บทที่ 1588 เมิ่งหลิน
จ้าวอู่เจียงเดินผ่านความมืดมิดมา กระทั่งเข้ามาในสวนลับภายในคฤหาสน์
เสียงแมลงและนกร้องขับขานสร้างบรรยากาศอันสงบเงียบและผ่อนคลาย
บนท้องฟ้าเบื้องบน คือนภาอันแสนกว้างใหญ่ไพศาล แสงดาวพราวระยิบระยับ
สุดท้ายแล้วจ้าวอู่เจียงก็ตัดสินใจจากมา ไม่ได้อยู่รอให้ถูกจับกุม
การถูกใส่ร้ายเป็นเรื่องที่อธิบายให้กระจ่างไม่ได้ ทั้งยังไม่อาจลงมือกับคนของสำนักงานรักษาความสงบ เพราะถ้าหากลงมือก็เท่ากับยืนยันว่าตนเป็นคนร้ายตัวจริง
เขาเข้าใจดีถึงเหตุผลที่หยวนเหลยปล่อยให้เขาจากไปชั่วคราว เพราะต้องการใช้เขาเป็นเครื่องมือตามหาคนร้ายตัวจริง
จ้าวอู่เจียงรู้ทุกอย่าง เขาเป็นคนที่เข้าถึงจิตใจผู้คนเป็นอย่างดี แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก
มีชีวิตอมตะ ไร้พันธนาการ ขอเพียงญาติมิตรยังมีชีวิตอยู่ก็เป็นพอ
แต่บัดนี้อิสระของเขาถูกทำลายลง เพราะต้องแบกรับความผิดแทนผู้อื่น
เขามองราตรีกาลอยู่เพียงครู่ ก่อนจะเบาเท้าทะยานออกจากสวน กวาดสายตามองอาคารที่ตั้งตระหง่านรอบกายใต้ม่านราตรี ที่ใดคือบ้าน ที่ใดคือเส้นทางกลับ?
ความรู้สึกโดดเดี่ยวพลันถาโถมเข้าสู่จิตใจ
เขาปล่อยให้สัญชาตญาณนำทาง พุ่งทะยานไปในความมืด ก่อนจะหายลับไป
เมื่อร่างของเขาหายลับเข้าไปในความมืดมิดยามราตรี เวลาผ่านไปเพียงครู่ จากมุมมืดของสวนก็มีร่างของคนสองคนค่อย ๆ เดินออกมา
หนึ่งในนั้นมีรูปร่างสูงโปร่ง อีกคนมีรูปร่างเล็กน่ารัก
“พี่ชิ่งคะ ฉันรู้สึกว่าเคยเห็นเขาที่ไหนมาก่อน” ร่างเล็กนั้นคือเด็กสาวตัวน้อยจากสถานสงเคราะห์ที่มีชื่อว่าเมิ่งหลิน
เมิ่งหลินในสถานสงเคราะห์มีแค่ชื่อ ไม่มีนามสกุล
นี่เป็นวิธีเล็ก ๆ ที่สถานสงเคราะห์คิดขึ้นเพื่อให้เด็ก ๆ ได้รับการยอมรับจากครอบครัวที่มาขอรับเลี้ยงบุตรบุญธรรมได้ง่ายขึ้น
ส่วนจ้าวอู่เจียงก็ยังคงนั่งยอง ๆ อยู่บนกำแพงสวนตรงจุดที่เด็กหญิงเหลือบมองเมื่อครู่ แววตาของเขาอ่อนโยนดุจสายลมราตรี
ตั้งแต่ตอนที่เขาใช้ทางลับมาถึงสวนแห่งนี้ เขาก็รับรู้ถึงกลิ่นอายของคนทั้งสอง หริอพูดให้ถูกต้องก็คือ ตอนนั้นเขารับรู้กลิ่นอายของคนเพียงคนเดียว นั่นก็คือกลิ่นอายของเด็กหญิง
สาเหตุก็ไม่มีอะไรอื่น เพราะสิ่งที่เขารับรู้ได้คือกลิ่นอายวิญญาณของเซวียนหยวนจิ้ง
ในความมืดมิดวิญญาณของจิ้งเอ๋อร์คือแสงสว่างเพียงหนึ่งเดียวในใจเขา กระนั้นเขาก็ไม่แสดงท่าทีใด ๆ และในที่สุดก็เข้าใจแล้วว่าทำไมถึงรู้สึกคุ้นเคยกับซีเหมินฉางชิ่ง
ซีเหมินฉางชิ่งคงจะใกล้ชิดกับเด็กหญิงผู้นี้อยู่บ่อย ๆ จึงมีกลิ่นอายของเด็กหญิงติดตัวอยู่ ถึงได้ทำให้เขารู้สึกคุ้นเคย
เขาเฝ้ามองดูอย่างเงียบ ๆ ด้วยดวงตาที่ทอประกายอ่อนโยน
หากจะพูดว่าก่อนหน้านี้ในใจเขายังคิดว่าในเมื่ออธิบายไม่ได้ก็ไม่จำเป็นต้องอธิบาย เปลี่ยนตัวตนแล้วใช้ชีวิตไป รอโอกาสที่เหมาะสมค่อยเอาวิญญาณของจิ้งเอ๋อร์คืนมาจากโม่ ทว่าตอนนี้แผนการนี้กลับต้องล้มเลิกไป เพราะเด็กหญิงที่ให้ดวงวิญญาณของจิ้งเอ๋อร์ได้พักพิงมีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องนี้ ดังนั้นเขาจึงมุ่งมั่นที่จะค้นหาความจริง
จ้าวอู่เจียงถอนหายใจยาว ร่างกายโน้มไปด้านหลัง ก่อนจะกลืนหายเข้าไปในความมืดของราตรี โดยมิรู้ว่าจะมุ่งหน้าไปที่ใด

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า