เข้าสู่ระบบผ่าน

ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า นิยาย บท 1593

บทที่ 1593 น้องชายโง่ของฉัน

“หลังจากเรื่องนี้ออกข่าวแล้ว ไม่ว่าจ้าวเจียงจะเป็นคนร้ายตัวจริงหรือไม่ ก็ตกอยู่ในอันตรายทั้งนั้น”

หยวนเหลยอธิบายให้พี่น้องตระกูลซีเหมินฟังว่า

“ไม่ว่าคนที่อยู่เบื้องหลังจะเป็นตระกูลอวี้หรือไม่ก็ตาม พวกเขาก็คงไม่ปล่อยจ้าวเจียงไว้แน่ วิธีจัดการที่น่าจะเป็นไปได้คือการฆ่าปิดปาก ฉันคิดว่าจ้าวเจียงก็คงรู้เรื่องนี้ดี

ถ้าเขาเป็นฆาตกรที่ถูกใช้เป็นเครื่องมือจริง เขาก็จะต้องทิ้งหลักฐานและแผนสำรองไว้ เพื่อเพิ่มข้อต่อรองในการข่มขู่คนเบื้องหลัง

แต่ถ้าหากเขาไม่ใช่คนร้าย เขาก็จะต้องทุ่มเทชีวิตเพื่อสืบหาความจริง ก่อนที่จะถูกจับหรือถูกฆ่าปิดปาก เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเอง”

“แล้วถ้าเขาหลบหนีไปล่ะ?” ซีเหมินฉางชิ่งถาม

ผู้จัดการหยวนเหลยจิบไวน์แดงที่เหลืออยู่ครึ่งชามแล้วตอบว่า

“จะหนีไปซ่อนที่ไหนได้? ในยุคที่มีเทคโนโลยีทันสมัยแบบนี้ จะมีสักกี่คนที่สามารถ… แกนี่ ไม่ได้แปรงฟันตอนกลางคืนรึไงวะ ทำไมมีกลิ่นกระเทียมแรงจัง!”

“หา?”

ซีเหมินฉางชิ่งทำหน้างุนงง

“ฉันไม่ได้กินนะ นี่ก็ยังไม่ได้กินข้าวเย็นด้วยซ้ำ…”

“ผ…ผม…” ซีเหมินฉางไห่ที่อยู่ด้านข้างยกมือขึ้นอย่างสั่นเทา

“ผมใส่กระเทียมลงไป…”

“แก… แกนี่มัน… เป็นบ้ารึไงวะ?” หยวนเหลยรู้ว่าซีเหมินฉางไห่ไม่ค่อยเต็ม แต่เขาก็ยังสงสัยว่าการกระทำอันโง่เง่าของคนโง่คนนี้มีสาเหตุมาจากอะไรกันแน่

“พี่เหลย เมื่อกี้พี่ไม่ได้บอกเหรอว่าคนที่อยู่เบื้องหลังอาจเป็นตระกูลอวี้น่ะ?” ซีเหมินฉางไห่พูดอย่างน้อยเนื้อต่ำใจ

“ผมคิดว่าถ้าตระกูลอวี้ต้องการกำจัดพวกเราจนสิ้นซาก แล้วใส่ยาพิษมาทำร้ายพวกเราล่ะ…

กระเทียมไม่ใช่ของแก้พิษหรอกเหรอ? ผมก็เลยโยนมันลงไปในไวน์แดงของพี่หนึ่งหัว”

“งั้นเหรอ… งั้นฉันจะช่วยถอนพิษออกจากสมองแกเอง!” หยวนเหลยกระโดดขึ้นมา ตบฝ่ามือใส่ศีรษะของซีเหมินฉางไห่

“แกเอากระเทียมมาจากไหน?”

“ผมเด็ดมาจากแปลงผักของผมเอง…” ซีเหมินฉางไห่วิ่งหนี ดูเหมือนกลัวว่าพี่เหลยจะไม่เชื่อ เขาจึงเสริมว่า

“ใช้ปุ๋ยอินทรีย์ด้วย ผมถ่ายเองกับมือ…”

“ฉัน******* *** **” หยวนเหลยโกรธจนแทบจะระเบิด ริมฝีปากบนกระทบล่างไม่หยุด

ตำรวจหญิงคนที่เคยถูกจ้าวอู่เจียงจับมือตอนกวาดล้างการค้าประเวณีมีชื่อว่า ‘ไป๋เสวี่ย’ เธอขมวดคิ้วเดินมาที่หน้าเครื่องคำนวณ แล้วลงมือค้นหาด้วยตนเอง และก็พบว่าไม่มีข้อมูลประวัติของจ้าวอู่เจียงอยู่เลย เธอขมวดคิ้วหนักกว่าเดิม

“ถอดหน้ากากออกซะ จะได้ตรวจสอบใบหน้า” เธอจ้องมองจ้าวอู่เจียงอย่างดุดัน

“ถอดไม่ได้ ถ้าถอดหมดจะผิดกฎหมาย” จ้าวอู่เจียงตอบด้วยน้ำเสียงหน้าด้าน

“ที่นี่เป็นสำนักงานรักษาความสงบ ไม่ใช่ร้านนวดเท้า ถอดหมดมันจะผิดกฎหมายได้ยังไง? บอกให้ถอดหน้ากากออก ทำไมต้องพูดจาอ้อมค้อมมากมายด้วย?” ไป๋เสวี่ยส่งสัญญาณให้รุ่นน้องสองคนไปถอดหน้ากากของจ้าวอู่เจียง

“ช่างเถอะ น้อง ๆ ทั้งหลาย” จ้าวอู่เจียงที่เผชิญหน้ากับตำรวจทั้งห้องกลับไม่มีท่าทีสำนึกผิดที่ควรมีเมื่อถูกจับกุมในคดีค้าประเวณี แต่กลับรู้สึกเหมือนได้กลับบ้าน

น้อง ๆ ที่นี่ทั้งพูดจาไพเราะและรูปร่างหน้าตางดงาม

เจ้าหน้าที่รุ่นน้องทั้งสองคนเข้าประกบข้างซ้ายข้างขวาของจ้าวอู่เจียงพร้อมยื่นมือไปดึงหน้ากาก

“นายเป็นคางคกหรืออย่างไร ไม่ยอมให้ใครเห็นหน้า?”

“ผมเป็นผู้ชายบริสุทธิ์เหมือนแตงกวา ถ้าได้เห็นหน้าผมแล้ว พวกคุณต้องรับผิดชอบนะ” จ้าวอู่เจียงไม่ได้ขัดขืน แต่แอบเปลี่ยนแปลงโครงกระดูกเพื่อเปลี่ยนโฉมหน้าของตน ให้ใบหน้าดูดีเพียงสองในสามของใบหน้าเดิม แต่กระนั้นก็ยังดูดีกว่าคนทั่วไปเล็กน้อย

“ตรวจสอบข้อมูลตัวตน ให้ความร่วมมือในการสอบสวนด้วย” ไป๋เสวี่ยจ้องมองด้วยความโกรธ เธอเกลียดชังสิ่งมีชีวิตเพศชายที่มีแต่ความลามกในสมองแบบนี้ที่สุด

ทว่าเมื่อหน้ากากถูกดึงออก ไม่เพียงแค่เธอ ทั้งห้องเล็ก ๆ กลับตกอยู่ในความเงียบอย่างประหลาด

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า