เข้าสู่ระบบผ่าน

ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า นิยาย บท 1605

บทที่ 1605 ตกปลาล่าคน

ในความมืดใต้ท้องฟ้ายามราตรีของเมือง จ้าวอู่เจียงขี่รถจักรยานยนต์บินได้ พลิกแพลงไปมาด้วยลีลาอันงดงาม

เมื่อขี่จนพอใจแล้ว จ้าวอู่เจียงก็ไม่ขี่มันอีกต่อไป ท่ามกลางการไล่ล่าของเจ้าหน้าที่สำนักงานรักษาความสงบนับไม่ถ้วน รถจักรยานยนต์บินได้ก็ระเบิดจนเกิดเสียงสนั่น จ้าวอู่เจียงฉวยโอกาสนั้นหายวับไปไร้ร่องรอย

แน่นอนว่าเขาสามารถใช้วิธีที่สง่างามที่สุดได้ เพราะเขาเป็นผู้แข็งแกร่งขั้นมหามรรคา การหายตัวไปต่อหน้าผู้คนมากมายเป็นเรื่องง่ายดายเหลือเกิน แต่สัญชาตญาณในจิตใต้สำนึกทำให้เขายับยั้งวิชาของตนไว้ตลอด ไม่ยอมให้เปิดเผยออกมา

ผ่านดาวดวงแปลกหน้าติดต่อกันหลายดวง เขาคอยสังเกตการณ์อยู่ในที่ลับว่ามีผู้บำเพ็ญโบราณผู้แข็งแกร่งอยู่หรือไม่ แต่ก็น่าผิดหวังที่ไม่พบเลย

ทั้งที่ทุกคนรู้ถึงการมีอยู่ของผู้บำเพ็ญโบราณ แต่เหตุใดถึงไม่มีผู้บำเพ็ญโบราณผู้แข็งแกร่งปรากฏตัวเลย

เขาเคยพบทั้งผู้วิวัฒนาการและผู้ใช้กลไกที่มีอวัยวะในร่างกายเป็นเครื่องจักรกล แต่กลับไม่เคยพบผู้บำเพ็ญโบราณผู้แข็งแกร่ง ผู้บำเพ็ญโบราณที่แข็งแกร่งที่เขาเคยพบมีเพียงอวี้เซี่ยวหู่เท่านั้น

ในงานวันเกิดของโม่หลี อวี้เซี่ยวหู่เคยแสดงวิชาให้เห็น

วิชานั้นประหลาดยิ่งนัก ทั้งที่รู้สึกว่าเหมือนขั้นจักรพรรดิสูงสุด แต่กลับเต็มไปด้วยความแตกกระจาย จนถึงขั้นอ่อนแออย่างน่าสมเพช

เขารู้สึกราง ๆ ว่าดาวดวงต่าง ๆ ในอาณาเขตพันดารานี้ไม่ชอบผู้บำเพ็ญโบราณผู้แข็งแกร่ง

แต่ด้วยเหตุอันใด เขายังไม่เข้าใจชัดเจนในยามนี้

หลังจากการระเบิดรถจักรยานยนต์บิน จ้าวอู่เจียงก็ได้หายไปใต้ท้องฟ้ายามราตรี แต่การไล่ล่ายังคงดำเนินต่อไป

เขาเดินอยู่ในตรอกเล็ก ๆ ที่มืดสนิท ในขณะที่กำลังล่อเหยื่อ ก็เดินตามสัญชาตญาณมุ่งหน้าไปยังคฤหาสน์ของซีเหมินฉางชิ่ง

เหตุการณ์ที่สถานสงเคราะห์เทียนคงชิงหลางครั้งนี้ ไม่เพียงแต่ผู้อำนวยการและผู้ดูแลหอพักจะถูกฆ่า แต่ยังมีเด็กหายตัวไปอีกหนึ่งคน สัญชาตญาณบอกเขาว่าเด็กอาจเป็นจุดสำคัญ

และเช่นเดียวกับเมิ่งหลิน เด็กหญิงตัวน้อยที่เป็นที่พักวิญญาณของจิ้งเอ๋อร์ ทำให้เขาให้ความสนใจเป็นพิเศษ สัญชาตญาณทำให้เขาอยากเข้าไปใกล้ ๆ เพื่อไปเผชิญกับบางสิ่งบางอย่าง

สัญชาตญาณไม่ต้องการเหตุผล เพียงแค่ทำตามมันไป

ในตอนนั้นเองความเงียบสงัดของราตรีรอบด้านก็ถูกทำลายลง

“จ้าวเจียง หลายวันไม่ได้พบกันเลย โอ้ ดูเหมือนพลังจะเพิ่มขึ้นไม่น้อยนะ” เสียงหัวเราะเยาะดังมาจากรอบ ๆ ตรอกมืด แล้วเสียงอื่น ๆ ก็ดังตามมา

มีพูดด้วยความดุร้าน

“นายทำผิดร้ายแรง รู้กฎและจุดจบดีอยู่แล้ว ตอนนี้ก็ฆ่าตัวตายซะเถอะ อย่าให้พี่น้องลำบากใจเลย”

ก่อนจะมีคนพูดด้วยความรู้สึกขอโทษ

“จ้าวเจียง ขอโทษนะ ฉันไม่มีทางเลือก นายก็รู้”

แท้จริงแล้วใครกันที่เป็นมือสังหารตัวจริง

“ฉันจะให้โอกาสพวกนายเป็นครั้งสุดท้าย ใครส่งพวกนายมา?” ดาบยาวในมือของจ้าวอู่เจียงหมุนวนเป็นวง ก่อนจะแทงไปด้านหลัง ปักเข้ากลางหัวใจของผู้ลอบโจมตีคนหนึ่งโดยตรง จากนั้นเขาก็หมุนดาบอย่างไร้ความรู้สึก เสียงเนื้อและเลือดถูกบดขยี้ดังชัดเจนในความมืด

นี่คือการจู่โจมโดยไร้เสียง ตอนแรกทุกคนกล่าวคำพูดอย่างดูมั่นใจ ทว่าบัดนี้กลับไม่มีใครกล้าอ้าปากพูดอีก

ผู้ที่ปรากฏตัวอยู่กลัวว่าการพูดจะยั่วยุให้จ้าวอู่เจียงผู้มีพลังอันน่าพรั่นพรึงโกรธ ส่วนผู้ที่ซ่อนตัวอยู่ในที่มืด ก็กลัวว่าการพูดจะเผยที่ซ่อนของตน

พวกเขาต่างมองหาจุดอ่อนของจ้าวอู่เจียงรอจังหวะลงมือ แต่จ้าวอู่เจียงไม่ให้โอกาสพวกเขาอีก นั่นเพราะเขาได้ให้คำเตือนครั้งสุดท้ายไปแล้ว

ตอนนี้

เขาต้องการฆ่า

ดวงตาของเขาลึกล้ำมองผู้ที่มาฆ่าเขาเพื่อปิดปากเหมือนดั่งตะเกียงน้ำมันหลายดวงในราตรีกาล ชัดเจนไร้ที่ซ่อน

ในชั่วขณะถัดมา เขาก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว

“พวกนายต่างหากที่ถูกฉันล้อมไว้”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า