บทที่ 195 ความลึกลับ
จ้าวอู่เจียงประสานมือคำนับ
“ท่านผู้อาวุโสกล่าวชื่นชมกันเกินไปแล้วขอรับ”
“เจ้า… เจ้าชื่นชอบเหนียนหยวนใช่หรือไม่?” กู้ชางเทียนเปลี่ยนเรื่อง ชายชราถามในสิ่งที่สงสัยมาตั้งแต่แรกทันที
จ้าวอู่เจียงถึงกับหยุดชะงัก
“ท่านผู้อาวุโส…”
“ตอบข้ามา!” กู้ชางเทียนจ้องมองอีกกฝ่ายเขม็ง
“ข้ารู้สึกเหมือนพวกเราเคยผูกพันกันมาก่อนขอรับ” จ้าวอู่เจียงตอบด้วยเสียงทุ้มต่ำ
“ข้าเพียงรู้สึก ‘คล้ายกับว่า’ พวกเราเคยพบเจอกันมาก่อน ถึงกระนั้นข้าก็ไม่ได้มีความคิดเป็นอื่นเลยขอรับ”
“แต่ข้ามองออกว่านางมีความรู้สึกให้เจ้า!” ดวงตาของกู้ชางเทียนเป็นประกายสว่างไสว กล่าวต่อไปด้วยความมั่นใจ
“ข้าอยากให้เจ้าพานางออกไปจากที่นี่ซะ! อีกไม่นานที่นี่กำลังจะมีสงคราม หากเจ้าอยู่ที่นี่กับเหนียนหยวน คงไม่แคล้วต้องมาเกี่ยวข้องกับสงครามอย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยงเป็นแน่!”
“ท่านผู้อาวุโส” จ้าวอู่เจียงหรี่ตาลงเล็กน้อย
“นอกจากมารักษาอาการป่วยให้กับท่านแล้ว ข้ายังมาที่นี่เพื่อคัมภีร์ปราณไร้วิญญาณอีกด้วย…”
จ้าวอู่เจียงไม่สามารถไปจากที่นี่ได้จริง ๆ เขาจะไม่ยอมให้คัมภีร์ปราณไร้วิญญาณตกไปอยู่ในมือของเซียวเหยาอ๋องอย่างเด็ดขาด
“ถึงเจ้าจะได้คัมภีร์ไปก็ไม่มีประโยชน์หรอก ถ้าเจ้าไม่มีพลังจิตที่แข็งแกร่งมากพอ มันจะทำให้เจ้าเสียสติ” กู้ชางเทียนกล่าวเตือนด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น
“ไต้ซือนักปัดกวาดนำหลักการของการเป็นนักบวชมาใช้กับวิชาปราณไร้วิญญาณ แต่เจ้าเป็นเพียงสามัญชน แม้เจ้าจะได้ไปครอบครองก็ไม่มีประโยชน์!”
“ท่านผู้อาวุโส หากเป็นเช่นนั้นจริง แล้วจะมีผู้คนมากมายต้องการแย่งชิงคัมภีร์เล่มนั้นไปเพื่อการใดขอรับ?” จ้าวอู่เจียงขมวดคิ้วสงสัย
“เรียนท่านผู้อาวุโสตามตรง แม้ข้าจะฝึกฝนคัมภีร์ปราณไร้วิญญาณไม่ได้ แต่ข้าก็มีหน้าที่ปกป้องไม่ให้มันตกไปอยู่ในมือของคนผู้หนึ่ง! หากเขาได้คัมภีร์เล่มนั้นไปครอบครอง แผ่นดินนี้ก็จะต้องเกิดการนองเลือดอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง แม้แต่แคว้นต้าเซี่ยก็อาจจะต้องล่มสลาย!”
