เข้าสู่ระบบผ่าน

ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า นิยาย บท 30

บทที่ 30 กระหม่อมเป็นขันที ฝ่าบาทจะกังวลอันใด

“เจ้า…”

ฮ่องเต้หญิงเกิดอาการลังเล นางอยากถามว่าเหตุใดถึงไม่บอกนาง แต่แล้วความรู้สึกผิดก็เกิดขึ้นในหัวใจ เซวียนหยวนจิ้งได้แต่โทษตนเองที่ไม่เชื่อใจจ้าวอู่เจียง

“ฝ่าบาท!” จ้าวอู่เจียงลุกขึ้นยืนปัดเศษฝุ่นบนเสื้อคลุม “อย่าคร่ำครวญเป็นสตรีสิพ่ะย่ะค่ะ”

ฮ่องเต้หญิงชักสีหน้าด้วยความโมโห “จ้าวอู่เจียง!”

“ใช่แล้วพ่ะย่ะค่ะ ต้องแบบนี้” จ้าวอู่เจียงโยนถุงเงินไว้บนโต๊ะ ได้ยินเสียงเบี้ยทองคำและเบี้ยเงินกระทบกันดังกรุ๊งกริ๊ง ชายหนุ่มยกมือโบกสะบัด

“ฝ่าบาทต้องทำตัวให้สมกับเป็นฮ่องเต้! ถึงอย่างไรม้าก็ต้องกินหญ้า กระหม่อมจึงต้องรับเงินนี้เอาไว้ แต่หากฝ่าบาทไม่มอบหญ้าให้กระหม่อม กระหม่อมก็จะมอบหญ้าให้ฝ่าบาทเอง!”

“เจ้าเนี่ยนะมอบหญ้าให้ข้า?”

เซวียนหยวนจิ้งไม่เข้าใจ

ทั้งสองนั่งตรงข้ามกัน

กล่องไม้ใส่สมุนไพรสามกล่องถูกวางอยู่บนโต๊ะ บัดนี้ฝากล่องได้ถูกเปิดออก สิ่งที่บรรจุอยู่ด้านในเป็นรากสมุนไพรหนึ่งราก ขวดหยกใส่น้ำยาสมุนไพรสีขาวอีกสองขวด และสิ่งที่มีหน้าตาเหมือนโสมขาวซึ่งถูกบรรจุมาพร้อมดินร่วนชื้นสีแดง

“สิ่งเหล่านี้คืออะไร?” ฮ่องเต้หญิงถามด้วยความสงสัย

“สมุนไพรพ่ะย่ะค่ะ”

“ข้ารู้ แต่มันคือสมุนไพรอะไร?”

จ้าวอู่เจียงชำเลืองมองหน้าฮ่องเต้หญิง พูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “เป็นสมุนไพรชั้นเลิศพ่ะย่ะค่ะ!”

เซวียนหยวนจิ้งพูดสิ่งใดไม่ออก

ขันทีหนุ่มหยิบขวดหยกขาวขึ้นมา และเปิดจุกปิดขวดออกเบา ๆ กลิ่นน้ำยาที่อยู่ด้านในลอยขึ้นมาเตะจมูก เขาจำกลิ่นนี้ได้ดี และมันทำให้เขารู้สึกเหมือนกับจะป่วยไข้ขึ้นมาในทันใด

ฮ่องเต้หญิงก็หยิบขวดหยกอีกขวดขึ้นมาเช่นกัน หลังจากเปิดฝาขวด นางก็ทำท่าจะยกขึ้นมาจ่อที่ปลายจมูก แต่จ้าวอู่เจียงก็รีบแย่งขวดหยกมาเสียก่อน

“อาจารย์สอนวิชาเคมีไม่เคยสอนวิธีดมกลิ่นสารในภาชนะหรืออย่างไร?”

เซวียนหยวนจิ้งได้แต่เอียงศีรษะด้วยความไม่เข้าใจ

จ้าวอู่เจียงล้วงกล่องไม้เล็ก ๆ อีกกล่องหนึ่งออกมาจากในแขนเสื้อ เปิดฝากล่องอย่างเชื่องช้า ด้านในเป็นกู่พิษแห่งโหลวหลานพร้อมกับเข็มแหลมอีกสี่เล่มที่ปักอยู่บนตัวมัน

“เจ้ามีหนอนตัวนี้ได้อย่างไร?” ฮ่องเต้หญิงพิศวง

“ดูนี่พ่ะย่ะค่ะ”

จ้าวอู่เจียงนำนิ้วโป้งของตนที่มีคราบสีเขียวเข้าไปใกล้ ๆ กู่พิษตัวนั้น

ครืด ครืด ครืด ครืด

ลำตัวสีขาวอ่อนนุ่มของกู่พิษกระดุกกระดิกขึ้นมาในทันใด เผยให้เห็นถึงความปรารถนาในการฟื้นคืนชีพ

“ยืนยันเรียบร้อย”

