เข้าสู่ระบบผ่าน

ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า นิยาย บท 305

บทที่ 305 สองแคว้นห้ำหั่น

วังหลวง ณ ตำหนักซีเยว่

องค์หญิงแห่งแคว้นไป๋เยว่ไม่ได้รับใช้ฮ่องเต้มานานแล้ว นางใช้ชีวิตอยู่กับความโดดเดี่ยวภายในตำหนัก และรอฟังข่าวอย่างหมดหวัง

แต่วันนี้เสี่ยวหลี่จือได้เข้ามาแจ้งว่าฮ่องเต้ต้องการให้นางรับใช้ ดังนั้นองค์หญิงแห่งแคว้นไป๋เยว่จึงรู้สึกปลื้มปีติเป็นอย่างยิ่งและรีบเตรียมตัวอย่างรวดเร็ว

ก่อนอื่นนางเลือกเสื้อผ้า

ช่วงที่ผ่านมา ภาพการจู่โจมของฮ่องเต้มักจะปรากฏขึ้นในหัวใจขององค์หญิงแห่งแคว้นไป๋เยว่เสมอ นางรู้ดีว่าพระองค์ชอบจับเส้นผมของนาง คล้ายกับเวลาที่คนขี่ม้าก็ต้องจับสายบังเหียนเพื่อบุกตะลุยเข้าสู่ดินแดนอันกว้างใหญ่

ดังนั้นองค์หญิงแห่งแคว้นไป๋เยว่จึงนั่งสางผม แบ่งผมออกเป็นสองส่วน ก่อนจะรวบเป็นผมแกละ

เมื่อเป็นเช่นนี้ฮ่องเต้จะได้สามารถจับผมหางม้าของนางได้ข้างละมือ… องค์หญิงแห่งแคว้นไป๋เยว่ยิ้มออกมาด้วยความเขินอาย ดวงตาเป็นประกายระยิบระยับยามนึกถึงสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น

หลังแต่งกายเสร็จแล้ว องค์หญิงแห่งแคว้นไป๋เยว่ก็มานั่งสวมถุงเท้าสีขาว

ถุงเท้าของนางทำมาจากผ้าสีขาว ผ้าผืนนี้ถูกตัดด้วยกรรไกรจนกลายเป็นรูปทรงของถุงเท้ายาว

ถุงเท้ามีความยาวขึ้นมาถึงหัวเข่า ช่วยขับเน้นเรียวขายาวระหงขององค์หญิงแห่งแคว้นไป๋เยว่ นางลูบไล้ถุงเท้าเบา ๆ และรู้สึกถึงสัมผัสอันเรียบลื่น

นี่เรียกว่า ‘ถุงเท้าไหมขาว’ นางเคยได้ยินจ้าวอู่เจียงเอ่ยถึงมาก่อน เขาบอกว่านี่เป็นถุงเท้าที่ฮ่องเต้แห่งแคว้นต้าเซี่ยชื่นชอบเป็นที่สุด

ถุงเท้าไหมขาว เสื้อคลุมสีดำ และกระโปรงแพรไหมตัวสั้น

เรื่องถุงเท้า แม้ว่าองค์หญิงแห่งแคว้นไป๋เยว่จะไม่เคยเห็นมาก่อน แต่หลังจากได้รับฟังคำอธิบายลักษณะแล้ว นางก็เริ่มต้นตัดถุงเท้าด้วยตนเอง

ดวงตาสีฟ้าขององค์หญิงแห่งแคว้นไป๋เยว่สั่นไหว เมื่อนึกถึงรายละเอียดที่ตนควรให้ความสนใจ นางก็ยิ้มออกมาอย่างแจ่มใส ก่อนจะถอดกางเกงที่ทำจากผ้าแพรต่วนออก

