บทที่ 229 การต้อนรับที่แตกต่าง
วันต่อมา
ตามเวลานัดหมาย
นครหลวง เขตตะวันออกเฉียงใต้ ณ หอสุราฝูหรง
วันนี้หอสุราถูกจับจองใช้เป็นสถานที่จัดประชุมของกลุ่มสำนักใต้ดิน
บนป้ายไม้ที่แขวนอยู่หน้าทางเข้าหอสุรา ปรากฏตัวอักษรแจ้งเอาไว้ว่าวันนี้สถานที่ถูกจับจองสำหรับใช้ประชุมกลุ่มสำนักยุทธ์ วอนให้ลูกค้าทุกท่านโปรดเข้าใจ
ด้านในมีโต๊ะหลายตัวถูกนำมาวางเรียงต่อกัน และก็มีชายสามคนนั่งอยู่ด้านหลังโต๊ะเหล่านั้น พวกเขาต่างก็ถูกคัดเลือกมาให้ทำหน้าที่คอยจดบันทึกว่ามียอดฝีมือคนใดบ้างเข้าร่วมงานประชุมในวันนี้
และบุคคลทั้งสามนั้นก็ไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็น หลี่หู เจ้าสำนักไหมฟ้า หยวนเยว่ เจ้าสำนักหมึกทมิฬ และหยางเจิ้นตง เจ้าสำนักบูรพา
เดิมทีพวกเขาต่างก็เคยรวมพลกันบุกไปเพื่อหวังยึดสำนักไร้ขอบเขต แต่บัดนี้กลับต้องมานั่งทำหน้าที่เป็นคนจดรายชื่อแขกที่เข้าร่วมงานเสียอย่างนั้น
ในเวลานี้มีผู้คนปรากฏตัวมากมาย ทั้งสามคนนอกจากทำหน้าที่จดบันทึกรายชื่อแขกแล้ว ยังต้องคอยนำแขกเข้าสู่ด้านในหอสุราอีกด้วย แม้ว่าจะมีจำนวนผู้คนไม่น้อย แต่ทุกอย่างก็ดำเนินไปอย่างเป็นระเบียบ
เพราะต้องไม่ลืมว่าทั้งสามคนมีฝีมือสูงส่ง ต่างก็อยู่ในขอบเขตยอดยุทธ์ขั้นสาม และขั้นสี่ทั้งสิ้น บรรดาแขกผู้เข้าร่วมงานในวันนี้จึงไม่มีผู้ใดกล้าก่อปัญหา
…
เมื่อยามอู่ใกล้เข้ามาทุกที
จ้าวอู่เจียงพร้อมด้วยเจี๋ยเอ้อร์ซานกับเจี๋ยสือจิ่วและสองผู้อาวุโสซูเหลียงจิ่วกับซูซานชางกำลังขี่ม้ามุ่งหน้าไปที่หอสุราฝูหรง
ในการประชุมวันนี้ จ้าวอู่เจียงไม่ได้พาฮั่วหรูอี้มาด้วย เพราะพวกเขามาในฐานะสำนักไร้ขอบเขต มิใช่มาในฐานะสำนักมังกรเกล็ดศิลา
กู้เหนียนหยวนก็นอนพักฟื้นร่างกายอยู่ที่สำนักเช่นกัน
พวกเขาเดินทางไปถึงหอสุราฝูหรงได้อย่างราบรื่น จ้าวอู่เจียงและคนอื่น ๆ กระโดดลงจากหลังม้า ก่อนที่ม้าจะถูกนำไปเก็บไว้ในคอกโดยสมาชิกที่ได้รับมอบหมายเป็นพิเศษจากผู้จัดการประชุม
และพวกเขาก็เดินตรงไปที่ประตูหอสุรา
บริเวณทางเข้าหอสุรา มีผู้คนยืนจับกลุ่มรวมตัวกันประมาณห้าคน
พวกเขาต่างก็อยู่ในขอบเขตยอดยุทธ์ บางคนบรรลุขั้นสี่แล้ว คาดว่าสำนักของพวกเขาคงถูกจัดเป็นสำนักระดับล่างในนครหลวง
หลี่หูและพรรคพวกเดิมทีมีสีหน้าอ่อนโยนต้อนรับแขก แต่เมื่อเห็นคนกลุ่มนี้ปรากฏตัว พวกเขาพลันมีสีหน้าหงุดหงิดใจขึ้นมา และทำการบันทึกรายชื่อให้แก่บุคคลทั้งห้าด้วยสีหน้าเย็นชา แม้อีกฝ่ายจะประสานมือคำนับด้วยความเคารพ แต่หลี่หูก็เพียงพยักหน้าเล็กน้อย ดูเมินเฉยเป็นอย่างยิ่ง
แต่ถึงกระนั้นก็ตาม บรรดาตัวแทนสำนักต่าง ๆ ก็ไม่กล้าแสดงความไม่พอใจออกมา