“ผู้ใดหรือ?” คำพูดของจ้าวอู่เจียงทำให้ดวงตากู้ชางเทียนทอประกายวาวโรจน์ทันที
จ้าวอู่เจียงตอบเสียงแผ่วเบา
“บุรุษไร้หน้า เซวียนหยวนอวี้เหิง! นอกจากนี้ เขายังมีตำแหน่งเป็นถึงเสด็จอาของฮ่องเต้องค์ปัจจุบันอีกด้วย! และเขาก็ยังเป็นเจ้าสำนักมังกรเงิน ที่ได้ครอบครองคัมภีร์มหาเทพดูดดาว ข้าไม่รู้เลยว่าเขาสามารถใช้วิชานั้นได้ถึงระดับใดแล้ว แต่เกรงว่าหากเขาได้ฝึกฝนวิชาปราณไร้วิญญาณเพิ่มเข้าไปอีก แคว้นต้าเซี่ยก็จะต้องตกอยู่ในอันตรายเป็นแน่แท้!”
กู้ชางเทียนนิ่งเงียบ ดวงตาสั่นไหว พลันชายชราก็ลุกขึ้นยืนด้วยสีหน้าท่าทางขึงขัง
“ข้าจะพาเจ้าเข้าไปในสุสาน เจ้าเอาคัมภีร์นั้นไปเถอะ! แต่เจ้าต้องสาบานก่อนว่าจะไม่ทำให้เหนียนหยวนผิดหวัง!”
“ได้เลยขอรับ…” จ้าวอู่เจียงตอบรับด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ก่อนจะก้าวเดินตามกู้ชางเทียนไปด้วยฝีเท้าที่มั่นคง
ทว่าจ้าวอู่เจียงนึกอะไรบางอย่างได้ ดวงตาทอประกายระยิบระยับ ก่อนจะล้วงป้ายชิ้นหนึ่งออกมาจากในแขนเสื้อ
นี่เป็นป้ายของสมาชิกสำนักมังกรเงิน
จ้าวอู่เจียงวางแผ่นป้ายนั้นลงในโลงศพเพื่อเป็นของขวัญให้แก่เซียวเหยาอ๋อง
หลังจากนั้น เขาก็ค่อย ๆ เลื่อนฝาปิดโลงศพกลับมาตามเดิม ก่อนจะโค้งคำนับอีกครั้ง
“เจ้ากับเหนียนหยวนรีบกลับไปให้เร็วที่สุดจะดีกว่า…” กู้ชางเทียนถอนหายใจ
จ้าวอู่เจียงพยักหน้า ถูนิ้วมือของตนเองเบา ๆ ยิ่งรู้สึกว่ามีบางอย่างที่เขาไม่เข้าใจมากขึ้นเรื่อย ๆ
เขาไม่เข้าใจว่าทำไมกู้ชางเทียนถึงต้องส่งตัวกู้เหนียนหยวนไปที่นครหลวงด้วย ทำไมถึงอยากให้เขาและหลานสาวของตนรีบออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด กู้ชางเทียนเป็นห่วงความปลอดภัยของหลานสาวใช่หรือไม่? หรือว่าเขากำลังเป็นห่วงสิ่งอื่นกันแน่?
ทำไมสุสานของไต้ซือนักปัดกวาดถึงต้องมีคนเฝ้าด้วย? ทำไมกู้ชางเทียนถึงบอกว่าอีกไม่กี่วันสุสานก็ไม่ต้องมีคนเฝ้าแล้ว? ประตูทางเข้าสุสานที่ไม่เคยมีใครค้นพบมาเนิ่นนานหลายสิบปี อยู่ดี ๆ ทำไมถึงได้มีผู้คนพบเจอได้?
ทำไมกู้ชางเทียนถึงไม่ขัดขวางการพบเจอทางเข้าลับครั้งนี้?
ทั้งหมดนี้เป็นความลึกลับที่กัดกินหัวใจของจ้าวอู่เจียง ยิ่งคิดถึงเรื่องนี้มากเท่าใด เขาก็ยิ่งรู้สึกผิดปกติมากเท่านั้น แต่เขาก็ไม่ได้รู้สึกถึงความเป็นอันตรายในตัวกู้ชางเทียนแม้แต่น้อย
กู้ชางเทียนไม่ได้มีจิตคิดร้าย ถ้าอย่างนั้นกู้ชางเทียนต้องการจะทำอะไรกันแน่? เขากระทำเรื่องราวทั้งหมดนี้ไปเพื่ออะไร?

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า