บทที่ 230 บททดสอบ
สองผู้อาวุโสจากสำนักไร้ขอบเขตอย่างซูเหลียงจิ่วกับซูซานชางเดินผ่านตัวแทนจากสำนักต่าง ๆ และมุ่งหน้าเข้าไปด้านในหอสุรา
ทั้งสองคนต่างก็ก้าวเดินด้วยความภาคภูมิอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
ในอดีต ทุกครั้งที่เข้าร่วมการประชุมของกลุ่มสำนักใต้ดินประจำนครหลวง เว้นแต่เพียงเจ้าสำนักฉีที่สามารถเข้างานได้โดยไม่ต้องลงทะเบียน ผู้อาวุโสในสำนักอย่างพวกเขายังต้องไปต่อแถวลงทะเบียนเช่นกัน
แต่การติดตามจ้าวอู่เจียงในวันนี้ทำให้พวกเขาสามารถเข้างานได้ทันที และการถูกจ้องมองด้วยสายตาแห่งความอิจฉาริษยาเหล่านั้น ก็ทำให้สองพี่น้องตระกูลซูรู้สึกมีความสุขอย่างยิ่ง
โดยเฉพาะผู้ที่เดินตามหลังพวกเขามานั้นเป็นถึงเจ้าสำนักอย่างหลี่หู หยวนเยว่และหยางเจิ้นตง นั่นยิ่งทำให้สองพี่น้องตระกูลซูรู้สึกเหมือนได้ก้าวเท้าเข้าสู่โลกใบใหม่
ต้องทราบก่อนว่าในอดีต หลี่หูและพรรคพวกถือเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงในนครหลวง แต่วันนี้กลับต้องมาเดินตามหลังผู้อื่น นี่จึงก่อให้เกิดเป็นความรู้สึกหลากหลายประการท่วมท้นหัวใจ
สองพี่น้องตระกูลซูหันไปจ้องมองจ้าวอู่เจียงผู้เดินนำอยู่เบื้องหน้าด้วยความเคารพเลื่อมใสมากกว่าเดิม พวกเขารู้ดีว่าที่ตนเองได้รับการให้เกียรติเช่นนี้ ก็เพราะเป็นผู้ติดตามของท่านเจ้าสำนักจ้าวนั่นเอง
ระหว่างที่ผู้อาวุโสตระกูลซูทั้งสองกำลังจมลงสู่ห้วงคำนึง พวกเขาก็เดินขึ้นไปบนชั้นที่สองของหอสุราฝูหรงโดยไม่รู้ตัวแล้ว
บริเวณทางเข้าของชั้นที่สองมีบุรุษชุดสีน้ำเงินคนหนึ่งยืนอยู่ ซูเหลียงจิ่วจ้องมองไปยังบุรุษผู้นั้นเนิ่นนาน แล้วแววตาก็ปรากฏความตื่นกลัวขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว บุรุษชุดสีน้ำเงินที่กำลังยืนยิ้มแย้มอยู่นั้นเป็นผู้อาวุโสไห่จากสำนักสมุทรหลวง ซึ่งถือเป็นหนึ่งในสามสำนักใหญ่ที่สุดแห่งนครหลวง
ไห่ต้ากุ่ยเห็นพวกของจ้าวอู่เจียงเดินขึ้นบันไดมาก็เกิดความพิศวงขึ้นในทันใด เพราะเขาไม่ทราบว่ากลุ่มคนที่สวมหน้ากากนี้เป็นผู้ใด เขาไม่เคยพบเห็นในนครหลวงมาก่อน
แต่เมื่อเห็นพวกหลี่หูเดินติดตามมาทางด้านหลังอย่างให้ความเคารพก็เดาได้ไม่ยากว่าต้องเป็นบุคคลสำคัญอย่างแน่นอน แต่อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ได้ทำให้ไห่ต้ากุ่ยตื่นกลัวแม้แต่น้อย เขาเป็นผู้อาวุโสจากสำนักสมุทรหลวง มีขอบเขตพลังอยู่ ณ จุดสูงสุดของขอบเขตยอดยุทธ์ และมีความแข็งแกร่งเทียบเท่ากับเจ้าสำนัก
ไห่ต้ากุ่ยยื่นมือออกไปขวางทางจ้าวอู่เจียง สีหน้าแสดงความยโสโอหัง พลางเอ่ยถาม
“ท่านเป็นใคร? งานประชุมที่จัดขึ้นบนชั้นสองวันนี้ไม่ใช่ที่สำหรับผู้คนทั่วไป ทุกที่นั่งล้วนได้รับการจับจองเต็มหมดแล้ว เกรงว่าคงไม่เหมาะสมหากท่านรีบร้อนเข้าไปด้านใน…”
จ้าวอู่เจียงตอบกลับไปด้วยความเยือกเย็น
“สำนักไร้ขอบเขต เจ้าสำนัก”
ไห่ต้ากุ่ยดวงตาวาวโรจน์ หัวเราะเยาะเล็กน้อย ก่อนถามต่อ
“สำนักไร้ขอบเขตเพิ่งก่อตั้งขึ้นมาใหม่ ขอเรียนถามนามอันสูงส่งของท่านเจ้าสำนักได้หรือไม่?”
