากอย่างละเอียด เขาต้องจดจำมันไว้เผื่อในยามจำเป็น

จ้าวเจียงมีใบหน้าธรรมดา ๆ ความหล่อเหลานั้น ไม่ถึงครึ่งของกู่เทียนเล่อ อู๋เอี้ยนจู่ จินเฉิงอู่ หรือเฉินกวานซี แต่ก็นับว่าเป็นชายหนุ่มหน้าตาดีคนหนึ่ง

เมื่อจ้าวอู่เจียงสวมเสื้อโคตหนังสีดำยาวสไตล์สไตล์อินดัสเทรียล พร้อมสวมหน้ากากอิเล็กทรอนิกส์ บนหน้ากากก็ปรากฏสีหน้าเย็นชาที่ไม่เคยมีมาก่อน

ความเย็นชานั้นแฝงไปด้วยความรังเกียจ รังเกียจความมืดมนและความอยุติธรรมทั้งปวงในโลก อีกทั้งยังแฝงไปด้วยการดูแคลน มองทุกสรรพสิ่งราวกับมดปลวก

แต่ไม่นานสีหน้าบนหน้ากากนั้นก็เปลี่ยนไป กลายเป็นรอยยิ้มอ่อนละมุนดั่งหยก ทำให้ผู้คนรู้สึกราวกับได้สัมผัสสายลมแห่งฤดูใบไม้ผลิ

นี่คือรอยยิ้มที่เป็นเอกลักษณ์ของจ้าวอู่เจียง บัดนี้มันกลับมาปรากฏบนใบหน้าของเขาอีกครั้ง

ราวกับผ่านกาลเวลามาหลายภพชาติ

เขาใช้ฝ่ามือเดียวทำลายร่างเปลือยของจ้าวเจียงให้กลายเป็นผุยผง พร้อมกับใช้วิชากลืนนภาแย่งชิงเศษเสี้ยวดวงวิญญาณที่หลงเหลือของจ้าวเจียงมา ในยามที่หากเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นมา เขาจะได้บังคับปลุกวิญญาณที่เหลือขึ้นมาแก้ไขสถานการณ์ได้ทันที

เขาสามารถใช้หน้ากากแสดงสีหน้าเศร้าโศกหรือรอยยิ้มได้ตลอดเวลา ช่างเหมาะสำหรับทุกสถานการณ์

และหน้ากากนี้ยังมีก๊าซบรรจุอยู่ภายใน เมื่อสวมใส่ ใบหน้าจะปิดผนึกอย่างสมบูรณ เช่นนั้นแล้วจึงสามารถใช้หายใจได้

เหมือนว่ามันจะมีประโยชน์อยู่อีกมากมายหลายอย่าง แต่เนื่องจากข้อจำกัดด้านเวลา จ้าวอู่เจียงจึงพอจะค้นพบประโยชน์ได้เพียงเท่านี้

เมื่อประตูห้องโดยสารเปิดออก ห้วงอวกาศก็ปรากฏอยู่เบื้องหน้า ใกล้ ๆ กันนั้น มียานอวกาศขนาดเล็กสีดำลำหนึ่ง

จ้าวอู่เจียงกระโดดลงไป ร่างของเขาตกลงบนกระจกด้านหน้ายานอย่างแรง มือซ้ายถือหีบเหล็กไว้ มือขวาแตะกระจกใสด้านหน้าเบา ๆ แล้วลุกขึ้นยืน มองลงไปยังคนในยานด้วยท่าทางข่มขู่ กระแสพลังอำนาจที่มองไม่เห็นแผ่ซ่านออกมา

บี๊ป! ในเวลาเดียวกันก็มีเสียงดังขึ้นจากในหน้ากาก ดูเหมือนว่ามันจะเชื่อมต่อกับช่องสัญญาณเสียงภายในยานลำนี้ได้แล้ว

ดูท่าการค้าขายระหว่างจ้าวเจียงกับดาวโม่ไม่ใช่ครั้งแรกหรือครั้งที่สอง แต่เป็นลูกค้าประจำ

เขามองเห็นคนด้านในที่กำลังโบกไม้โบกมือ และได้ยินเสียงตะโกนด้วยความโกรธ

“นายบ้าไปแล้วเหรอ จ้าวเจียง!”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า