บทที่ 1642 บริสุทธิ์ใจ
“พี่…”
โม่หลีมีเส้นผมสีเงินขาวเป็นเงางาม
เธอจ้องมองพี่สาวของตัวเองอย่างรู้สึกผิด
เธอไม่สามารถทำอะไรได้เลย
ทุกอย่างต้องให้พี่สาวช่วยจัดการให้
ทุกคนบอกว่าเธอมีพรสวรรค์ล้ำเลิศ แต่เธอกลับเกลียดที่ตัวเองมีพลังอ่อนแอเกินไป
ดังนั้นการค้นหาร่างวิญญาณที่ไม่สมบูรณ์จึงต้องเร่งให้เร็วขึ้น
แม้แต่ร่างวิญญาณที่ไม่สมบูรณ์ที่อาศัยอยู่ในร่างเธอชั่วคราว ก็ยังให้พลังที่น่าตื่นตะลึงกับเธอ
หากร่างวิญญาณนั้นสมบูรณ์ เธอแทบไม่กล้าจินตนาการว่าพลังนี้จะน่าตกตะลึงมากขนาดไหน
โม่หรานหร่านยิ้มอย่างอ่อนโยน รอยยิ้มที่แตกต่างจากตอนที่เธออยู่ข้างนอกและต้องเผชิญหน้ากับคนอื่นโดยสิ้นเชิง ตอนนี้เป็นความจริงใจ ไม่เหมือนกับความจอมปลอมภายนอก
เธอยิ้มพลางพูดว่า
“ไม่ต้องกังวล เดี๋ยวพี่จัดการทุกอย่างเอง…”
—
ในเวลาเดียวกัน
“ข้าอยู่ตรงนี้ มิต้องกังวล…”
จ้าวอู่เจียงที่เปลือยท่อนบนกอดหลิวเหม่ยเอ๋อร์แน่นขึ้น
ดูเหมือนหลิวเหม่ยเอ๋อร์จะฝันร้าย ร่างบอบบางสั่นเทาเล็กน้อย
นางยังละเมอพึมพำคำพูดที่ฟังไม่ชัดด้วยความหวาดกลัว
จ้าวอู่เจียงครุ่นคิดถึงเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นในช่วงนี้
มีเรื่องจุกจิกมากมาย แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการคิดหาวิธีรวบรวมวิญญาณของจิ้งเอ๋อร์ให้เร็วที่สุด แล้วฟื้นคืนชีพนางให้ได้
“ฟื้นคืนชีพเถิด ที่รักของข้า!”
จ้าวอู่เจียงพอจะนึกภาพออกว่าหลังจากรวบรวมวิญญาณของจิ้งเอ๋อร์ได้แล้ว เขาจะพูดหรือคิดสิ่งใด
แต่ว่า… เขารู้สึกว่ามันแปลก ๆ ตรงไหนสักอย่าง
ฉากการฟื้นคืนชีพคนรัก เขาเกือบจะถูกพันธนาการด้วยสีฟ้า…เงิน…
โชคดีที่เขาไม่ได้ถูกพันธนาการในตอนนั้น แต่ตอนนี้กลับถูกร่างอ้อนแอ้นของหลิวเหม่ยเอ๋อร์พันธนาการแทน
เขานอนอยู่บนเตียง หลิวเหม่ยเอ๋อร์รู้สึกไม่มั่นคงปลอดภัย จึงทิ้งตัวทาบทับอยู่บนร่างเขา
จวบจนเวลาผ่านไป
จ้าวอู่เจียงเดิมทีกำลังครุ่นคิดถึงเรื่องมากมาย
แต่ช่วงนี้เขาไม่ค่อยได้พักผ่อน ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไร เขาค่อย ๆ หลับตาลงและจมลงสู่ห้วงนิทราอย่างสงบ
ภายในห้องมีค่ายกลป้องกันที่เขาจัดวางเอาไว้
โดยพื้นฐานแล้วตราบใดที่ไม่เจอกับผู้เฒ่าประหลาดอย่างหั่วอวิ๋นจื่ออีก เขาก็จะสามารถรับรู้ได้ทันทีเมื่อมีผู้ไม่ประสงค์ดีบุกรุกเข้ามา และสามารถรับมือได้ทัน
จำไว้
ต้องการร่างที่มีชีวิตเท่านั้น!”
“จ้าวเจียงไม่น่าจะมีพลังขนาดนั้นได้” อวี้กวงจงเอ่ยเสียงเย็น
“ถึงจ้าวเจียงจะเป็นลูกนอกสมรสของจ้าวฮ่าว แต่ถ้าหากจ้าวฮ่าวแอบสนับสนุนทรัพยากรให้เขาจนมีพลังอย่างทุกวันนี้ และเขาแอบซ่อนพลังเอาไว้ตลอดล่ะ?”
เสียงข้างกายดังขึ้นใกล้ ๆ
“ฉันบอกว่าเขาไม่ใช่จ้าวเจียง เขาก็ไม่ใช่ ถึงจะใช่ก็ต้องไม่ใช่ เข้าใจไหม?”
เสียงนั้นแฝงไปด้วยความเด็ดขาดและหนักแน่น
อวี้กวงจงอึ้งไปชั่วครู่ แต่ก็ยังค้าน
“ถึงเขาจะไม่ใช่จ้าวเจียงจริง ๆ แต่วรยุทธ์โบราณที่แปลกประหลาดแบบนี้ อาจจะมีปีศาจร้ายที่ซ่อนตัวอยู่เบื้องหลัง ถ้าพวกเราลงมือกับเขาโดยไม่ระวัง แล้วเปิดเผยตัวออกไปจะทำอย่างไร?”
เสียงนั้นหัวเราะเบา ๆ “จะทำอย่างไร? ก่อนหน้านี้นายก็ลงมือกับเขาไปแล้วไม่ใช่เหรอ?”
“การจับตัวเขาครั้งก่อนมีเหตุผล มีที่มาที่ไป ไม่กลัวใครสงสัย”
“งั้นครั้งนี้นายก็แค่ทำเหมือนครั้งที่แล้ว เหตุผลก็แค่จับตัวเขามาเป็นเครื่องสังเวย แค่นี้ก็พอแล้วไม่ใช่เหรอ?”
“ไม่” อวี้กวงจงที่มีผมเสยหลังเรียบแปล้ทุกเส้น พูดเสียงเย็น
“ทำอะไรด้วยจุดประสงค์แบบไหน ก็จะเผยจุดอ่อนแบบนั้น
การที่ฉันส่งคนไปจับตัวเขาเพราะเขามาหาเรื่องฉัน กับการที่ฉันส่งคนไปจับตัวเขาเพราะต้องการตัวเขาไปเป็นเครื่องสังเวย มันคนละเรื่องกัน!”
“เมื่อความล้มเหลวเกิดขึ้น ปัญหาที่ถูกเปิดเผยออกมาก็เป็นสองแบบที่แตกต่างกัน!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า