บทที่ 296 ถ้าไม่ใช่ข้าแล้วยังจะเป็นผู้ใดได้อีก
“ย้าก!”
เจี๋ยฉียอมเสี่ยงชีวิตของตนเองกระโดดเข้าไปต่อยใส่แผ่นหลังของเซวียนหยวนอวี้เหิง วิชาที่พวกเขาใช้เรียกว่า ‘หมัดระเบิดฟ้า’ เมื่อทุกคนร่วมมือโจมตีพร้อมกัน พลังหมัดก็ยิ่งเพิ่มความหนักหน่วงทวีคูณ
แต่เพียงหมัดเดียวเท่านั้น พลังก็ถูกดูดออกไปจากร่างกายของเจี๋ยฉีจนหมดสิ้น
เขาต้องนำชีวิตของตนเองไปทิ้งด้วยการโจมตีเพียงหมัดเดียว
“บัดซบ!”
“ฝันไปเถอะ!”
“…”
เหล่าสมาชิกหน่วยองครักษ์มังกรผู้มีความจงรักภักดีต่อราชบัลลังก์ต่างยอมเสี่ยงชีวิตของตนเองบุกเข้าไปโจมตีอย่างต่อเนื่อง
แม้ในขณะนี้เซวียนหยวนอวี้เหิงจะมีพลังอยู่ในขอบเขตปรมาจารย์ขั้นสูงระดับแปด เรียกได้ว่าขาข้างหนึ่งก้าวไปอยู่ในขอบเขตเทวะเรียบร้อยแล้ว แต่เมื่อเผชิญหน้ากับเพลงหมัดระเบิดฟ้าจากการโจมตีที่สอดประสานเป็นหนึ่งเดียวกันของกลุ่มองครักษ์มังกร เลือดลมในร่างกายของเซวียนหยวนอวี้เหิงก็เดือดพล่าน และต้องถอยหลังออกไปอย่างต่อเนื่อง
แต่เซวียนหยวนอวี้เหิงก็ไม่ได้ตื่นตระหนก เพราะเขารู้ดีว่าการใช้กระบวนหมัดชนิดนี้ต้องรวบรวมลมปราณจำนวนมหาศาล หากโจมตีต่อไป อีกฝ่ายก็จะหมดพลังไปเอง
บัดนี้ปราณกระบี่ที่กลายเป็นโล่ป้องกันให้เซวียนหยวนอวี้เหิงแตกสลายลงไปอย่างรวดเร็ว
เมื่อโล่ป้องกันของเซวียนหยวนอวี้เหิงพังทลายลงไป จ้าวอู่เจียงก็ลอยตัวลงมาจากขื่อหลังคาอย่างสง่างาม แทรกตัวผ่านช่องว่างเข้ามาได้อย่างน่าประหลาดใจ
ไม่รั้งรอ ชายหนุ่มกระแทกฝ่ามือเข้าใส่แผ่นหลังของเซวียนหยวนอวี้เหิงอย่างแรง
เซวียนหยวนอวี้เหิงกระอักโลหิตออกมาจากปาก กวานหยกขาวร่วงจากศีรษะ ผมเผ้าหลุดรุ่ยยุ่งเหยิง ก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะออกมาด้วยความโกรธแค้น
“วิชามหาเทพดูดดาว!”
สิ้นเสียงคำราม คลื่นพลังลมแผ่กระจายออกไปรอบทิศทาง ร่างกายของเซวียนหยวนอวี้เหิงคล้ายกับเป็นวังน้ำวนขนาดใหญ่แห่งสายลมและหิมะ ทันใดสายลมกลับกลายเป็นคมมีด ทิ่มแทงใส่ทุกคน
โครม!