การปรากฏตัวของพวกจ้าวอู่เจียงที่สวมใส่หน้ากากทองแดงไม่ได้ดึงดูดความสนใจของผู้คนสักเท่าไหร่ เพราะในบรรดาสำนักใต้ดินของนครหลวงนั้น มีผู้คนที่ใส่หน้ากากปิดบังตัวตนเป็นปกติอยู่แล้ว
หยางเจิ้นตงถึงกับพูดอะไรไม่ออก ความแข็งแกร่งของจ้าวอู่เจียงที่แสดงในวันนั้นยังตราตรึงอยู่ในใจจนถึงวันนี้ นับตั้งแต่ที่ตัวเขาเอง หลี่หู หยวนเยว่และคนอื่น ๆ ถูกบังคับให้กลืนยาพิษ พวกเขาก็ไม่คิดต่อต้านขัดขืนจ้าวอู่เจียงอีกต่อไป
จ้าวอู่เจียงรับคำในลำคอเบา ๆ เอามือไพล่หลัง ก่อนจะก้าวเท้าเข้าสู่หอสุรา และด้วยชุดเสื้อคลุมสีดำท่วงท่าของเขาจึงดูน่าเกรงขามอย่างถึงที่สุด
หลี่หูและพรรคพวกโค้งตัวคำนับ ก่อนจะเดินตามหลังเจี๋ยเอ้อร์ซาน เจี๋ยสือจิ่วและพี่น้องตระกูลซู แม้จะเป็นเจ้าสำนักระดับกลางในนครหลวง แต่พวกเขาก็รู้ดีเช่นกันว่าเบื้องหลังสำนักไร้ขอบเขตคงต้องมีผู้ทรงอำนาจซ่อนตัวอยู่เป็นแน่
ลักษณะการประจบประแจงของเจ้าสำนักทั้งสามทำให้กลุ่มคนที่ยืนรอรับการลงทะเบียนส่งเสียงอุทานออกมาด้วยความเหลือเชื่อ
พวกเขาต่างก็ตกตะลึง เนื่องจากพวกของหลี่หูแสดงความเย็นชาอยู่ตลอดเวลา บางครั้งถึงกับแสดงความรำคาญใจออกมาอย่างชัดเจน แต่เมื่อพบเจอกับกลุ่มคนที่สวมใส่หน้ากากทองแดง พวกเขากลับแสดงความเคารพ จะไม่น่าประหลาดใจได้หรือ?
กลุ่มคนหน้ากากทองแดงเหล่านี้เป็นผู้ใด? ทำไมถึงไม่เคยได้เห็นในนครหลวงมาก่อน? หรือว่าพวกสำนักใหญ่ปรับเปลี่ยนเครื่องแบบของตนเองแล้ว?
ทุกคนสังเกตเห็นได้อีกเช่นกันว่าพวกของหลี่หูจะเดินตามหลังพวกของบุรุษชุดดำผู้สวมหน้ากากทองแดงห่างประมาณครึ่งก้าว และเมื่อพิจารณาดูจากสง่าราศีของบุรุษผู้นั้นแล้ว เขาน่าจะเป็นเจ้าสำนักอย่างแน่นอน แต่ทำไมพวกของหลี่หูถึงต้องเดินตามหลังบริวารของบุรุษชุดดำผู้นั้นด้วย?
หรือว่าบริวารของบุรุษชุดดำจะมีขอบเขตพลังสูงส่งกว่าหลี่หูและพรรคพวก?
เมื่อความคิดดำเนินมาถึงตรงนี้ หลายคนก็ถึงกับเบิกตาโตด้วยความตกตะลึง หรือว่าคนกลุ่มนั้นจะอยู่ในขอบเขตปรมาจารย์?
เสียงอุทานด้วยความตกตะลึงดังมากขึ้นเรื่อย ๆ แต่บรรดาผู้คนที่รอเข้าร่วมการประชุมในวันนี้ไม่โง่เขลาพอที่จะตั้งคำถามหรือแสดงความไม่พอใจออกมา อีกทั้งผู้คนจากสำนักใหญ่ก็ไม่ต้องทำเรื่องลงทะเบียนเข้างานอยู่แล้ว อย่างเช่นผู้คนจากสำนักสมุทรหลวง สำนักเสียงสวรรค์ และสำนักเทียมฟ้า พวกเขาต่างก็สามารถเดินเข้าสู่หอสุราได้โดยทันที
ทุกคนจ้องมองไปที่กลุ่มของจ้าวอู่เจียงและเห็นการประจบประแจงเอาใจของพวกหลี่หู ในใจก็ยิ่งเกิดความรู้สึกอิจฉาริษยามากขึ้นและมากขึ้น

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า