บทที่ 1659 การให้อภัย
ในยามค่ำคืน เกิดภาพประหลาดขึ้น เมื่อผู้เฒ่าเต๋ายืนอยู่กับที่ มองซ้ายมองขวา สีหน้าเคร่งขรึมปนความตื่นตะลึง
บริเวณที่เขายืนอยู่ ดูเหมือนจะมีหมอกพิษที่สามารถสังหารคนได้ล้อมรอบอยู่ ทำให้เขาไม่กล้าขยับตัวตามใจชอบ
ในสายตาของคนที่ไม่รู้เรื่อง ผู้เฒ่าเต๋าดูเหมือนคนวิกลจริตที่ชี้นิ้วไปมาในอากาศอย่างไร้จุดหมาย
แต่สำหรับเฉียนอู่ฟาง ผู้เฒ่าเต๋าผู้เป็นเจ้าของเรื่องนั้น เขาสามารถมองเห็นพลังสายฟ้าในอากาศรอบตัว และรู้สึกได้ถึงพลังยันต์อันบริสุทธิ์และล้ำลึก
ทุกครั้งที่เขาชี้นิ้ว มันคือการพยายามใช้วิชายันต์ของตนทำลายยันต์สายฟ้าของจ้าวอู่เจียง
ยันต์สายฟ้าอันลึกลับนี้ นอกจากจะแสดงให้เห็นเป็นสายฟ้าในตอนแรกแล้ว เมื่อพลังของยันต์แผ่ออกมาอย่างเต็มที่ มันกลับไร้เสียงไร้รูป แต่แฝงไว้ด้วยอำนาจอันยิ่งใหญ่
ยิ่งเขาพยายามทำลายก็ยิ่งจมลึกลงไป และรู้สึกตระหนกกับทักษะอันลึกล้ำที่ซ่อนอยู่
เขาไม่อาจเข้าใจได้ว่าทำไมเด็กหนุ่มจ้าวอู่เจียงที่ดูหล่อเหลาคนนี้ถึงได้ครอบครองวิชายันต์ระดับนี้ได้
เขาเห็นชัดเจนว่าจ้าวอู่เจียงเพียงแค่ขีดเขียนในอากาศอย่างไร้ทิศทาง ไม่มีวัตถุรองรับยันต์ ไม่เห็นแม้แต่ตัวอักขระยันต์หรือคาถา มีเพียงแสงสายฟ้าวูบวาบ แล้วยันต์ก็ปรากฏขึ้น
วิธีการที่ดูง่ายดายราวกับเด็กเล่นนั้น กลับสร้างยันต์ที่มีพลังเกินกว่าที่เขาจะเอื้อมถึง
ทำได้อย่างไรกัน?
ผู้เฒ่าเต๋าเฉียนอู่ฟางพบว่าตนไม่สามารถทำลายมันได้ จึงพยายามลองเลียนแบบด้วยมือที่สั่นเทา แต่ก็ไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร
เขาได้แต่ยืนนิ่งอยู่กับที่ หรี่ตาที่ผ่านเรื่องราวมาอย่างโชกโชน ๆ พินิจพิเคราะห์ยันต์ที่ทำให้เขาหมดปัญญา พยายามหาจุดอ่อนในตัวมัน
ไม่ใช่ว่าเขาไม่เคยคิดจะใช้พลังเวทที่แข็งแกร่งของตนในการบังคับฝ่าผ่าน แต่เขามั่นใจว่าถ้าหากตนได้เข้าใจแม้เพียงเล็กน้อย หรือใช้วิถีแห่งยันต์ของตนทำลายวิถีแห่งยันต์ที่อยู่ตรงหน้าแม้เพียงเส้นเดียวได้ วิถีแห่งยันต์ของเขาจะต้องก้าวขึ้นไปอีกระดับแน่นอน
นี่คือโชคชะตา!
เขาจะไม่มีวันใช้พลังของตนไปทำลายโอกาสอันหาได้ยากยิ่งนี้เด็ดขาด
ส่วนเรื่องการจับกุมจ้าวเจียงนั้น เขาได้โยนทิ้งไปจากความคิดแล้ว อย่างไรเสียในการเดินทางครั้งนี้ก็มีนักบวชศักดิ์สิทธิ์แห่งศาสนจักรแห่งแสงสว่างอย่างเอลิซาอยู่ด้วย แค่มอบหมายให้เอลิซาจัดการก็พอ
—
เธอก้าวเดินต่อไป เหยียบย่ำบนพรมนุ่ม มาถึงหน้าประตูห้องที่ ‘จ้าวเจียง’ อยู่
ทว่าเธอกลับไม่ได้บุกเข้าไปจับตัวจ้าวเจียงในทันที เพราะเหรียญนักบุญที่ซ่อนอยู่ในเสื้อผ้าของเธอร้อนผ่าว เพื่อบอกว่าในห้องมีบางสิ่งที่อาจเป็นอันตรายต่อเธอ
‘นี่คงเป็นการป้องกันของจ้าวเจียง…’ เธอคิดในใจ รอยยิ้มค่อย ๆ ผุดขึ้นด้วยความดูแคลน
เธอได้เตรียมพิธีขับไล่ปีศาจไว้แล้ว แผนการการจับตัวจ้าวเจียงนั้น ทุกอย่างอยู่ในการคำนวณของเธอแล้ว
ขณะที่เอลิซากำลังจะท่องคาถา ผ้าคาดเอวบนชุดคลุมยาวสีดำทองของเธอพลิ้วไหวทั้งที่ไม่มีลม ที่ด้านหน้าของเธอประมาณหนึ่งเมตรมีแสงโค้งสายฟ้าสีเงินวาบผ่าน สายฟ้ารวดเร็ววาดเป็นเงาร่างสูงตระหง่าน
เอลิซาจ้องมอง ผู้มาเยือนเป็นชายในเสื้อโคตสีดำ หน้าตาหล่อเหลาสง่างาม มีบุคลิกพิเศษ เพียงแต่รอยยิ้มที่มุมปากและแววตาเจ้าชู้ทำให้เธอรู้สึกว่าคนผู้นี้ไม่น่าไว้ใจและไม่สุภาพ
เธอไม่ชอบเขาเลย
ผู้มาเยือนคือ ‘จ้าวอู่เจียง’ ที่กลับมาที่ห้องเพราะรู้สึกได้ถึงศัตรูที่เข้าใกล้ห้องของเขา เขายิ้มอย่างอ่อนโยน
“คุณอยากจะเข้าเหรอครับ? ถ้างั้นก่อนเข้าอย่าลืมเคาะประตูก่อนสิ นี่เป็นมารยาทพื้นฐาน”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า