เมื่อสายลมรุนแรงพัดผ่าน กลุ่มองครักษ์มังกรและจ้าวอู่เจียงก็ลอยกระเด็นไปกระแทกเข้ากับเสาและขื่อไม้ที่อยู่โดยรอบอย่างหนักหน่วง
จ้าวอู่เจียงรู้สึกเจ็บหน้าอกนัก รสชาติหวานฝาดพุ่งขึ้นมาจากลำคอ จนชายหนุ่มจำต้องกล้ำกลืนมันกลับลงไปอย่างยากลำบาก
กลุ่มองครักษ์มังกรทั้งเก้าคนเข้าถึงตัวของเซวียนหยวนอวี้เหิงเรียบร้อยแล้ว และเซวียนหยวนอวี้เหิงเองก็ไม่ได้หลบหนี เขายืนหยัดอยู่ที่เดิมและระเบิดเสียงคำราม องครักษ์มังกรเจ็ดคนลอยกระเด็นกลับออกไป ในมือของเซวียนหยวนอวี้เหิงเต็มไปด้วยคราบเลือด ข้าง ๆ นั้นมีร่างขององครักษ์มังกรสองคนล้มลงบนพื้นหิมะในสภาพซากศพแห้งกรัง
“วิชายี่สิบสามกระบี่!”
สิ้นเสียง ชายหนุ่มแทงกระบี่ในมือออกไปข้างหน้า ส่งผลให้มวลอากาศปั่นป่วนจากรอบทิศทาง คลื่นพลังจำนวนมากไหลรวมมาอยู่ที่ตัวกระบี่ ก่อเกิดเป็นปราณกระบี่จำนวนมหาศาล
จ้าวอู่เจียงระเบิดเสียงคำรามด้วยความโกรธแค้น พร้อมแทงกระบี่ที่มีอานุภาพการทำลายล้างมหาศาลไปที่หน้าอกของเซวียนหยวนอวี้เหิง
เซวียนหยวนอวี้เหิงมีสีหน้าแตกตื่นตกใจ ก่อนจะระเบิดเสียงคำรามด้วยความเกรี้ยวกราด ปราณกระบี่ระเบิดออกจากร่างกายของเขา ซัดจ้าวอู่เจียงถอยกลับไปหลายจั้ง เซวียนหยวนอวี้เหิงไม่สนใจเลือดที่กำลังไหลทะลักออกมาจากหน้าอก เขาฉวยเวลาพริบตานั้นดูดพลังมาจากองครักษ์มังกรอีกสองคนที่กำลังนอนหายใจรวยริน…
“ข้าต่างหากที่เป็นโอรสสวรรค์ พวกเจ้าเป็นเพียงมดปลวกเท่านั้น!”
ยิ่งองครักษ์มังกรในมือถูกดูดพลังมากเท่าไหร่ พลังในตัวของเซวียนหยวนอวี้เหิงก็ยิ่งแข็งแกร่งมากเท่านั้น
“เป็นเพียงไส้เดือนดินแต่ริอาจคิดอ้างตัวเป็นมังกร ตัวบัดซบอย่างเจ้าต้องเจอกับข้า จ้าวอู่เจียง คนเดียวเท่านั้น!”
จ้าวอู่เจียงลุกขึ้นยืนด้วยร่างกายสั่นเทา เขายื่นมือข้างหนึ่งออกไปด้านหน้า สายลมและหิมะปั่นป่วนอยู่บนฝ่ามือ จากนั้นพลังก็กลับกลายเป็นปราณกระบี่ พร้อมไหลผ่านแขนเสื้อเข้าไปสู่ด้านในเสื้อคลุมของเขา
จ้าวอู่เจียงเบิกตากว้างด้วยความโกรธแค้น ดวงตาของเขาเป็นสีทองคำเจิดจ้า ชายหนุ่มสะกิดเท้าพุ่งตัวไปข้างหน้าด้วยความเร็วดั่งสายฟ้าฟาด ผู้ที่จะต่อสู้กับเซวียนหยวนอวี้เหิงได้นั้น หากไม่ใช่เขาแล้วยังจะเป็นผู้ใดได้อีก?

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า