จ้าวอู่เจียงขูดผงที่ได้มาจากใบหม่อนซึ่งติดอยู่ที่ปลายเล็บของตนเองลงไปที่หนอนตัวนั้น ทำให้เจ้าหนอนยิ่งขยับตัวด้วยความตื่นเต้นมากยิ่งขึ้น

“ในโรงหมอหลวง มีใครบางคนแอบปรุงยาวิเศษขึ้นมา และส่งออกไปนอกวังหลวง ยาเหล่านี้เองก็เป็นสิ่งที่ใช้เลี้ยงดูกู่พิษพวกนี้พ่ะย่ะค่ะ! หลังจากกู่พิษถูกเลี้ยงดูจนเติบโตก็จะถูกส่งเข้ามาในวังหลวง วันนี้กระหม่อมได้พบเห็นการนำเข้าใบหม่อน ซึ่งมีกลิ่นคาวเลือด น่าจะเป็นสิ่งที่ใช้เลี้ยงกู่พิษพวกนี้อย่างแน่นอนพ่ะย่ะค่ะ”

“พวกกู่ไม่ได้อยู่ในหัวใจและดื่มกินเลือดหรอกหรือ” เซวียนหยวนจิ้งมีสีหน้าเคร่งเครียด

จ้าวอู่เจียงถูนิ้วมือของตน “ใช่พ่ะย่ะค่ะ แต่นั่นเป็นกู่ที่แทรกซึมเข้าสู่ร่างกายแล้วเท่านั้น พวกที่ยังไม่สามารถชอนไชได้จะถูกเลี้ยงด้วยใบหม่อนเหล่านี้!”

ฮ่องเต้หญิงแววตาสั่นไหว “หากการคาดเดาของเจ้าเป็นจริง นั่นหมายความว่า…”

“มีการลักลอบนำกู่พิษพวกนั้นเข้าวังหลวง โดยไม่ผ่านร่างกายของมนุษย์!”

ฮ่องเต้หญิงได้ยินดังนั้นก็แค่นหัวเราะอย่างเย็นชา แต่สองแก้มกลับยิ่งกลายเป็นสีชมพูด้วยความเขินอายมากขึ้นเรื่อย ๆ

หญิงสาวนอนลงบนเตียง หวนนึกถึงภาพของตู๋กูหมิงเยว่ หลิวเหม่ยเอ๋อร์ กับจ้าวอู่เจียงในยามค่ำคืนโดยไม่รู้ตัว สองแก้มแดงปลั่ง ฮ่องเต้หญิงได้แต่จ้องมองม่านที่ติดอยู่บนเพดาน ไม่กล้ามองตรงไปที่ขันทีหนุ่ม

“กระหม่อมเป็นขันที ฝ่าบาทจะกังวลอันใด?”

จ้าวอู่เจียงอาศัยจังหวะนี้นั่งลงข้างเตียงด้วยสีหน้าเคร่งขรึม

ฮ่องเต้หญิงยังคงจ้องมองเพดานขณะกล่าว “แต่เจ้ามันขันทีปลอม”

“งั้นกระหม่อมเริ่มเลยนะพ่ะย่ะค่ะ”

จ้าวอู่เจียงค่อย ๆ ปลดสายรัดเสื้อคลุมของฮ่องเต้หญิง เผยให้เห็นผิวขาวเนียน และผ้ารัดหน้าอกที่ถูกมัดแน่น

เขากำลังจะทำการแกะผ้ารัดหน้าอกออก ทว่าฮ่องเต้หญิงกลับกระซิบขัด

“ช้าก่อน”

จ้าวอู่เจียงจ้องมองหญิงสาวเงียบ ๆ ใบหน้าเซวียนหยวนจิ้งกลายเป็นสีแดงก่ำ นางหันหน้าหนีไปทางอื่น กล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา

“เดี๋ยวข้าแกะเอง!”

เซวียนหยวนจิ้งกระซิบแผ่วเบา เมื่อนางหันกายไป ผ้ารัดหน้าอกครึ่งหนึ่งก็ถูกปลดออก หน้าอกอวบอิ่มขาวผ่องข้างนั้นถูกประคองและปิดบังด้วยมือของนาง

แต่มือเล็ก ๆ เพียงข้างเดียวจะสามารถปิดบังหมดได้อย่างไร สุดท้าย เต้าอันเต่งตึงก็อวดโฉมต่อสายตาของจ้าวอู่เจียงถึงครึ่งหนึ่ง ชายหนุ่มสะบัดมือ เข็มแหลมทั้งสี่เล่มปักลงไปบนหน้าอกของนาง

“อดทนหน่อยนะพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมกำลังจะเริ่มการปิดผนึกแล้ว”

สิ้นคำ เข็มแหลมทะลวงลงไปที่จุดลมปราณของหัวใจ ฮ่องเต้หญิงส่งเสียงครางออกมาแผ่วเบาตลอดเวลา

“ใจเย็น ๆ พ่ะย่ะค่ะ”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า