เข้าสู่ระบบผ่าน

ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า นิยาย บท 228

บทที่ 228 สามสำนักใหญ่ในนครหลวง

ก๊อก ๆๆ

เสียงเคาะประตูดังขึ้นเบา ๆ ก่อนจะตามมาด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนและทรงเสน่ห์ของฮั่วหรูอี้

“อู่เจียง ท่านอยู่ในนั้นหรือไม่?”

เมื่อได้ยินเสียงเรียกของฮั่วหรูอี้ กู้เหนียนหยวนก็หยุดชะงัก สองแก้มพลันแดงก่ำ

จ้าวอู่เจียงไอออกมาแห้ง ๆ เช่นกัน รีบชักมือของตนเองกลับทันที

“พี่สะใภ้ ข้ากำลังตรวจอาการให้แก่ผู้อาวุโสกู้ขอรับ”

“งั้นข้าขอเข้าไปนะ…”

น้ำเสียงที่แสดงออกถึงความประหลาดใจเล็กน้อยของฮั่วหรูอี้ดังมาจากหน้าประตู ก่อนที่บานประตูตะถูกผลักเปิดออกช้า ๆ

ฮั่วหรูอี้สวมใส่ชุดสีชมพู ปิ่นปักผมสีแดงอยู่บนศีรษะ ใบหน้างดงามตกแต่งเครื่องสำอางเล็กน้อย นางแต่งหน้าและแต่งตัวเป็นอย่างดีก่อนจะมายังห้องนี้

และสิ่งที่นางเห็นก็คือกู้เหนียนหยวนกำลังเอนตัวอยู่ในอ้อมแขนของจ้าวอู่เจียง ชายหนุ่มหลับตาลง มือขวากำลังจับอยู่บนจุดชีพจรของอีกฝ่าย คล้ายว่ากำลังใช้สมาธิขั้นสูงสุดในการวินิจฉัยโรค

“ผู้อาวุโสกู้เป็นอย่างไรบ้าง?” ฮั่วหรูอี้ก้าวเดินเข้าไปใกล้ ก่อนจะเห็นว่าสองแก้มของกู้เหนียนหยวนกำลังเป็นสีชมพูเล็กน้อย

“ปวดจากการมีรอบเดือนขอรับ” จ้าวอู่เจียงตอบกลับมาเบา ๆ

“ข้าจะจัดยาให้แก่ผู้อาวุโสกู้ ยาตัวนี้จะช่วยบรรเทาความเจ็บปวด พี่สะใภ้ก็สามารถรับประทานได้ในอนาคตเช่นกัน”

อาการปวดจากการมีรอบเดือนคือเรื่องที่ยากต่อการทนทาน แต่ด้วยขอบเขตพลังของผู้อาวุโสกู้ใช่ว่านางจะทนไม่ได้สักหน่อย หรือว่านางตกหลุมรักอู่เจียงจึงใช้เรื่องนี้เป็นข้ออ้างในการเข้าหา? ฮั่วหรูอี้ขมวดคิ้ว

“ข้าจะลองกินดูก็แล้วกัน อ้อ จริงด้วยสิ ผู้อาวุโสซูทั้งสองได้บอกท่านเรื่องการประชุมสำนักใต้ดินในนครหลวงวันพรุ่งนี้แล้วหรือไม่?”

ฮั่วหรูอี้กลอกตา รีบเปลี่ยนเรื่องพูด แต่ในหัวใจยังคงคิดถึงการแกล้งป่วยเพื่อให้ได้ใกล้ชิดกับจ้าวอู่เจียงของกู้เหนียนหยวน

จ้าวอู่เจียงให้ความเคารพในสถานะของนางอยู่เสมอ ระหว่างพวกเขาจึงรักษาระยะห่างกันมาโดยตลอด แต่การที่เห็นเขาสามารถใกล้ชิดกับกู้เหนียนหยวนได้อย่างเป็นธรรมชาติ นั่นก็ทำให้ฮั่วหรูอี้รู้สึกไม่สบายใจขึ้นมาชอบกล

จ้าวอู่เจียงพยักหน้า

“บอกมาแล้วขอรับ แต่ไม่ได้เอ่ยถึงรายละเอียดสักเท่าไหร่ พี่สะใภ้เคยไปเข้าร่วมการประชุมมาแล้วหลายครั้ง คงพอจะให้คำแนะนำข้าได้บ้างกระมัง?”

