เข้าสู่ระบบผ่าน

ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า นิยาย บท 1644

บทที่ 1644 ปิดตา

จ้าวอู่เจียงลืมตาขึ้นมาขณะที่ความฝันกำลังพังทลายลงอย่างรวดเร็ว

ด้านนอกท้องฟ้ามืดสลัว หน้าต่างบานใหญ่มีละอองน้ำเกาะอยู่ ข้างนอกคงกำลังฝนตก

จ้าวอู่เจียงพยายามลุกขึ้นจากอ้อมกอดของหลิวเหม่ยเอ๋อร์ แต่ก็ไม่อาจทำได้ เพราะหลิวเหม่ยเอ๋อร์นอนทับอยู่บนตัวเขา

“ฝันไปสินะ…”

จ้าวอู่เจียงถอนหายใจยาว แล้วพึมพำเบา ๆ

เขาแทบไม่เคยฝัน ทุกครั้งที่ฝันมักจะเป็นลางบอกเหตุอะไรบางอย่าง

เช่นนั้นแล้วความฝันครั้งนี้ต้องการจะบอกอะไรกับเขา หรือว่ามันจะเป็นเพียงความฝันธรรมดา ๆ?

“อืม…”

หลังจากจ้าวอู่เจียงตื่น การเคลื่อนไหวที่ไม่ระวังของเขาทำให้หลิวเหม่ยเอ๋อร์ตื่นขึ้นมา

หลิวเหม่ยเอ๋อร์ลืมตาขึ้นมาอย่างงัวเงีย ดวงตายังพร่ามัว นางครางเบา ๆ ก่อนจะได้ยินเสียงฝนตกดังหยดลงมา

นางค่อย ๆ รู้สึกตัวตื่นขึ้น ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเรื่อย ๆ

พร้อมกับการตื่นขึ้นของนาง ความรู้สึกหวาดกลัวเมื่อมาถึงโลกที่แปลกใหม่ก็ผุดขึ้นมาด้วย

นางรีบกวาดสายตามองสำรวจรอบ ๆ อย่างหลบ ๆ ซ่อน ๆ

ในชั่วขณะที่เห็นจ้าวอู่เจียง ดวงตาและร่างกายของนางก็หยุดสั่นในที่สุด

นางใช้มือทั้งสองกอดจ้าวอู่เจียงแน่น และถอนหายใจอย่างโล่งอก หน้าอกขยับขึ้นลง

หน้าอกอวบอิ่มของนางแนบชิดอยู่กับแผงอกกำยำของจ้าวอู่เจียงไปมา

ทว่านางกลับไม่รู้สึกตัว รู้เพียงว่าการอยู่ใกล้จ้าวอู่เจียงทำให้นางรู้สึกอุ่นใจ

คนในยุทธภพไม่ถือสาเรื่องเล็กน้อย จ้าวอู่เจียงจึงไม่ใส่ใจรายละเอียดเช่นนี้

“ท่านจ้าวเจ้าคะ…”

หลิวเหม่ยเอ๋อร์ร้องเรียกเบา ๆ

ในความทรงจำของนาง จ้าวอู่เจียงได้รับความโปรดปรานจากฮ่องเต้มากขึ้นเรื่อย ๆ

นางเป็นสนมในวังหลัง นอกจากคนที่สนิทกับจ้าวอู่เจียงก็มิมีผู้ใดโง่พอที่จะยังเรียกเขาว่า ‘เจ้าหนูจ้าว’ ส่วนใหญ่จะเรียกให้เกียรติว่าท่านจ้าวหรือขันทีใหญ่จ้าว

พลันใดนั้นนางก็ค่อย ๆ นึกขึ้นได้

ก่อนที่จะเกิดความพินาศในราชวงศ์ต้าเซี่ย จ้าวอู่เจียงดูเหมือนจะเปิดเผยความจริงบางอย่างกับพวกนาง

อย่างเช่นเรื่องที่จ้าวอู่เจียงไม่ได้เป็นขันทีอย่างที่คิด แต่เป็นบุรุษแท้

ตอนนั้นท่านหลิวเจ๋อเคยคาดการณ์ว่า คนมีความสามารถอย่างจ้าวอู่เจียงน่าจะเป็นขุนนางลับที่อดีตฮ่องเต้ทิ้งไว้ให้ฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน เพื่อช่วยงานราชการ

