บทที่ 297 ฝ่ายหนึ่งเสียเปรียบ ฝ่ายหนึ่งได้เปรียบ
พลั่ก!
จ้าวอู่เจียงกระแทกหมัดเข้าไปที่หน้าอกของเซวียนหยวนอวี้เหิง
เซวียนหยวนอวี้เหิงลอยกระเด็นไปกระแทกกับกำแพงอย่างรุนแรง พริบตานั้นกำแพงก็พังถล่ม เศษฝุ่นฟุ้งตลบไปทุกหนแห่ง
จ้าวอู่เจียงยังคงเดินต่อไป ดวงตาสีทองคำเปล่งประกายผ่านสายลมและหิมะ เขาเหยียบไปบนกองซากของกำแพงหิน ก่อนจะทิ้งตัวลงไปฟันศอกด้วยความอาฆาต
โครม!
พื้นหินเกิดรอยแตกร้าวเป็นใยแมงมุม รอยร้าวนี้กินรัศมีกว้างหลายจั้ง
ชายหนุ่มหอบหายใจอย่างหนักหน่วง ก่อนจะรีบม้วนตัวลุกขึ้นยืน กวาดสายตามองรอบทิศทาง ด้วยบัดนี้ร่างของเซวียนหยวนอวี้เหิงในตำแหน่งที่เขาทิ้งศอกลงไปเมื่อครู่ ได้อันตรธานหายไปในกลุ่มหมอกควันเสียแล้ว
“อะแฮ่ม…” สิ่งหนึ่งดังมา ทันใดเซวียนหยวนอวี้เหิงปรากฏตัวขึ้นไม่ห่างจากจ้าวอู่เจียงนัก มือข้างหนึ่งกุมหน้าอกที่บิดเบี้ยวผิดรูปไปเล็กน้อย ผมเผ้ายุ่งเหยิง ถอนหายใจพลางกล่าว
“ที่แท้เจ้ามีวิชาทองคำไร้พ่าย นับว่าข้าประเมินเจ้าต่ำเกินไปจริง ๆ จ้าวอู่เจียง”
จ้าวอู่เจียงอุตส่าห์อดทนรอจังหวะนี้มานาน น่าเสียดายที่การโจมตีต่อเนื่องของเขาล้มเหลว มิฉะนั้นแล้ว หากเซวียนหยวนอวี้เหิงไม่ได้รับบาดเจ็บสาหัสก็คงต้องเสียชีวิตเป็นแน่แท้
จ้าวอู่เจียงไม่ตอบรับคำใด ดวงตาปรากฏความเคร่งเครียดมากขึ้น แสงสีทองในดวงตาฉายประกายไม่ต่างจากธารดาราที่กำลังวนเวียนอยู่บนฟากฟ้า
ชายหนุ่มยื่นมือออกไปข้างหน้าอีกครั้ง มวลพลังหอหุ้มแขนเสื้อ ก่อนที่พลังเหล่านั้นจะมารวมกันในกำปั้น
“หากเจ้ามีขอบเขตพลังต่างจากข้าสักหนึ่งหรือสองระดับ ข้าก็คงกลัวเจ้าอยู่หรอก แต่โชคร้ายที่เจ้ายังคงเป็นแค่มดปลวกต่ำต้อย ต่อให้เจ้าจะมีความแข็งแกร่งของวิชาทองคำไร้พ่ายเป็นตัวช่วย ทว่าเจ้าก็ยังไม่ใช่คู่มือของข้าอยู่ดี”
ฉับพลันก้อนกรวดบนพื้นดินรอบกายของเซวียนหยวนอวี้เหิงก็สั่นระริกอย่างต่อเนื่อง แล้วค่อย ๆ ลอยตัวขึ้นมากลางอากาศ
จ้าวอู่เจียงแตะปลายเท้าลงบนพื้นดินแผ่วเขา เพียงพริบตาเดียวก็เข้าประชิดตัวเซวียนหยวนอวี้เหิง หมายจะปล่อยหมัดใส่หน้าของอีกฝ่าย
เซวียนหยวนอวี้เหิงยกมือ คว้าหมัดของจ้าวอู่เจียง จากนั้นการดูดพลังผ่านกำปั้นก็เริ่มต้นขึ้น ในเวลาเดียวกันบรรดาก้อนกรวดและเศษไม้ที่อยู่บนพื้นก็พุ่งโจมตีใส่จ้าวอู่เจียง
จ้าวอู่เจียงเบี่ยงตัวหลบ งอแขนซ้ายลง ใช้ข้อศอกกระทุ้งใส่ชายโครงของอีกฝ่าย ส่งผลให้เซวียนหยวนอวี้เหิงระเบิดเสียงคำรามออกมาด้วยความโกรธแค้น และต้องปลดปล่อยปราณกระบี่ซัดจ้าวอู่เจียงจนลอยกระเด็นออกไป
โครม!