“นี่อยู่ในกฎระเบียบหรือไม่?” จ้าวอู่เจียงสัมผัสได้ถึงความยโสโอหังของผู้อาวุโสจากสำนักสมุทรหลวง เสียงของเขาจึงเย็นชามากขึ้น
ในนครหลวงมีสำนักมากมาย และไม่เคยมีกฎว่าต้องสอบถามชื่อผู้ใดมาก่อน
ไห่ต้ากุ่ยมีใบหน้าดำคล้ำขึ้นมาในทันใด เขาเป็นผู้อาวุโสระดับสูงของสำนักสมุทรหลวง มีขอบเขตพลังสูงส่ง แม้แต่เจ้าสำนักคนอื่น ๆ ก็ยังต้องก้มหัวให้เขา
แต่เจ้าสำนักไร้ขอบเขตคนนี้กล้าตั้งคำถามย้อนกลับมา การไม่ยอมศิโรราบเช่นนี้ทำให้เขารู้สึกไม่พอใจยิ่งนัก
“หากท่านไม่บอกชื่อ แล้วข้าจะรู้ได้อย่างไรว่าท่านไม่ได้มีเจตนาแอบแฝง?”
“ท่านเจ้าสำนักจ้าว เป็นผู้ติดตามของข้าที่ไม่คิดให้รอบคอบ จนล่วงเกินท่านมากเกินไป หวังว่าท่านจะไม่ถือสา”
ประตูห้องจัดเลี้ยงพลันเปิดออก ชายชราสวมใส่ชุดสีน้ำเงินเข้มผู้หนึ่งก้าวเดินออกมาช้า ๆ ชายชราคนนี้มีหนวดเคราสีเหลืองทอง หน้าตาใจดี มีไฝสีดำอยู่บนหน้าผาก คนผู้นี้ย่อมเป็น ไห่ไป๋ฉวน เจ้าสำนักสมุทรหลวง
จ้าวอู่เจียงส่งสัญญาณอีกครั้ง เจี๋ยสือจิ่วจึงเก็บงำกระแสพลังกลับไป
ไห่ต้ากุ่ยกลับมาหายใจได้โดยสะดวกอีกครั้ง รีบก้มศีรษะคำนับขอบคุณจ้าวอู่เจียงด้วยความหวาดกลัว ก่อนจะลุกขึ้นยืนหันไปหาไห่ไป๋ฉวน
ไห่ไป๋ฉวนประหลาดใจไม่น้อย เขาเคยได้ยินข่าวเกี่ยวกับสำนักไร้ขอบเขตที่เพิ่งก่อตั้งใหม่อยู่บ้าง แต่ก็ไม่เคยให้ความสนใจมาก่อน
เขารู้เพียงแต่ว่าครั้งหนึ่งสำนักมังกรเงินเคยคิดกวาดล้างสำนักไร้ขอบเขต แต่ด้วยเหตุผลบางประการ การกวาดล้างจึงไม่ได้เกิดขึ้น และรู้อีกเช่นกันว่าเมื่อไม่กี่วันก่อน สำนักไหมฟ้า สำนักหมึกทมิฬและสำนักอื่น ๆ ได้ยกกำลังคนบุกไปเพื่อยึดครองสำนักไร้ขอบเขต แต่ก็ไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นอีกเช่นกัน
ไห่ไป๋ฉวนได้ให้คนไปสืบเรื่องนี้กับพวกของหลี่หู หยวนเยว่และคนอื่น ๆ แล้ว แต่ก็ไม่เคยได้รับคำตอบที่แน่ชัด และการที่ทุกสิ่งเป็นเช่นนี้ก็แสดงให้เห็นสิ่งที่แน่ชัดอย่างหนึ่งคือ เจ้าสำนักไร้ขอบเขตผู้นี้ย่อมต้องมีที่มาที่ไปไม่ธรรมดา
วันนี้เมื่อมีการประชุมกลุ่มสำนักใต้ดิน ไห่ไป๋ฉวนจึงได้ออกคำสั่งให้น้องชายของตนอย่างไห่ต้ากุ่ยออกมาทดสอบความจริง…
ไห่ไป๋ฉวนยิ้มแย้มและพูดอย่างเป็นมิตร
“เจ้าสำนักจ้าว เชิญเข้าไปด้านในก่อน”
จ้าวอู่เจียงพยักหน้า เดินตรงเข้าไปหาเจ้าสำนักสมุทรหลวง แล้วจะเดินเคียงข้างกันก้าวเท้าเข้าสู่ด้านในห้องจัดงาน

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า