นั่นจึงเป็นเหตุผลที่จ้าวอู่เจียงมีความสามารถล้ำเลิศขนาดนั้น และเป็นเหตุผลที่ทั้งฮ่องเต้และตระกูลตู๋กูต่างให้ความสำคัญกับเขาเป็นพิเศษ

ภาชนะ…

ใช่แล้ว จ้าวอู่เจียงเป็นขุนนางเพียงคนเดียวในวังที่สามารถครอบครองภาชนะนั้นได้

เมื่อหลิวเหม่ยเอ๋อร์นึกถึงว่าจ้าวอู่เจียงเป็นบุรุษแท้ นางก็พลันตระหนักได้ว่ากลิ่นอายที่ทำให้นางรู้สึกอุ่นใจนั้น คือกลิ่นอายอันแข็งแกร่งของบุรุษ

นางยังค้นพบอีกว่า กลิ่นอายอันแข็งแกร่งของบุรุษนี้ นางเคยสัมผัสมันมาแล้วหลายครั้งในรูปแบบของกระแสพลังตลอดหลายคืนหลายวันที่ผ่านมา

ความคิดในสมองของนางยิ่งชัดเจนขึ้น จ้าวอู่เจียงเป็นชายแท้ หลังจากจ้าวอู่เจียงตรวจอาการฮ่องเต้ ฮ่องเต้ก็หายดีและสามารถร่วมรักกับสนมได้?

รวมกับกลิ่นอายที่คุ้นเคยและทำให้นางรู้สึกอุ่นใจนี้ นางก็เข้าใจทุกอย่างอย่างรวดเร็ว

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะมือเรียวเล็กบอบบางของนางที่เล็กเกินไป หรือว่ารูปร่างที่อวบอิ่มเกินไปกันแน่

การปิดบังที่ไม่สมบูรณ์เช่นนี้ ดูกระอักกระอ่วน และมีเสน่ห์ยั่วยวนอย่างเขินอาย

จ้าวอู่เจียงที่กำลังอยู่ในวัยหนุ่มฉกรรจ์ รู้สึกถึงความร้อนผ่าวที่พลุ่งพล่านในร่างกาย

หลิวเหม่ยเอ๋อร์รู้สึกได้อย่างรวดเร็ว อยากจะลงไป ทว่าจ้าวอู่เจียงกลับใช้อะไรบางอย่างที่นางไม่รู้กดจุดชีพจรที่ขาเอาไว้

หลิวเหม่ยเอ๋อร์ตกใจกลัวอยากจะหนี

เพราะในความคิดของนาง ผู้ที่แตะต้องร่างกายของนางได้มีเพียงฮ่องเต้เท่านั้น

ส่วนเรื่องที่จ้าวอู่เจียงจะเป็นตัวแทนสนมโปรดของฮ่องเต้นั้น ก็เป็นเพียงการคาดเดา นางยังไม่ได้พิสูจน์

ดังนั้นหลิวเหม่ยเอ๋อร์จึงรีบเอามือปิดด้านบน แต่ผลลัพธ์คือดูแลด้านบนไม่ทันดูแลด้านล่าง

นางดูร้อนรนมากขึ้นเรื่อย ๆ จนแทบจะร้องไห้ออกมา น้ำตาคลอเบ้า ทั้งน่าสงสารและเย้ายวนใจในเวลาเดียวกัน

จ้าวอู่เจียงเห็นภาพตรงหน้าแล้วทนไม่ได้ที่จะเห็นหญิงสาวตื่นตระหนก จึงแนะนำด้วยความหวังดี

“ปิดตาสิ”

หลิวเหม่ยเอ๋อร์เข้าใจในทันที รีบยกมือขึ้นปิดตาตัวเอง

จ้าวอู่เจียงชะงัก ในใจคิด ‘ข้าบอกให้เจ้าปิดตาข้า แล้วเหตุใดเจ้าถึงใช้มือปิดตาตัวเองล่ะ?’

นี่มันเหมือนอุดหูขโมยกระดิ่งชัด ๆ

จ้าวอู่เจียงได้แต่ถอนหายใจ

เขาจำต้องมองร่างอ้อนแอ้นของหลิวเหม่ยเอ๋อร์อย่างชัดเจน จากนั้นนึกถึงกิจกรรมที่เหมาะกับการทำในยามเช้า เขาจึงยิ้มน้อย ๆ…

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า