จ้าวอู่เจียงกระแทกเข้ากับกำแพงอย่างรุนแรง แต่แล้วเขาก็รวบรวมเรี่ยวแรงทั้งหมด ม้วนตัวตีลังกา ก่อนจะถีบเท้าลงไปบนพื้นดินเพื่อสร้างแรงส่งตัว พุ่งทะยานกลับเข้าไปหาเซวียนหยวนอวี้เหิงในลักษณะการกระโดดถีบ
การฝึกฝนวิชาทองคำไร้พ่ายทำให้ร่างกายทุกส่วนของจ้าวอู่เจียงสามารถใช้เป็นอาวุธได้ทั้งหมด
จ้าวอู่เจียงระรัวพายุหมัดกระแทกเข้าใส่เป้าหมายได้อย่างแม่นยำ
หลังจากโดนต่อยรัว ๆ เช่นนี้ เซวียนหยวนอวี้เหิงก็รู้ว่าตนไม่สามารถต่อสู้ในระยะประชิดกับจ้าวอู่เจียงได้ ดังนั้นเขาจึงพยายามซัดให้อีกฝ่ายกระเด็นออกไปไกล ๆ แต่จ้าวอู่เจียงก็พยายามกลับเข้าประชิดตัวอยู่เสมอ ไม่เปิดโอกาสให้เซวียนหยวนอวี้เหิงได้ตั้งตัวและตอบโต้ได้
พลังในร่างกายของเซวียนหยวนอวี้เหิงเริ่มเสื่อมถอยลงเรื่อย ๆ คล้ายกับว่ากำลังถูกกัดกร่อนด้วยอะไรบางอย่าง โลหิตสีแดงทะลักออกมาจากจมูกและปากอย่างไม่หยุดยั้ง
จ้าวอู่เจียงสามารถทนได้นานกว่า การโจมตีของเขาหลากหลาย เขาใช้ทั้งหมัด เท้า เข่า และศอกเป็นอาวุธได้อย่างต่อเนื่อง
คนหนึ่งตั้งรับ คนหนึ่งโจมตี
แต่คนเราอย่างไรก็ต้องหมดแรง พลังทำลายล้างของหมัดจ้าวอู่เจียงเริ่มเบาลง เขาชักจะเริ่มหอบหายใจหนักหน่วงขึ้นมาแล้ว
เส้นผมของเซวียนหยวนอวี้เหิงพันกันยุ่งเหยิง สภาพดูย่ำแย่และยับเยิน แต่บนใบหน้าก็ยังมีรอยยิ้ม
ภายนอกอาจดูเหมือนเขาเป็นฝ่ายเสียเปรียบ แต่ความจริงนั้นเซวียนหยวนอวี้เหิงกำลังเป็นฝ่ายได้เปรียบอยู่ต่างหาก วิชาที่เขาฝึกฝนแพ้ทางวิชาทองคำไร้พ่ายก็จริง แต่ตราบใดสบโอกาสโจมตีได้อย่างถนัด ก็ต้องอย่าลืมว่าเขามีพลังสูงกว่าจ้าวอู่เจียง เพราะฉะนั้นเซวียนหยวนอวี้เหิงจึงมั่นใจว่าตนเองจะสามารถฆ่าจ้าวอู่เจียงได้อย่างแน่นอน
จ้าวอู่เจียงชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตีลังกาม้วนตัว ถอยกลับไปยืนพิงกำแพง สองตาจ้องมองเซวียนหยวนอวี้เหิงไม่วาง พลางเริ่มปรับเปลี่ยนระดับพลังในร่างกาย
ลมหายใจต่อมา เสียงวัตถุแหวกอากาศก็ดังขึ้น…

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า