“รบกวนพี่สะใภ้โปรดชี้แนะด้วย”

“พวกเขาก็คือสำนักสมุทรหลวง สำนักเสียงสวรรค์และสำนักเทียมฟ้า” ฮั่วหรูอี้มีดวงตาเป็นประกายหวาดกลัวขึ้นมาเล็กน้อย

“สมาชิกส่วนใหญ่ของสำนักสมุทรหลวงเป็นคนในยุทธจักร แต่เมื่อเข้ามาอยู่ในนครหลวง พวกเขาก็ได้ลดทอนความดุร้ายของตนเองลง สมาชิกส่วนใหญ่จึงเป็นเสือร้ายที่มีรอยยิ้มอยู่บนใบหน้า”

“สำนักเสียงสวรรค์เป็นสำนักที่ลึกลับที่สุด สมาชิกไม่ค่อยปรากฏตัวในนครหลวงเท่าใดนัก แต่จะประเมินความแข็งแกร่งของพวกเขาต่ำไปไม่ได้เด็ดขาด ไม่มีใครเคยเห็นโฉมหน้าของเจ้าสำนัก แต่มีข่าวยืนยันว่าผู้ที่เป็นรองเจ้าสำนักทั้งสองคนนั้นมีขอบเขตพลังอยู่ในขอบเขตปรมาจารย์ เพราะเมื่อสองปีก่อน สามีของข้าเคยสู้กับหนึ่งในนั้น และต้องพ่ายแพ้ภายในสิบกระบวนท่าทีเดียว”

“ส่วนสำนักเทียมฟ้าเป็นสำนักที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในนครหลวง สมกับที่ใช้ชื่อว่าเทียมฟ้า นอกจากฮ่องเต้แล้ว พวกเขาก็ไม่คิดหวาดกลัวผู้ใด แม้แต่เหล่าขุนนางในวังหลวงก็เช่นกัน สามีของข้าเคยคาดเดาเอาไว้ว่าผู้ที่หนุนหลังสำนักเทียมฟ้าอยู่อย่างน้อยก็ต้องเป็นขุนนางขั้นสามอย่างแน่นอน”

“ทั้งสามสำนักนี้ต่างก็ทำตัวเงียบสงบ ไม่ค่อยออกมาเคลื่อนไหวอันใดมากนัก ในยามกลางวัน พวกเขาจะช่วยงานเจ้าหน้าที่ทางการในการลาดตระเวนรักษาความปลอดภัยให้แก่นครหลวง แต่ในยามราตรี พวกเขาก็จะออกมาเคลื่อนไหวมากขึ้น แต่มีผู้คนน้อยมากที่จะรู้ว่าพวกเขากำลังทำสิ่งใด”

จ้าวอู่เจียงถูนิ้วมืออย่างใช้ความคิด ดูเหมือนยิ่งมีความยิ่งใหญ่มากเพียงใด ก็ยิ่งต้องการหลบเลี่ยงความสนใจของผู้คนมากเท่านั้น

บางครั้งบางทีอาจเป็นเพราะอีกฝ่ายมีความยิ่งใหญ่มากเกินไป ต่อให้ได้พบเห็นอยู่ตรงหน้า ก็ทำให้เห็นเพียงบางส่วนของร่างกายเท่านั้น และผู้คนก็จะไม่รู้เลยว่าตัวตนที่แท้จริงนั้นมีความใหญ่โตมโหฬารมากเพียงใด นี่ก็เช่นเดียวกับขุนนางที่คอยหนุนหลังสำนักเหล่านี้ ซึ่งขุนนางเหล่านั้นก็คงไม่ต้องการดึงดูดความสนใจของผู้คนสักเท่าไหร่…

ด้วยเหตุนี้เอง แม้จะรับรู้ได้ถึงการมีอยู่ของสำนักใหญ่ แต่ก็เป็นเรื่องยากมากที่จะพบเห็นร่องรอยของพวกเขา รวมไปถึงรู้นิสัยใจคอด้วยเช่นกัน

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า