เข้าสู่ระบบผ่าน

ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า นิยาย บท 304

บทที่ 304 ไม่ต้องใช้ความพยายามเลยสักนิด

โรงหมอหลวง

จ้าวอู่เจียงเพิ่งใช้ปราณกระบี่ของตนผ่าเปิดกระดูกสันหลังของเซวียนหยวนอวี้เหิง

กระดูกสันหลังเป็นสีขาว เลือดเป็นสีแดง

และกระดูกสันหลังของเซวียนหยวนอวี้เหิงที่เสียชีวิตมานานแล้วยังคงขยับเบา ๆ เหมือนเป็นสิ่งมีชีวิต

ดวงตาของจ้าวอู่เจียงเป็นประกายลึกล้ำ คำ ๆ หนึ่งปรากฏขึ้นมาในห้วงคิด

‘กู่พิษ’

จ้าวอู่เจียงไม่ลืมว่าครั้งเป็นทารก เขาเองก็ถูกกู่ชนิดนี้แฝงตัวเข้าสู่ร่างกายเช่นกัน

เพียงแต่ว่ากู่พิษในร่างกายของเซวียนหยวนอวี้เหิงแตกต่างออกไปจากกู่พิษธรรมดา เพราะตัวของมันเรืองแสงราวกับหิ่งห้อย ทั้งยังกัดกินกระดูกสันหลังของเจ้าของร่างอย่างโหดเหี้ยม และมันก็ใช้ตนเองแทนกระดูกสันหลังที่ถูกกัดกินไปเพื่อควบคุมร่างกายเจ้าของร่าง

เมื่อมองเห็นสภาพกระดูกสันหลังของเซวียนหยวนอวี้เหิง จ้าวอู่เจียงก็สามารถยืนยันกับตนเองได้แล้วว่า กู่ตัวนี้ที่อยู่ในศพเซวียนหยวนอวี้เหิงน่าจะเกือบโตเต็มวัยแล้ว มิฉะนั้นมันคงไม่กินกระดูกสันหลังไปเยอะถึงเพียงนี้

จ้าวอู่เจียงไม่มีข้อมูลเลยว่ากู่พิษตัวนี้สามารถสร้างความเสียหายอะไรได้บ้าง เขามีข้อมูลเพียงเล็กน้อยจากการเจอพวกกู่พิษธรรมดาก่อนหน้านี้เท่านั้น

ข้อมูลที่เขาพอรู้ก็เพียงว่า พวกมันสามารถควบคุมพฤติกรรมและการพูดของเจ้าของร่างได้ รวมไปถึงควบคุมชีวิต ทั้งยังสามารถกำหนดความเป็นตายได้ด้วย

ชายหนุ่มใช้เข็มเงินในมือปักลงไปตามแนวข้อต่อกระดูกสันหลังของศพเซวียนหยวนอวี้เหิง กระดูกสันหลังเริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง คล้ายกับว่าต้องการจะดีดตัวออกมาจากซากศพ

แต่ไม่ว่ากระดูกสันหลังจะสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงเพียงใด สุดท้ายพวกมันก็ยังถูกยึดอยู่กับศพของเซวียนหยวนอวี้เหิงอย่างแนบแน่น ในไม่ช้า กระดูกสันหลังก็หยุดสั่น กลับไปสงบตามเดิม

จ้าวอู่เจียงย่อกายลงพลางถูนิ้วมืออย่างใช้ความคิด

เขาไม่เข้าใจเลยว่าเซวียนหยวนอวี้เหิงมีหนอนตัวนี้อยู่ในร่างกายได้อย่างไร อีกฝ่ายใช้ร่างกายของตนเองเลี้ยงกู่พิษตัวนี้อย่างนั้นหรือ? หรือว่ามีคนในแคว้นหนานเจียงใช้กู่พิษตัวนี้ควบคุมเซวียนหยวนอวี้เหิงมาโดยตลอด?

แต่อย่างไรก็ตาม จากการสังเกตพฤติกรรมของเซวียนหยวนอวี้เหิงในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เห็นได้ชัดว่าเขามีพฤติกรรมโหดร้ายอำมหิตเป็นนิสัย และไม่ได้ถูกควบคุมหรือชักจูงแต่อย่างใด

เช่นนี้แล้วกู่พิษเรืองแสงตัวนี้มาอาศัยอยู่ในร่างของเซวียนหยวนอวี้เหิงเพื่อการใดกัน?

จ้าวอู่เจียงนำเข็มแหลมออกมาปักลงไปบนกระดูกสันหลังเพิ่มอีก จากนั้นก็ค้นตามกระเป๋าเสื้อผ้าของเซวียนหยวนอวี้เหิง แต่ก็พบเพียงหยกชิ้นหนึ่งเท่านั้น

จ้าวอู่เจียงอดรู้สึกผิดหวังไม่ได้ เป็นไปได้หรือที่เซียวเหยาอ๋องผู้สูงส่งจะมีของติดตัวเพียงเท่านี้?

ในที่สุดศัตรูตัวฉกาจของเขาก็กลายเป็นเถ้าถ่าน ไม่เหลือแม้แต่ซากศพ

ก่อนหน้านี้เขากับเซวียนหยวนอวี้เหิงไม่เคยต่อสู้กันซึ่ง ๆ หน้ากันมาก่อน กระนั้นพวกเขาก็เคยต่อสู้ทางอ้อมกันมาแล้วหลายครั้ง

ตอนแรกเซวียนหยวนอวี้เหิงฆ่าฉีหลินผู้เป็นสหายของจ้าวอู่เจียงด้วยต้องการกระบี่มังกรฟ้า ซ้ำยังส่งลูกน้องชุดสีน้ำเงินมาลอบสังหารเขาหน้าประตูวังหลวงอีก

หลังจากนั้นเซวียนหยวนอวี้เหิงก็ส่งคนมากวาดล้างสำนักไร้ขอบเขต ซึ่งมันก็ล้มเหลวไม่เป็นท่า

ครั้นเดินทางไปยังเมืองหวังโจว จ้าวอู่เจียงทิ้งป้ายของสำนักมังกรเงินไว้ในโลงศพ เขาใส่ร้ายสำนักมังกรเงิน เพื่อเปิดเผยโฉมหน้าที่แท้จริงของเซวียนหยวนอวี้เหิง

แล้วเซวียนหยวนอวี้เหิงก็ถูกคนในยุทธจักรตามล่า ในเวลาต่อมา เซวียนหยวนอวี้เหิงกลับมาอีกครั้ง เขาออกล่าผู้คนในยุทธจักร และทำให้สหายของจ้าวอู่เจียงอีกคนหนึ่งอย่างหลี่หยวนเจิ่ง ต้องถึงแก้ความตายอย่างน่าเศร้า

การเผชิญหน้าที่แท้จริงระหว่างพวกเขาทั้งสองคนเกิดขึ้นครั้งแรกในวังหลวงเมื่อไม่กี่วันก่อน และมันก็เป็นการเผชิญหน้าครั้งสุดท้ายไปโดยปริยาย

ดวงตาของจ้าวอู่เจียงฉายแววลึกล้ำ ชายหนุ่มยกมือขึ้นพลางขยับไหว สายลมปั่นป่วนบนฝ่ามือกลายเป็นพายุลมดูด

เพียงหนึ่งชั่วยาม คัมภีร์มหาเทพดูดดาวก็ก่อตัวเป็นรูปเป็นร่างอยู่ในมือชายหนุ่ม…

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า