บัดนี้ภายใต้กระโปรงจึงไม่มีสิ่งใดอยู่ มีกระโปรงตัวจิ๋วปกปิดส่วนล่างเท่านั้น

ครั้นเตรียมตัวเสร็จ องค์หญิงแห่งแคว้นไป๋เยว่ก็ไปนั่งไขว่ห้างอยู่บนเตียงด้วยความสบายใจ รอคอยการมาถึงของฮ่องเต้อย่างใจจดใจจ่อ

จ้าวอู่เจียงกับเซวียนหยวนจิ้งเดินไปยังตำหนักซีเยว่ด้วยกัน

ตำหนักซีเยว่มีเตาไฟตั้งอยู่หลายตำแหน่ง ดังนั้นเมื่อผู้คนก้าวเท้าเข้าไปจึงสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นทันที

จ้าวอู่เจียงฟื้นตัวจากอาการบาดเจ็บสาหัสแล้ว และเขาเลือกให้อวี้เซวียน องค์หญิงแห่งแคว้นไป๋เยว่รับใช้ ภายใต้สายตาแห่งความสงสัยจากเซวียนหยวนจิ้ง

ชายหนุ่มอธิบายว่านี่เป็นการกระชับสัมพันธ์ทางการทูต การให้องค์หญิงแห่งแคว้นไป๋เยว่ได้มีโอกาสรับใช้ฮ่องเต้ เป็นสัญญาณที่บอกต่อแคว้นบ้านเกิดของนางว่า แคว้นต้าเซี่ยยังคงให้ค่าพวกเขาอยู่เสมอ

ยามเกิดสงครามขึ้น แคว้นต้าเซี่ยจะได้ไม่มีศัตรูเพิ่มเติม

เซวียนหยวนจิ้งตะลึงไปชั่วขณะ ได้แต่แค่นหัวเราะและสาปแช่งด่าทออยู่ในใจ

จ้าวอู่เจียงเดินเข้าไปหาองค์หญิงแห่งแคว้นไป๋เยว่ ดูเหมือนว่านางจะตื่นตระหนกกับความหนาวเย็นช่วงล่างไม่ใช่น้อย ดังนั้นจึงรีบดึงชายกระโปรงลงมา

เมื่อชายหนุ่มเดินเข้าไปถึงข้างกายนาง องค์หญิงแห่งแคว้นไป๋เยว่ก็โถมตัวเข้ามาในอ้อมแขนของเขา ก่อนจะจับมือของจ้าวอู่เจียงไปลูบไล้ถุงเท้าสีขาวและกล่าวถามด้วยน้ำเสียงออดอ้อน

“ฝ่าบาทลองสัมผัสดูสิเพคะ พระองค์ชื่นชอบมันหรือไม่?”

การถอดถุงเท้าไม่สะใจเท่ากับการฉีกกระชากให้ขาดออกจากกันด้วยมือเปล่า ผมหางม้าธรรมดาไม่ถูกใจเท่าผมแกละ และการนั่งก็ไม่ได้อารมณ์ความรู้สึกเท่ากับการนอนราบ

สองแคว้นห้ำหั่นกัน ประตูเมืองถูกกระแทกกระทั้นด้วยท่อนซุงขนาดยักษ์อย่างหนักหน่วง

องค์หญิงแห่งแคว้นไป๋เยว่หอบหายใจด้วยความเหนื่อยล้าครั้งแล้วครั้งเล่า ร่างกายกระตุกเฮือก แต่นางก็กัดฟันทนและปฏิเสธที่จะร้องขอความเมตตา

จ้าวอู่เจียงสามารถบุกโจมตีป้อมปราการต่างแดนได้อย่างดุดันโดยไร้การต่อต้านหรือขัดขืน

เซวียนหยวนจิ้งที่นั่งอยู่ข้างเตียงขมวดคิ้วพลางถอนหายใจ ทั้งยังรู้สึกเจ็บแปลบอยู่ในอกลึก ๆ

สงครามดำเนินอย่างเต็มรูปแบบต่อไป ปืนใหญ่เริ่มระดมยิงลูกกระสุนออกไปแล้ว

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ข้านี่แหละขันทีอันดับหนึ่งในใต้หล้า